ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [นิยายแปล]
ข้อมูลเบื้องต้น
เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ :Beijing zhuochuang Junan Digital Media Technology Co.,Ltd
ประพันธ์โดย :楚鲤(Chǔ lǐ)
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย :Glory Forever Public Co.,LTD
บรรณาธิการ:ไพสิฐ ต่วนขำ
แปลภาษาไทยโดย :เมี่ยวเมี่ยว(โสภา ลู่เจริญวงศ์)
พิสูจน์อักษร :ณัฏฐา ไชยสงเคราะห์
‘เฟิ่งเฉี่ยน’ ถึงกับหมดคำพูดไปอึดใจหนึ่ง
นางไม่เพียงแต่ทะลุมิติข้ามเวลามาเท่านั้น..
แต่ยังได้มีสามีเป็นฮ่องเต้ผู้เย็นชา(และลูกน้อยผู้น่ารัก) เป็นตัวเป็นตนอีกด้วย!
.
การอยู่ในร่างฮองเฮาผู้อวดดี ทำให้นางมีศัตรูรายล้อมจนลมแทบจับ
ทว่าในฐานะ(อดีต)มือสังหารอันดับหนึ่งของใต้ดิน
นี่ไม่ถือว่าเป็นปัญหาเลยด้วยซ้ำ
เพราะจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของนางก็คือ…เรื่องกินต่างหาก!
.
การจะได้ลิ้มลองข้าวผัดไข่อันโอชะ มีเพียงการหาวัตถุดิบเทพให้ได้
ทั้งการกินอาหารจากวัตถุดิบเทพในมิตินี้ เป็นสิ่งที่ผู้คนปรารถนาเป็นที่สุด
.
แต่!! ในเมื่อนางมาเกิดใหม่พร้อมระบบเทพอาหาร นางจะกลัวอะไร?
ไม่ว่าจะเจออุปสรรคมากมายขนาดไหน
ฮองเฮาเฟิ่งเฉี่ยนผู้นี้ จะเป็นเทพอาหารที่ทุกคนในหลิงอวิ๋นต้าลู่
ต้องยอมศิโรราบให้.. แต่โดยดี (มั้ง)
ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรค์มาเพื่อคุณท่านโดยเฉพาะ
อยากอ่านเรื่องไหน จิ้มได้เลย <3
สามีผู้เอาเปรียบ
เฟิ่งเฉี่ยนนั่งอยู่ในศาลาริมทะเลสาบ ดวงตาทั้งคู่ของนางมองดวงหน้าอันไม่คุ้นเคยเหล่านั้นด้วยความงงงัน เส้นเลือดบริเวณขมับเต้นตุบเป็นพักๆ
“ฝ่าบาท เพื่อกระชับไมตรีระหว่างสองแว่นแคว้น ทางแคว้นหนานเยียนของพวกเราจึงได้ส่งตัวองค์หญิงหลานซินมาเพื่อแต่งงานกระชับความสัมพันธ์เป็นการเฉพาะ นี่เพิ่งจะเข้าวังมาได้ไม่ถึงหนึ่งวันกลับได้รับการดูถูกดูหมิ่นเยี่ยงนี้ ข้าขอบังอาจทูลถามฝ่าบาท นี่มันเหตุผลอันใดกันพ่ะย่ะค่ะ?” เบื้องหน้าคือขุนนางนอกราชสำนักที่พูดด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งและแฝงท่าทีวางอำนาจ
ข้างกายของเขามีสตรีรูปร่างบอบบางในอาภรณ์ของราชสำนักกำลังนั่งก้มหน้าสะอึกสะอื้นอยู่ บนใบหน้างดงามนั้นมีรอยนิ้วมือสี่นิ้วปรากฏให้เห็นชัดเจน ดูแล้วช่างน่าเวทนา
นี่กำลังแสดงละครฉากใดกัน? ดูเหมือนเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นจริงๆ ฝีมือการแต่งหน้าจากฝ่ายคอสตูมของสาวงามนางนั้นเหมือนจริงเหลือเกิน เพราะว่ารอยฝ่ามือที่ประทับอยู่บนใบหน้าราวกับถูกแต่งออกมาได้เสมือนจริง!
อย่างกับกองถ่ายละคร!
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น เสียงหัวเราะเบาๆ ก็ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากของเฟิ่งเฉี่ยน แม้จะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนบริเวณใบหน้า เมื่อเงยหน้าขึ้นจึงพบว่ามีสายตาสิบกว่าคู่กำลังมองตรงมาที่นาง
ขุนนางนอกราชสำนักคนนั้นถึงกับหน้าแดงด้วยโทสะและเอ่ยน้ำเสียงสูงขึ้นอีกสองคีย์ “หากฝ่าบาทมิอาจให้คำตอบที่น่าพอใจได้ แคว้นหนานเยียนของพวกเราจำต้องใช้กำลังทางทหารของแคว้นเพื่อล้างความอับอายให้กับองค์หญิง!”
หัวคิ้วของเฟิ่งเฉี่ยนกระตุกเล็กน้อย เอ๊ะ นี่ไม่ใช่กองถ่ายละคร ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง!
นาง…ดูเหมือนนางจะทะลุมิติมาแล้ว!
เฟิ่งเฉียนรู้สึกเหมือนศีรษะของตัวเองพองโตขึ้น ความทรงจำของคนอีกคนหนึ่งไหลบ่าเข้ามาในสมองของนางราวกับคลื่นกระแสน้ำในทะเลสาบอย่างไรอย่างนั้น นางพลันพบว่า แท้ที่จริงแล้วตนก็คือคนที่พวกเขาเหล่านั้นกำลังกล่าวถึง…ฮองเฮาแห่งแคว้นเป่ยเยียน เฟิ่งเฉี่ยน!
