โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กรมป่าไม้ จับมือ FAO ดัน eTree ขึ้นทะเบียนปลูกไม้ หนุนค้าไม้ถูกกฎหมายในไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 ต.ค. 2566 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2566 เวลา 10.06 น.

กรมป่าไม้ จับมือ FAO ดัน eTree ขึ้นทะเบียนปลูกไม้ หนุนค้าไม้ถูกกฎหมายในไทย

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่กรมป่าไม้ นายบุญสุธีย์ จีระวงค์พานิช ผอ.สำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ กรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายจงสถิตย์ อังวิทยาธร ผู้ประสานงานโครงการค้าไม้ยั่งยืนของประเทศไทยใน UN-REDD และนายธนพล ต่อสิทธิเดชกุล ที่ปรึกษาระดับชาติด้านสินค้าคงคลังต้นไม้และผลิตภัณฑ์ป่าไม้ ร่วมแถลงข่าวการใช้แพลตฟอร์ม eTree สนับสนุนปลูกป่าเศรษฐกิจและการค้าไม้ที่ถูกกฎหมาย พร้อมช่วยเกษตรกรจัดการป่าปลูกได้ครบวงจร สนับสนุนให้เกิดการค้าไม้อย่างยั่งยืน

นายบุญสุธีย์ กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ป่าร้อยละ 31.68 ขณะที่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้วางเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ร้อยละ 40 ภายในปี 2580 หรืออีก 14 ปีข้างหน้า จึงเป็นความท้าทายที่ต้องเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้อีกประมาณ 27 ไร่ กรมป่าไม้และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์ม eTree ขึ้น เพื่อรองรับการลงทะเบียนการปลูกไม้เศรษฐกิจสำหรับประชาชนที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่าตามพระราชบัญญัติสวนป่าได้ ระบบ eTree จะอำนวยความสะดวกเกษตรกร ทั้งในด้านบริหารจัดการไม้ในที่ดินและจัดทำหนังสือสำแดงความถูกต้องด้วยตนเอง การตัดไม้ที่ขึ้นในที่ดินและนำขนย้ายไปจำหน่าย

โดยมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินสำหรับซื้อขายเป็นรายต้น/ท่อน และแบบน้ำหนัก/ปริมาตร จากข้อมูลต้นไม้ที่ได้ลงทะเบียนไว้ นอกจากนี้ ระบบดังกล่าว ยังได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่า หากจัดทำข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะสามารถลดความเสี่ยงของไม้และสินค้าไม้ผิดกฎหมายที่จะเข้ามาหมุนเวียนในตลาด และสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งกำเนิดได้ เมื่อไม้และสินค้าไม้ในตลาดนั้นมาจากกระบวนการปลูกและทำไม้ที่ถูกกฎหมาย ตลาดสินค้าไม้จะขยายตัว และเกิดการค้าไม้ที่ยั่งยืนแบบครบวงจร

“ปัจจุบัน พบว่ามีการลงทะเบียนต้นไม้ในระบบ eTree กว่า 645,000 ต้น และพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 37,000 ไร่ อยู่ในพื้นที่กรรมสิทธิ์ 1,785 เอกสารสิทธิ์ มีผู้ลงทะเบียนมากกว่า 5,000 คน ดังนั้น การนำระบบ eTree มาใช้ จึงเป็นทางออกของประเทศในการสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานให้กับตลาดการค้าไม้ นำไม้ที่ปลูกบนที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์เข้าสู่ระบบอย่างถูกกฎหมาย ลดการลักลอบตัดไม้ ส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมการค้าไม้อย่างถูกต้อง เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างธุรกิจต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทาน และสนับสนุนให้เกิดการค้าไม้อย่างยั่งยืนในประเทศไทย”นายบุญสุธีย์ กล่าว

ด้านนายจงสถิตย์ กล่าวว่า องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และโครงการความร่วมมือแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการตัดไม้ทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศกำลังพัฒนา (UN-REDD) ได้ร่วมกับกรมป่าไม้ผลักดันให้ eTree เป็นแพลตฟอร์มหลักในการขึ้นทะเบียนไม้ที่ปลูกในชุมชน ในป่าชุมชน และในป่าเศรษฐกิจ โดยมีการเปิดใช้มาแล้วประมาณ 2 ปี ซึ่ง eTree ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในแนวทางส่งเสริมให้เกิดการปลูกป่าเศรษฐกิจและป่าชุมชน ส่งเสริมให้เกิดการเพิ่มพื้นที่ป่าและลดการตัดไม้ทำลายป่าอย่างได้ผล ส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมการค้าไม้ที่ถูกกฎหมายอย่างถูกต้องและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...