โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

การเล่น 'TikTok' ทำให้เด็กไทยสมาธิสั้นจริงไหม?

Dek-D.com

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2565 เวลา 07.08 น. • DEK-D.com
ครูพบว่านักเรียนมีพฤติกรรมก้าวร้าวขึ้น สมาธิสั้นลง โดยเชื่อว่าการเสพสื่อเยอะคือสาเหตุหลัก

Spoil

  • หลังจากเปิดเทอม คุณครูพบว่านักเรียนมีพฤติกรรมก้าวร้าวขึ้น ใจจดจ่ออยู่แต่กับโทรศัพท์
  • เชื่อว่าการเสพสื่อ และใช้เวลาออนไลน์เยอะคือสาเหตุหลักๆ
  • เราเสพติดการดูวิดีโอสั้นๆ ได้เพราะอะไรกันนะ?

สวัสดีค่ะชาว Dek-D.com ทุกคน หลังจากที่โควิดระบาดและต้องเรียนออนไลน์กันมากว่าสองปี ในที่สุดตอนนี้ก็ได้กลับไปเรียนที่โรงเรียนกันแล้ว ซึ่งเวลาที่ผ่านมาก็ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อตัวเราอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรม ความคิด หรือแท้กระทั่งสุขภาพ สาเหตุส่วนหนึ่งนั้นก็เกิดจากการอยู่หน้าจอนานๆ และการใช้โซเชียลมีเดียนั่นเองค่ะ

หลังจากที่ COVID-19 แพร่ระบาดทั่วโลก ประเทศไทยก็ได้มีมาตรการป้องกันโดยการให้ปิดสถานศึกษาชั่วคราวและเรียนออนไลน์กันที่บ้านเช่นเดียวกับประเทศอื่น ทำให้ทุกคนใช้เวลาอยู่ในโซเชียลมีเดียกันมากกว่าเดิม ส่งผลให้สังคมในชีวิตจริงหายไปและหันมามีสังคมในโลกออนไลน์มากขึ้นแทน ในขณะที่ผู้ปกครองก็อาจจะยังต้องออกไปทำงานข้างนอก หรือต้อง Work From Home เลยไม่สามารถคอยกำกับดูแลการใช้โซเชียลของลูกตลอดเวลาได้ เป็นเหตุให้เมื่อกลับมาเรียนออนไซต์นั้น คุณครูได้พบว่านักเรียนมีพฤติกรรมก้าวร้าวขึ้น สมาธิสั้น ใจจดจ่ออยู่แต่กับโทรศัพท์อย่างที่กำลังเป็นประเด็นกันอยู่ในขณะนี้

หลายคนก็ได้แสดงความคิดเห็นว่าการเสพสื่อคือสาเหตุหลักที่เด็กๆ รวมถึงตัวเองด้วย มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปและมีสมาธิสั้นลง โดยแอปพลิเคชันที่มีบทบาทขึ้นมาเป็นอย่างมากในช่วงกักตัวอยู่บ้านนั้นก็คือ TikTokซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับสร้างสรรค์และรับชมวิดีโอสั้นๆ ที่นิยมใช้กันทั่วโลก

  • TikTok เป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก
  • มีการเปิดดูวิดีโอใน TikTok มากกว่า 1 พันล้านครั้งต่อวัน

จากข้อมูลล่าสุดที่อัปเดตเมื่อเดือนเมษายน 2565 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีผู้ใช้งาน TikTok สูงเป็นอันดับ 8 ของโลกโดยมีจำนวนผู้ใช้งานที่ยังแอคทีฟอยู่สูงถึง 38.4 ล้านยูสเซอร์ แต่เนื่องจาก TikTok เปิดเผยสถิติมาแค่ผู้ใช้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น หมายความว่าตัวเลขผู้ใช้จริงทั้งหมดรวมคนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีด้วยจะสูงกว่านี้ขึ้นไปอีก

TikTok ทำยังไงให้เราหยุดไถฟีดไม่ได้?