นางตวัดสายตาไปมองบุรุษที่อยู่ในอาภรณ์สีเหลืองขมิ้นข้างกายตนปราดหนึ่ง บนศีรษะของเขาสวมมงกุฎทองคำ เอวคาดด้วยผ้าไหมสีทองประดับด้วยเพชรนิลจินดา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแสงหรือเป็นเพราะเขารูปงามเกินไป เฟิ่งเฉี่ยนรู้สึกเพียงว่าแสงสีทองที่เปล่งออกมาจากร่างของเขาทำให้บาดตาผู้คนจนมิกล้ามองเขาตรงๆ
เขานั่งอย่างสง่างามอยู่ที่นั่น ไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ทว่าองคาพยพทั้งห้าบนใบหน้าที่โดดเด่นเปี่ยมไปด้วยอำนาจและบารมีของฮ่องเต้ผู้ครอบครองใต้หล้า ไม่ว่าผู้ใดล้วนต้องคุกเข่าแทบเท้าของเขา…
คนที่นั่งอยู่ข้างกายเขารู้สึกเหมือนนั่งอยู่ข้างภูเขาน้ำแข็งลูกหนึ่ง ไอเย็นยะเยือกนั้นสัมผัสกับผิวกาย กระทั่งลมหายใจยังแทบจะแข็งค้างอยู่ในอก
เขาคือฮ่องเต้แห่งแคว้นเป่ยเยียน เซวียนหยวนเช่อ!
ตามตำนานได้กล่าวถึงเขาว่าเป็นฮ่องเต้ที่ขึ้นครองราชย์ขณะที่พระชนมายุได้เพียงสิบหกชันษา เป็นฮ่องเต้ที่ทรงพระเยาว์ที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นฮ่องเต้ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือแห่งยุค
เฟิ่งเฉี่ยนถึงกับหมดคำพูดไปอึดใจหนึ่ง นางไม่เพียงแต่ทะลุมิติข้ามเวลามาเท่านั้น ซ้ำยังได้สามีผู้เอาเปรียบมาด้วยอีกคนหนึ่ง!
ไม่รอให้เซวียนหยวนเช่อเอ่ยปาก สตรีวัยกลางคนที่นั่งหน้าตึงอยู่อีกด้านหนึ่งเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนว่า “ท่านทูตระงับโทสะก่อนเถิด! ฮองเฮาไม่รู้ผ่อนหนักผ่อนเบา ทำให้องค์หญิงหลานซินต้องได้รับความไม่เป็นธรรม เรื่องนี้อายเจียจะให้ความเป็นธรรมแน่นอน!”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ ขุนนางนอกราชสำนักผู้นั้นถึงกับมีสีหน้าลำพองใจขึ้นมาหลายส่วน “หากเป็นเช่นนี้ดียิ่ง ขอฝ่าบาทและไทเฮาทรงตัดสินพระทัยโดยเร่งด่วน หาไม่แล้วข้อพิพาทระหว่างสองแคว้นคงต้องไกล่เกลี่ยกันในสนามรบ!”
ไทเฮาหันหน้ามองไปทางเซวียนหยวนเช่อ แววตานั้นแฝงไปได้ด้วยความยำเกรงและหวาดกลัว “ฮ่องเต้ พระองค์จะว่าอย่างไร?”
เซวียนหยวนเช่อนิ่งไปครู่หนึ่ง ใบหน้างดงามราวรูปปั้นแกะสลักอันเย็นชานั้นมองไปทางเฟิ่งเฉี่ยน สายตานั้นเพียงแค่ปรายตามองผ่านไปเท่านั้น “ฮองเฮา เจ้ารู้ความผิดของตนหรือไม่?”
เฟิ่งเฉี่ยนพลันรู้สึกตัวเงยหน้าขึ้น ก็ประสานเข้ากับดวงตาเย็นชาเฉกเช่นหิมะในช่วงเวลาก่อนวสันตฤดูมาเยือนคู่หนึ่ง ความเยียบเย็นนั้นส่งผ่านเข้ามาถึงจิตใจ หัวใจของนางเย็นวาบ พร้อมๆ กับกำแพงป้องกันที่ก่อตัวขึ้น
บุรุษคนนี้ช่างมีบุคลิกกดข่มผู้อื่นเหลือเกิน!
ในความทรงจำของนาง บุรุษที่มีบุคลิกยิ่งใหญ่เช่นนี้เท่าที่นางเคยพบมาก็คือหมอจิตแพทย์รุ่นพี่ของนาง ลั่วปิง ครั้งนั้นนางได้ล่วงเกินบุคคลสำคัญที่มีอำนาจทางการเมือง บุคคลสำคัญทางการเมืองผู้นั้นจึงได้ตั้งรางวัลนำจับเพื่อให้นักฆ่ามาเอาชีวิตนาง รุ่นพี่เล่นงานนักฆ่าระดับยอดฝีมือสิบคนด้วยเข็มเงินเพียงเล่มเดียวทิ่มแทงพวกเขาเสียจนปัสสาวะราด เมื่อวงการนักฆ่าที่ได้ยินข่าวการตายดังกล่าว จึงไม่มีนักฆ่ากล้ารับงานตามรางวัลนำจับนั้นอีก!
นาทีนั้น นางรู้สึกว่ารุ่นพี่เท่สุดๆ!
เวลานี้เมื่อเปรียบเทียบบุคลิกของบุรุษตรงหน้ากับรุ่นพี่ของนางแล้ว…
สัญชาตญาณบอกกับนางว่า บุรุษคนนี้เป็นคนอันตรายอย่างร้ายกาจทีเดียว!
ทว่านางในฐานะ จิ้งจอกเงิน มือสังหารอันดับหนึ่งของวงการนักฆ่าใต้ดิน คนอันตรายประเภทใดบ้างที่นางไม่เคยพานพบมาก่อน แล้วนางจะเกรงกลัวเขาหรือ?
ขณะที่กำลังขบคิดว่าจะตอบอย่างไรดี พลันมีเสียงตุบดังขึ้น สาวใช้ข้างกายคุกเข่าพร้อมทั้งโขกศีรษะลงกับพื้น “ฝ่าบาท เหนียงเหนียงเพียงแค่พลั้งมือโดยมิได้ตั้งใจเพคะ! อีกทั้งเหนียงเหนียงเพิ่งฟื้นขึ้นมา เกรงว่าจะยังไม่ฟื้นคืนสติอย่างเต็มที่เพคะ…”
“บังอาจ! ฝ่าบาทกำลังตรัส เจ้าซึ่งเป็นเพียงบ่าวคนหนึ่งจะพูดแทรกได้อย่างไร?” ขุนนางนอกราชสำนักผู้นั้นก้าวออกมาพูดด้วยสีหน้าเย็นชาและน้ำเสียงดุดัน
เฟิ่งเฉี่ยนคิ้วกระตุก ดวงตาดำขลับนั้นหรี่ลงอย่างอันตราย…
พยัคฆ์ไม่แสดงอำนาจ ก็คิดว่าข้าเป็นแมวป่วยหรือ?
นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “เจ้าต่างหากที่บังอาจ! ที่นี่คือตำหนักในของแคว้นเป่ยเยียน เจ้าในฐานะทูตของแคว้นหนานเยียน มีสิทธิ์อะไรมาพูดแทรก?”
ขุนนางนอกราชสำนักหน้าแดงก่ำ “เจ้า…”
เฟิ่งเฉี่ยนแค่นหัวเราะเสียงเย็น “ในเมื่อองค์หญิงของพวกเจ้าเข้ามาอยู่ในตำหนักในของแคว้นเป่ยเยียนของเรา เรื่องภายในตำหนักในนับเป็นเรื่องภายในเรือนของฝ่าบาท หากต้องการปรึกษาหารือเรื่องระหว่างแคว้น ก่อนอื่นต้องเชิญองค์หญิงของเจ้ากลับไปแคว้นหนานเยียนแล้วค่อยส่งทูตมาเจรจา! หาไม่แล้วก็หุบปากสุนัขของเจ้าซะ เอะอะโวยวาย ช่างน่ารำคาญใจนัก!”
คนทั้งหมดที่ได้ยินคำพูดนี้ได้แต่ตกตะลึงตาค้าง สายลมบางๆ พัดเข้ามาจากทะเลสาบ ส่งผลให้บรรยากาศรอบข้างกลายเป็นความเงียบสงบอย่างผิดสามัญ
“เจ้า…เจ้า…ทำให้ข้าโมโหแทบตาย!” ขุนนางนอกราชสำนักชี้เฟิ่งเฉี่ยนด้วยนิ้วมือที่สั่นระริก แววตาของเขาสุมด้วยเปลวเพลิงที่แทบจะพ่นไฟออกมาอยู่แล้ว
เซวียนหยวนเช่อไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ทางสีหน้า ทว่าในดวงตากลับทอประกายวูบ สายตาเย็นชานั้นราวกับกระบี่คมกริบที่ค่อยๆ กระเทาะนางออกมา
ฮองเฮาผู้โอ้อวดถือดี หน้าอกใหญ่ทว่าไร้สมอง กลายเป็นคนมีความคิดลึกซึ้ง คำพูดแต่ละคำล้วนแสดงให้เห็นถึงความคิดที่ตกผลึกเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?
ทว่าเพียงแค่สามวินาทีสั้นๆ เท่านั้น เขาไม่เสียเวลาที่จะมองอีก คนที่รู้จักอุปนิสัยของเขาดีล้วนรู้ว่าเขากำลังจะสิ้นความอดทน
องค์หญิงหลานซินพลันคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา “ฝ่าบาท ในเมื่อหม่อมฉันแต่งเข้ามาในตำหนักในของแคว้นเป่ยเยียนแล้ว ย่อมต้องเป็นคนของแคว้นเป่ยเยียน หม่อมฉันเพียงแค่ต้องการทวงความเป็นธรรมให้กับตนเอง หรือมีฐานะเป็นฮองเฮาก็สามารถเหยียบย่ำสนมของตำหนักในได้ตามอำเภอใจหรือเพคะ?”
นางกวาดสายตามองเหล่าสนมชายาของตำหนักในที่อยู่ด้านนอกศาลาริมทะเลสาบ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ “เท่าที่หม่อมฉันรู้มา ในยามปกติฮองเฮาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ภายในตำหนักในอยู่เสมอ บรรดาพี่สาวน้องสาวในตำหนักในต่างต้องถูกกดขี่ข่มเหง ได้แต่โมโหแต่ไม่กล้าพูดจา วันนี้หม่อมฉันก้าวออกมาพูดเพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับบรรดาพี่สาวน้องสาวทั้งหมดของตำหนักใน ต่อให้ต้องได้รับการลงโทษเพราะสาเหตุนี้ หม่อมฉันก็จะไม่หลบเลี่ยงเพคะ!”