เคยสังเกตกันไหมคะว่า ทำไมเวลาเราดูวิดีโออะไร จากนั้นก็จะมีแต่คอนเทนต์เดียวกันขึ้นมาหน้าฟีดอีกเรื่อยๆ เลยนะ?นั่นก็เป็นเพราะว่า TikTok จะติดตามพฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์ของผู้ใช้งาน เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ว่าผู้ใช้ชอบอะไรนั่นเองค่ะ และภายในเวลาไม่เท่าไรก็จะมีคลิปประเภทเดียวกันขึ้นมาเต็มไปหมดเลย โดยการส่งคลิปต่างๆ มาขึ้นฟีดนั้น จะใช้วิธีส่งคอนเทนต์ที่ใกล้เคียงกับความชอบของเราขึ้นมาแทนที่จะขึ้นสิ่งที่เราต้องการมาให้ดูเลย เป็นการกระตุ้นให้ไถฟีดต่อไปจนกว่าจะเจอคอนเทนต์ที่โดนใจเราอย่างจัง จนกว่าจะรู้ตัวก็ไถหน้าจอไปหลายชั่วโมงแล้ว แถมตัวแอปก็ไม่ได้มีการคัดกรองคอนเทนต์ที่เหมาะสมต่ออายุของผู้ใช้งานอย่างเข้มงวดขนาดนั้น เลยทำให้เด็กเสพสื่อที่มีปัญหาได้ง่ายเลยละค่ะ

แล้วทำให้เราเสพติดการดูวิดีโอสั้นๆ ได้ยังไงนะ?

การรับชมวิดีโอที่ชอบ จะทำให้ได้รับโดปามีนจำนวนมากด้วยเหตุผลนี้ เมื่อสมองของเราเริ่มคุ้นชินกับการหลั่งของโดปามีน ก็จะเกิดการเรียนรู้ว่าต้องหาอะไรดูเพิ่มอีกเพื่อจะได้มีความสุข ด้วยคอนเทนต์ที่มีความหลากหลาย และเนื้อหาที่กระชับ เข้าใจง่าย ก็ทำให้คนสามารถเสพติดการรับชมวิดีโอ TikTok ได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว ส่งผลให้เคยชินกับการรับชมอะไรไม่กี่วินาที และกลับไปจดจ่อกับอะไรนานๆ ไม่ได้แล้ว

  • สารโดปามีนจะส่งผลต่อความพึงพอใจ ความปีติยินดี เมื่อทำสิ่งใดแล้วรู้สึกมีความสุข ร่างกายจะหลั่งโดปามีนออกมา โดปามีนที่หลั่งออกมานี้จะกระตุ้นให้ต้องการทำสิ่งนั้นหรือพฤติกรรมนั้นมากยิ่งขึ้น

ผลเสียของการเสพติดสื่อโซเชียล

  • สมาธิสั้นลงเพราะถูกกระตุ้นให้เกิดความสนใจเรื่องต่างๆ ในโซเชียลตลอดเวลา ทำให้ไม่มีสมาธิในการเรียน จดจ่อกับสิ่งตรงหน้าไม่ได้
  • ขาดทักษะเข้าสังคมเนื่องจากใช้เวลาอยู่แต่ในโลกออนไลน์ ไม่ได้พูดคุยกับคนต่อหน้ามานาน
  • การรับรู้ลดลง เพราะเคยชินกับการเสพสื่อวิดีโอสั้นๆ จากโลกออนไลน์ และสนใจแต่สิ่งนั้นจนไม่ได้เงยหน้ามาสังเกตบรรยากาศรอบข้าง
  • มีพฤติกรรมเลียนแบบจากสื่อเพราะต้องการได้รับการยอมรับและมีตัวตนในโลกออนไลน์ ทำให้เริ่มทำพฤติกรรมที่ตัวเองและคนในแวดวงของตัวเองมองว่าทำแล้วเท่ ทำแล้วเจ๋ง

แต่ความจริงแล้วตอนนี้ยังไม่มีงานวิจัยที่บอกว่าการใช้ TikTok ทำให้ผู้ใช้งานสมาธิสั้นลงได้อย่างชัดเจนแต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นเรื่องจริงที่การใช้โซเชียลมีเดียมีผลทำให้เราใช้เวลาในการจดจ่อสิ่งต่างๆ ได้น้อยลง และอาจได้รับอิทธิพลทั้งทางดีและไม่ดีจากการดูสื่อได้ การเสพสื่ออะไรก็ตามล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อเราทั้งสิ้นค่ะ

สรุปแล้ว การเสพสื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมต่อช่วงวัยจะส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็ก รวมถึงการที่เสพติดการดูสื่อ จะทำให้จดจ่อกับงาน กับการเรียนนานๆ ไม่ได้เท่าที่ควร เพราะอยากใช้โซเชียลอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นพี่ป่านก็อยากให้ทุกคนใช้เวลาบนโลกออนไลน์อย่างเหมาะสมและดูคอนเทนต์ต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณกันด้วยนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...