ช่างเป็นคำพูดที่แสดงถึงความใจกว้างและจูงใจคนได้อย่างดีเยี่ยม เหล่าสนมชายาได้ยินเช่นนี้ล้วนส่งสายตาซาบซึ้งใจและเลื่อมใสไปให้นาง
----------------------
พลาดไม่ได้! อ่าน ‘ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง’
และนิยายจาก Jinovel ทั้งหมด ทุกเรื่อง ทุกตอน ไม่จำกัด
เพียง 99 บาท/ เดือน คลิกเลย > https://bit.ly/3Sdgi8o
.
หากคุณท่านชอบนิยายเรื่องนี้ สามารถกดติดตาม
เพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ๆได้ที่นี่เลยค่า~ >/\<
> จิ้มตรงนี้เพื่อติดตาม <
.
ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรค์มาเพื่อคุณท่านโดยเฉพาะ
อยากอ่านเรื่องไหน จิ้มได้เลย <3
ตบหน้าองค์หญิง
เฟิ่งเฉี่ยนอดทอดถอนใจไม่ได้ ในอดีตฮองเฮาได้สร้างความเกลียดชังให้กับผู้คนมากมายเพียงใดกันนะ!
ทว่านางคงไม่ได้มองข้ามประเด็นสำคัญอย่างหนึ่ง…
เหตุใดนางจึงข้ามเวลาทะลุมิติมาได้? นั่นเป็นเพราะเจ้าของร่างเดิมเสียชีวิตไปแล้ว!
ฮองเฮาเพียงแค่ตบหน้าองค์หญิงไปเพียงหนึ่งฉาด ทว่าองค์หญิงกลับซัดฝ่ามือเข้ามาที่หน้าอกของฮองเฮาหมายต้องการเอาชีวิตของนาง!
เมื่อเปรียบเทียบเช่นนี้ อย่าได้กล่าวถึงการตบองค์หญิงเพียงหนึ่งฉาด ต่อให้ต้องสังหารองค์หญิงเพื่อเป็นการชดใช้ด้วยชีวิตก็ถือว่าไม่เกินไป!
ไทเฮาได้ยินคำพูดขององค์หญิงหลานซิน นางหวั่นไหวทันทีอีกทั้งมารดาผู้ให้กำเนิดองค์หญิงหลานซินเป็นพี่สาวแท้ๆ ของนาง นางย่อมต้องมีใจเอนเอียงไปเข้าข้างหลานสาวของตนเอง “องค์หญิงลุกขึ้นเถิด! องค์หญิงไม่ได้รับความเป็นธรรม อายเจีย[1]จะต้องคืนความเป็นธรรมให้เจ้าแน่นอน!”
“ขอบพระทัยไทเฮาเพคะ” องค์หญิงหลานซินซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพราก ขณะที่ลุกขึ้นใบหน้าก้มต่ำ มุมปากของนางปรากฏให้เห็นรอยยิ้มลำพองใจที่สังเกตได้ยากยิ่ง
ไทเฮาหันมาใช้น้ำเสียงเข้มงวดกับเฟิ่งเฉี่ยน “ฮองเฮา เจ้าตบตีคนแล้วไม่สำนึกผิด ซ้ำยังทำราวกับเป็นเรื่องสมเหตุสมผล ในสายตาของเจ้ายังมีกฎระเบียบของวังหลวงอยู่หรือไม่? อายเจียสั่งให้เจ้าขอขมาองค์หญิงเดี๋ยวนี้!”
“หากหม่อมฉันไม่ยอมขอขมาเล่าเพคะ?” เฟิ่งเฉี่ยนยิ้มบางๆ มองตอบกลับไปอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว นางรู้ว่าตนเองยังคงเป็นฝ่ายถือไพ่ที่เหนือกว่า ไพ่ใบแรกของนางคือพินัยกรรมของอดีตฮ่องเต้ ก่อนหน้าที่อดีตฮ่องเต้จะทรงเสด็จสวรรคตได้เขียนพินัยกรรมไว้ฉบับหนึ่ง คือพระราชทานสมรสนางให้แก่เซวียนหยวนเช่อ อีกทั้งยังไม่อนุญาตให้เซวียนหยวนเช่อปลดฮองเฮา! ไพ่ใบที่สองของนางคือบิดาของนางเอง เขาก็คืออัครมหาเสนาบดี เฟิ่งชาง! ผู้อยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น พินัยกรรมของอดีตฮ่องเต้เพียงส่งให้นางขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮา แต่บิดาของนางต่างหากที่ส่งให้นางทำอะไรตามอำเภอใจในตำหนักในได้!
แม้ก่อนหน้านี้นางจะดูถูกดูแคลนคนที่ชอบอาศัยบารมีของบิดา ทว่าเวลานี้นางมีบิดาที่สู้ผู้อื่นได้ ไฉนจะไม่ใช้ประโยชน์เล่า?
ไทเฮามีสีหน้าอึมครึมขณะมองนางด้วยโทสะ “หากเจ้าไม่ขอขมา ให้ส่งตัวเจ้าเข้าตำหนักเย็น หันหน้าเข้ากำแพงพิจารณาตัวเองเป็นเวลาหนึ่งเดือน!”
พูดแล้วนางลอบมองไปทางเซวียนหยวนเช่อปราดหนึ่ง เห็นสีหน้าของเขายังคงเหมือนเดิม ริมฝีปากบางนั้นเม้มแน่น ไม่แสดงท่าทีโกรธเคือง นางจึงลอบพรูลมหายใจอย่างโล่งอก
ขนตาหนาดกเป็นแพกระพือเบาๆ ราวกับพัด เมื่อช้อนตาขึ้นอีกครั้งในแววตาของเฟิ่งเฉี่ยนกระจ่างใส “ได้ หม่อมฉันขอขมา”
ไทเฮาตกตะลึง ท่าทีของฮองเฮาเปลี่ยนแปลงเร็วเช่นนี้ นางกลับเป็นฝ่ายรู้สึกไม่คุ้นเคยเสียเอง
ขุนนางนอกราชสำนักเพิ่งจะเก็บอัดโทสะไว้เต็มท้อง เวลานี้เห็นนางยอมอ่อนข้อให้ คิ้วจึงคลายตัวลงพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโอ้อวดถือดี “ตามกฎระเบียบของแคว้นหนานเยียนของพวกเรา การขอขมาองค์หญิงต้องคุกเข่าสามครั้งโขกศีรษะเก้าครั้ง จึงจะนับว่าได้ว่าทำอย่างถูกต้องตามประเพณี!”
บรรดาสนมชายาได้ยินแล้ว แต่ละนางล้วนมีสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องรอดูละครฉากสำคัญ
องค์หญิงหลานซินลอบมองไทเฮาและฮ่องเต้ที่ประทับอยู่เบื้องบน เห็นคนทั้งสองมิได้มีท่าทีขัดขวาง มุมปากจึงยกขึ้นสูงด้วยรอยยิ้มได้ใจ
เฟิ่งเฉี่ยนกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อจดจำสีหน้าและแววตาของคนทั้งหมดเอาไว้ นางพูดด้วยน้ำเสียงไม่แสดงความรู้สึกว่า “ได้ เช่นนั้นก็ทำตามกฎเกณฑ์ของแคว้นหนานเยียน…”
ท่ามกลางสายตาของทุกคน เฟิ่งเฉี่ยนก้าวเข้าไปหาองค์หญิงหลานซินทีละก้าวๆ นางยอบกายลงเล็กน้อย จากนั้นค่อยๆ โน้มศีรษะและคอที่ตั้งตรงของนางลงช้าๆ…
สาวใช้น้ำตาเอ่อคลอเต็มดวงตารู้สึกปวดใจอย่างที่สุด “เหนียงเหนียง…”
ดวงตาขององค์หญิงหลานซินปรากฎให้เห็นรอยยิ้มของผู้กำชัยชนะ ผู้ใดกล่าวว่าฮองเฮาของแคว้นเป่ยเยียนแตะต้องไม่ได้ ผู้ใดกล่าวว่าเมื่อนางมาถึงวังหลวงของแคว้นเป่ยเยียนแล้วไม่ว่าจะทำอะไรล้วนต้องดูสีหน้าฮองเฮา? ฮองเฮาผู้อวดดีคนนั้นที่จริงแล้วโง่เขลาแทบแย่ นางเพียงแค่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กๆ น้อยๆ ก็เหยียบย่ำนางไว้ใต้ฝ่าเท้าได้แล้ว โดยที่แทบจะไม่ได้เสียแรงแม้แต่น้อย! หึๆ นับแต่นี้ต่อไป นางจะต้องเป็นคนสำคัญอันดับหนึ่งของตำหนักในแห่งนี้…
ขณะที่กำลังคิดอย่างลำพองใจอยู่นั้น คนที่กำลังค่อยๆ คุกเข่าลงช้าๆ ตรงหน้าพลันเงยหน้าขึ้น
ริมฝีปากของเฟิ่งเฉี่ยนคลี่ออกเล็กน้อย ราวกับดอกฝิ่นที่กำลังเตรียมจะเบ่งบานในยามราตรี ชั่วร้ายสามส่วน เปี่ยมเสน่ห์เจ็ดส่วน!
หัวใจขององค์หญิงหลานซินเต้นผิดไปหนึ่งจังหวะ สัญชาตญาณของนางบอกตนเองว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว…
เพียะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ… เสียงฝ่ามือตบฉาดลงบนใบหน้าสิบครั้งติดๆ กันดังเข้ามาในโสตประสาท!
ใบหน้างดงามนั้น รู้สึกปวดแสบปวดร้อนเป็นอย่างแรก ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นชาไปทั้งแถบ จนกระทั่งไร้ซึ่งความรู้สึก องค์หญิงหลานซินถูกตบจนโง่งม นางประคองใบหน้าที่บวมปูดราวกับหัวสุกรยืนตะลึงอยู่ที่นั่น ลืมกระทั่งการตอบโต้
ชั่วขณะนั้นภายในศาลาริมทะเลสาบมีเพียงเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ตกตะลึง เงียบงัน---
ดวงตาเย็นชาของเซวียนหยวนเช่อหรี่ลงเล็กน้อย เขามองเฟิ่งเฉี่ยนด้วยสายตาเหมือนคมดาบ ราวกับกำลังใช้สายตานั้นกรีดลงบนร่างของนางเป็นบาดแผล ไม่นานความเย็นชาในดวงตาสลายไป แทนที่เข้ามาคือความรังเกียจ! เขาเกลียดชังการแย่งชิงความโปรดปราน แต่เกลียดชังสตรีที่ชอบแย่งชิงความโปรดปรานยิ่งกว่า
เฟิ่งเฉี่ยนสัมผัสได้ถึงสายตารังเกียจของเขาทันที ในใจจึงรู้สึกไม่มีความสุขนัก นั่นเขาใช้สายตาอันใดกัน? ท่านคิดว่าข้าคิดจะแย่งชิงความโปรดปราน? ข้าไม่มีความคิดเช่นนั้นหรอกนะ!
มองไปรอบๆ อีกครั้ง เสียงของนางพลันดังขึ้นในศาลาริมทะเลสาบ “ตบหนึ่งครั้งก็คือตบ ตบสิบครั้งก็คือตบเช่นกัน! คิดจะให้ข้าก้มศีรษะขอขมาหรือ ชาติหน้าเถอะ!”
การตบหน้าสิบครั้งนี้ นางทำแทนเฟิ่งเฉี่ยนที่ต้องตายไป นับว่าเป็นการแก้แค้นแทนนาง
คนภายในศาลาต่างมองมาที่เฟิ่งเฉี่ยนที่ยืนอยู่กลางศาลาด้วยแววตาตื่นตระหนกราวกับกำลังเห็นปีศาจตนหนึ่ง
เฟิ่งเฉี่ยนไม่ใส่ใจคนเหล่านี้อีกต่อไป นางเดินเข้าไปหาสาวใช้ของตน แล้วพูดขึ้นเรียบๆ ประโยคหนึ่ง “ไปเถิด”
สาวใช้อ้าปากกว้างราวกับกำลังสำลักน้ำลายของตนเอง และถามขึ้นว่า “ไป…ไปไหนเพคะ?”
“ตำหนักเย็น!” นางกล่าวออกมาสามคำด้วยน้ำเสียงไม่แยแส เฟิ่งเฉี่ยนหมุนตัวเดินออกไปจากศาลารับลมด้วยตนเอง
[1] อายเจีย แปลว่า ผู้น่าสงสาร เพราะเป็นม่ายร้างพระสวามี เป็นคำเรียกแทนตัวเองของไทเฮา และฮองไทเฮา (จะไม่ใช้คำว่า เปิ่นกง เหมือนฮองเฮา)
----------------------
พลาดไม่ได้! อ่าน ‘ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง’
และนิยายจาก Jinovel ทั้งหมด ทุกเรื่อง ทุกตอน ไม่จำกัด
เพียง 99 บาท/ เดือน คลิกเลย > https://bit.ly/3Sdgi8o
.
หากคุณท่านชอบนิยายเรื่องนี้ สามารถกดติดตาม
เพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ๆได้ที่นี่เลยค่า~ >/\<
> จิ้มตรงนี้เพื่อติดตาม <
.
ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรค์มาเพื่อคุณท่านโดยเฉพาะ
อยากอ่านเรื่องไหน จิ้มได้เลย <3
อันตรายของตำหนักเย็น
ตำหนักเย็น ไม่เสียชื่อของตำหนักเย็น ภายในนั้นทั้งหนาวและชื้น
สาวใช้เดินน้ำตาตกมาตลอดทาง “เหนียงเหนียง ท่านสูงศักดิ์เยี่ยงนี้ ไฉนจะมาพำนักอยู่ในสถานที่เช่นนี้ได้เพคะ หรือท่านจะลองอ้อนวอนฝ่าบาทอีกสักครั้ง ใช้ไม้อ่อนกับฝ่าบาท ฝ่าบาทต้องเห็นแก่หน้าใต้เท้าอัครมหาเสนาบดีย่อมไม่ทำอันใดกับท่านแน่นอนเพคะ…”
สาวใช้นางนี้มีนามว่า จื่อซู เป็นสาวใช้คนสนิทที่ครอบครัวเฟิ่งเฉี่ยนส่งตัวมา ซื่อสัตย์จงรักภักดีกับนางอย่างมาก มีข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือขี้บ่นเกินไป
“ข้าเห็นว่าที่นี่ก็ดี ทั้งกว้างขวางและเงียบสงบ นี่เป็นคฤหาสน์ชัดๆ” เฟิ่นเฉี่ยนเดินไปหยุดอยู่ริมเตียงที่เต็มไปด้วยใยแมงมุม เมื่อนางเลิกมุมผ้าห่มขึ้นกลับประสานสายตาเข้ากับดวงตาสีเขียวคู่หนึ่ง นางถึงกับชะงักงันอยู่กับที่!
สาวใช้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงก้าวเข้ามาเมียงมองก่อนจะตกใจจนหน้าขาวซีด นางร้องขึ้นด้วยความหวาดกลัว “อ๊าก! งู—“
งูเห่าที่ขดกายอยู่ใต้ผ้าห่มนั้นพลันตกใจ มันจึงยืดคอขึ้นมาป้องกันตนเองพร้อมกับส่งเสียงข่มขู่ดังฟู่ๆ ทั้งยังแลบลิ้นสีแดงดั่งเปลวเพลิงออกมา ราวกับจะพ่นเปลวไฟออกมาเพื่อชำระแค้นอย่างไรอย่างนั้น
“หุบปาก!” เฟิ่งเฉี่ยนตวาดเสียงเบาพร้อมกับดึงปิ่นปักผมบนศีรษะออกมาอันหนึ่ง ดวงตาทั้งคู่จ้องงูเห่าเขม็ง งูเห่าจ้องนางแน่นิ่งเช่นกัน หนึ่งคน หนึ่งงูประสานสายตาหยั่งเชิงกันอยู่เนิ่นนาน!
สาวใช้ยกมือทั้งคู่ปิดปากของตน นางหวาดกลัวเสียจนดวงตาเบิกกว้าง ร่างกายยืนอยู่กับที่สั่นเทิ้มไม่หยุด
เวลานี้เอง งูเห่าเป็นฝ่ายโจมตีก่อน มันยืดตัวขึ้นราวๆ สองเมตร หมายจะฉกนัยน์ตาของเฟิ่งเฉี่ยน!
วินาทีนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งนัก ข้อมือของเฟิ่งเฉี่ยนสะบัดออกไป ปิ่นปักผมหลุดออกจากมือ ด้านที่แหลมคมของปิ่นปักผมส่องประกายสีเงินขณะแทงเข้าไปบริเวณเจ็ดชุ่นของงูเห่าอย่างแม่นยำ
ไม่มากไม่น้อย เหมาะเหม็งที่ตำแหน่งเจ็ดชุ่น
ทั้งเด็ดขาดและแม่นยำ!
งูเห่าที่เหินกายอยู่กลางอากาศร่วงลงบนพื้นดังตุบ ส่วนหัวของมันที่เป็นทรงกลมนั้นตกลงบนพื้นขาดใจตายทันที!
ตำหนักเย็นอันกว้างใหญ่เงียบเสียจนได้ยินเสียงเข็มตกลงบนพื้น สาวใช้ปิดดวงตาทั้งคู่ลงในวินาทีสุดท้าย เมื่อเวลาล่วงไปเนิ่นนานไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวใดๆ นางจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นข้างหนึ่งเพื่อแอบดู ทว่ากลับเห็นฮองเฮายืนปลอดภัยดี ส่วนงูเห่ากลับขาดใจตาย
นางตกใจวิญญาณแทบหลุดจากร่าง ดวงตากลมเบิกกว้าง “เหนียงเหนียง ท่านไม่เป็นอะไรนะเพคะ ท่าน…ท่านทำได้อย่างไรกันเพคะ” ช่างร้ายกาจยิ่งนัก!
เฟิ่งเฉี่ยนไม่ได้อธิบาย แต่กลับถามนางว่า “เจ้ามีตะบันไฟติดตัวมาหรือไม่”
สาวใช้ตะลึงงันเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า
เฟิ่งเฉี่ยนหยิบตะบันไฟแล้วมองหาท่อนไม้จากด้านนอก นางทำทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว เมื่อนำท่อนไม้มาเป็นเชื้อเพลิง นางก็จุดไฟลงบนท่อนไม้ทำเป็นคบไฟเพื่อตรวจสอบภายนอกและภายในตำหนักเย็น งู แมลง หนู และมดล้วนกลัวไฟ พวกมันพากันหนีตายกันอย่างลนลาน หลังจากเวลาผ่านไปราวๆ หนึ่งชั่วยาม จึงพอจะนับได้ว่าขับไล่งู แมลง หนู มดออกไปได้เจ็ดแปดส่วน
ไม่แปลกที่บรรดาสนมชายาล้วนกลัวการเข้ามาอยู่ในตำหนักเย็น สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ให้คนอยู่จริงๆ!
ทว่าในฐานะมือสังหารอันดับหนึ่งของโลกใต้ดิน เฟิ่งเฉี่ยนดำเนินชีวิตเยี่ยงคนไร้บ้านมาโดยตลอด ในสภาพป่า ในภูมิอากาศร้อน ทะเลทรายอันแห้งแล้ง ภูเขาหิมะสูงลิบ ป้อมปราการโบราณของกลางศตวรรษ…นางล้วนเคยอยู่มาแล้วทั้งสิ้น
นางเป็นคนปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดล้วนอยู่ได้อย่างเป็นสุข ดังนั้นตำหนักเย็นสำหรับนางแล้วนั้นไม่นับเป็นอะไรได้ ในทางตรงกันข้ามนางกลับสัมผัสได้ถึงความสงบ!
“ข้าหิวแล้ว ไปทำบะหมี่ให้ข้ากินสักถ้วนเถิด”
“บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้เพคะ”
ในฐานะนักฆ่าที่เปี่ยมไปด้วยทักษะการลอบสังหาร การแปลงโฉม การสะกดรอยตาม และการหลบหนี เฟิ่งเฉี่ยนแตกฉานในทุกสิ่งอย่าง จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของนางก็คือ…เรื่องกิน!
นางเป็นนักฆ่าที่มีชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกลเรื่อง ความตะกละ!
ถึงขั้นที่ทั้งๆ รู้อยู่แก่ใจว่าบะหมี่ที่ปรุงออกมาจากห้องเครื่องชามนั้นถูกวางยาพิษ นางก็ยังใจกล้ากินจนหมดชาม แล้วลากสังขารที่เหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายไปหารุ่นพี่เพื่อให้เขาช่วยนางถอนพิษ
จอมตะกละที่ไม่สนใจกระทั่งชีวิตของตนเอง นอกจากนางแล้ว บนโลกนี้ยังหาใครอื่นไม่ได้
ดังนั้นรุ่นพี่ของนางมักจะพูดว่า หากมีวันใดวันหนึ่งที่นางต้องเอาชีวิตเล็กๆ มาทิ้ง ย่อมต้องมีสาเหตุมาจากปากของนางเป็นแน่ ปรากฏว่าคำพูดของรุ่นพี่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง เพียงแต่นางมิได้ถูกวางยาพิษจนถึงแก่ความตาย และยังไม่จุกตาย ทว่านางกลับพบกับภัยทางอากาศเมื่อเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงในวังหลวงของรัฐภูฐานส่งผลให้วิญญาณเกือบหลุดออกจากร่าง
เวลาเพียงชั่วพริบตา นางได้มาถึงวังหลวงของแคว้นเป่ยเยียน กลายเป็นฮองเฮาของที่นี่ โชคชะตาช่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์ยิ่งนัก!
จะกล่าวว่าแคว้นเป่ยเยียนเป็นแคว้นใหญ่ก็ไม่ใหญ่เล็กก็ไม่เล็ก มีหัวเมืองสิบกว่าเมือง ล้อมรอบ เป่ยเยียนถือเป็นมณฑลหนึ่งที่อยู่ภายใต้การปกครองของต้าเยียนเท่านั้น เบื้องบนแคว้นต้าเยียนยังมีอาณาจักรซิงฮั่น หลิงอวิ๋นต้าลู่ สามอาณาจักรที่รวมอยู่ด้วยกัน หากต้องการค้นหาอาณาจักรของเป่ยเยียนบนแผนที่ของหลิงอวิ๋นต้าลู่แล้วละก็ เป่ยเยียนมีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเหลือง เล็กเสียจนน่าสงสาร
ทว่าสำหรับเฟิ่งเฉี่ยนแล้วนั้น ที่นี่เป็นโลกแปลกใหม่สำหรับนาง ลำพังเพียงแค่วังหลวงของแคว้นเป่ยเยียนก็เป็นอุปสรรคสำหรับนางแล้ว
ตามสถานการณ์ในตอนนี้ของนาง คิดจะปลีกตัวให้หลุดพ้นจากความยุ่งยากในวังหลวงของแคว้นเป่ยเยียนยังเป็นเรื่องยาก
แต่นางเชื่อว่าต้องมีสักวันหนึ่งที่นางจะไปจากวังหลวงของแคว้นเป่ยเยียนสำเร็จ นางปรารถนาที่จะใช้ชีวิตอิสระเสรีอย่างที่นางต้องการ!
ฮองเฮาอันใด บุตรสาวของอัครมหาเสนาบดีอันใด เป็นเรื่องไร้สาระทั้งสิ้น! นาง เฟิ่งเฉี่ยนไม่เคยเป็นอย่างที่ใครต้องการ นางเป็นเพียงตัวนางเองเท่านั้น!
จื่อซูกลับมาหลังจากเวลาผ่านไปไม่นานนัก นางกลับมามือเปล่าและก้มหน้าต่ำ
“เหนียงเหนียง บ่าวกลับมาแล้วเพคะ”
แสงตาของเฟิ่งเฉี่ยนหม่นวูบ นางเดินเข้าใกล้จื่อซูแล้วใช้ปลายนิ้วเชยคางของจื่อซูขึ้นมา บังคับให้นางเงยหน้าขึ้นประสานสายตา แล้วถามด้วยน้ำเสียงเน้นหนักทีละคำ “เป็นฝีมือใคร”
รัศมีเข่นฆ่าอันรุนแรงราวกับภูเขาลูกใหญ่นั้นกดดันลงมา จื่อซูกระพริบตาด้วยความหวาดกลัว รอยฝ่ามือบนลำคอด้านขวาค่อยๆเปลี่ยน รูปบิดเบี้ยวเล็กน้อย
เหนียงเหนียง นาง…ไฉนจึงเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน น่ากลัวเหลือเกิน…
“พูด ใครตี”
จื่อซูกลืนน้ำลายลงคอ พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ ไม่มีใครเพคะ”
หลังจากมองนางนิ่งอยู่อึดใจหนึ่งเฟิ่งเฉี่ยนจึงคลายมือแล้วส่งเสียงร้องฮึ “ผู้อื่นรังแกข้า เจ้าก็รังแกข้าเช่นกัน”
“บ่าวมิกล้าเพคะ!” จื่อซูคุกเข่าลงบนพื้นด้วยความตื่นตระหนก “เป็น…เป็นหลี่หมัวมัวในห้องเครื่องเพคะ! บ่าวไปแจ้งห้องเครื่องว่าต้องการบะหมี่ชามหนึ่ง หลี่หมัวมัวกลับพูดว่าเวลานี้ฮองเฮาพำนักอยู่ในตำหนักเย็น ย่อมสมควรกินเพียงข้าวเหลือและอาหารที่เหลือเท่านั้น บ่าวโต้เถียงกับนาง นางจึงตบหน้าบ่าวฉาดหนึ่งเพคะ!”
เฟิ่งเฉี่ยนแค่นหัวเราะ “ใจกล้าไม่เบา! พูดว่าเปิ่นกงมีสิทธิ์กินได้แค่ข้าวเหลืออาหารเหลือเท่านั้น”
การต้องมาพำนักอาศัยอยู่ในรังงูรังมดของตำหนักเย็น นางอดทนอดกลั้นได้ แต่ไม่ให้นางกิน นี่เป็นเรื่องที่นางอดทนอดกลั้นไม่ได้!
แขนเสื้อสะบัดออกไปดังพรึ่บ เฟิ่งเฉี่ยนเดินออกไปจากตำหนักเย็น จื่อซูคว้าแขนของนางเอาไว้อย่างร้อนใจ “ไม่ได้เพคะ เหนียงเหนียง! เวลานี้ท่านถูกฝ่าบาทกักบริเวณไว้ในตำหนักเย็น ไม่อาจออกไปด้านนอกตามอำเภอใจได้เพคะ”
เฟิ่นเฉี่ยนหัวเราะอย่างไม่ยี่หระ “หากข้าออกไปแล้วจะเป็นอย่างไร เขาจะสังหารข้าหรือไม่”
จื่อซูตะลึงงัน “โอ๊ะ…คงไม่เพคะ!”
เฟิ่นเฉี่ยนตวัดสายตา “ยังไม่นำทางอีก”
----------------------
พลาดไม่ได้! อ่าน ‘ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง’
และนิยายจาก Jinovel ทั้งหมด ทุกเรื่อง ทุกตอน ไม่จำกัด
เพียง 99 บาท/ เดือน คลิกเลย > https://bit.ly/3Sdgi8o
.
หากคุณท่านชอบนิยายเรื่องนี้ สามารถกดติดตาม
เพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ๆได้ที่นี่เลยค่า~ >/\<
> จิ้มตรงนี้เพื่อติดตาม <
.
ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรค์มาเพื่อคุณท่านโดยเฉพาะ
อยากอ่านเรื่องไหน จิ้มได้เลย <3