โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เดือดแต่เช้า! เบนซ์หัวร้อน วินบีบแตรเตือน ต่อยหน้า ชักปืนขู่ อ้างเป็นน้องต่อ

Khaosod

อัพเดต 25 ส.ค. 2566 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2566 เวลา 07.37 น.
เดือดแต่เช้า! เบนซ์หัวร้อน วินบีบแตรเตือน ต่อยหน้า ชักปืนขู่ อ้างเป็นน้องต่อ

เดือดแต่เช้า! เบนซ์หัวร้อน วินบีบแตรเตือน ต่อยหน้า ชักปืนขู่ อ้างเป็นน้องต่อ ตร.จับได้แล้ว พบ ฉี่ม่วง ยึดรถตรวจสอบ พบปืนไม่มีทะเบียน

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 ส.ค.2566 ที่ โรงพยาบาลตำรวจ นายเบียร์ (นามสมมุติ) วินรถจักรยานยนต์ เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ หลัง เกิดเหตุการณ์ รถเก๋งหรูเฉี่ยวชนกับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ในถนนทองหล่อ จนเกิดเหตุการณ์ชุลมุนและมีการชักอาวุธปืนขึ้นใส่วินรถจักรยานยนต์ก่อนจะถูกคุมตัวได้โดยตำรวจ สน. ทองหล่อในจุดเกิดเหตุ

นายเบียร์ (นามสมมุติ) กล่าวว่า ตนมาตรวจร่างกายที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลตำรวจ โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 08:30 น. ของเช้าวันนี้ ขณะที่ตนเองอยู่ระหว่างการวิ่งรถรับส่งผู้โดยสารตามปกติ บนถนนทองหล่อ เมื่อมาถึงบริเวณทองหล่อ ซอย 10 ได้พบกับรถคู่กรณี ที่อยู่ช่องทางด้านซ้าย แต่มีการหักมาหาตนเองที่วิ่งหลบรถอยู่ทางช่อง ทางด้านขวา ตนเองจึงบีบแต่เตือนไปด้วยความตกใจ แต่คู่กรณีเกิดความไม่พอใจ จึงจอดรถขวางกลางถนน ตนจึงหลบไปจอดฝั่งตรงข้าม แต่คู่กรณีวิ่งตรงมา พร้อมกับปืนกระบอกสีดำที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง

โดยอีกฝ่าย ใช้มือซ้ายต่อยเข้าที่ใบหน้าตนเองหนึ่งครั้ง จนเกิดการชุลมุนเพราะวินรถจักรยานยนต์คนอื่นที่ขับผ่านไปผ่านมา เริ่มมารวมตัวกัน ก่อนเรื่องจะเริ่มชุลมุนหนักขึ้น และคู่กรณีชักอาวุธปืนขึ้นมา ทำท่าจะยิงใส่กลุ่มตนเองและวินรถจักรยานยนต์ เพื่อหวังว่าจะหนีขึ้นรถออกจากจุดเกิดเหตุ แต่กลุ่มรถจักรยานยนต์พวกตนเอง ช่วยกันปิดล้อมเอาไว้

ต่อมาตำรวจ สน.ทองหล่อ เดินทางมาถึง และคุมตัวคู่กรณี พร้อมยึดอาวุธปืน 2 กระบอก และยังพบยาเสพติดอยู่บนรถอีกจำนวนหนึ่ง และ ตนสังเกตเห็นว่าบนรถมีผู้โดยสารมาทั้งหมด 6 คน แบ่งเป็นคู่กรณีที่มีเรื่องกับตนเองเป็นผู้ชายและมีผู้ชายอีกคนหนึ่ง ส่วนด้านหลังเป็นผู้หญิงอีก 4 คน เท่าที่เห็นทั้งหมดอยู่ในอาการมึนเมา ไม่ทราบว่ามึนเมาจะอะไรแต่ตนเองได้กลิ่นสุราจากคู่กรณี

“ยอมรับว่าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังมีอาการหวาดกลัวจะไม่ปลอดภัย เพราะต้องวิ่งรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ และไม่รู้ว่าคู่กรณีจะกลับมาทำอันตรายอะไรหรือไม่ เพราะขณะที่มีการชุลมุนคู่กรณียังมีการอ้างว่าเป็นตำรวจด้วย จึงอยากฝากบอกถึงคู่กรณีว่า คราวหลังให้ใจเย็นมากกว่านี้หน่อย “ นายเบียร์ (นามสมมุติ) กล่าว

ทั้งนี้ ตนเองจึงอยากขอฝากเตือนประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ขอให้ใช้ความระมัดระวังและใจเย็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหากเรื่องรุนแรงบานปลายจนถึงขั้นมีการใช้วุตปืนยิงใส่กัน อาจจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้

ด้านพ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ทองหล่อ กล่าวว่า เบื้องต้นมีดำเนินการจับกุมนายชาวิญญ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี คนขับรถเบนซ์ พร้อมแจ้งข้อหาทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ , ทำร้ายร่างกาย

ส่วนข้อหาครอบครองอาวุธปืนและครอบครองยาเสพติด อยู่ระหว่างการส่งตรวจสารของยาเสพติด ที่พบวัตถุขายยาไอซ์หนักจำนวน 2 ขีด ว่าเป็นสารเสพติดจริงหรือไม่ รวมถึงการส่งตัวอาวุธปืนเพื่อดำเนินการแจ้งข้อหาอีกครั้ง

ขณะที่ในส่วนรถคันที่ก่อเหตุได้อายัดเอาไว้เพื่อตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดใดอื่นอีกหรือไม่ ืหรือเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ส่วนเบื้องต้นอาวุธปืนตรวจสอบพบว่าไม่มีทะเบียน และเป็นขนาด .25 มม. ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบในรายละเอียดเพิ่มเติม และตัวผู้ก่อเหตุไม่ได้เป็นตำรวจตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด

นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ขณะมีการ ชุลมุนและมีปากเสียงกับทางกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ชายผู้ก่อเหตุยังมีการพูดว่า “มึงรู้ไหม กูเป็นใคร กูเป็นน้องต่อนะ มึงจะต่อยกับกูไหม เดี๋ยวมึงได้เจอกัน” ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง

และยังมีรายงานเพิ่มเติมอีกว่าสำหรับกลุ่มผู้ก่อเหตุตำรวจ ได้คุมตัวไว้ทั้งสิ้น 6 คน แบ่งเป็นชาย 4 คน หญิง 2 คน เบื้องต้น จากการตรวจปัสสาวะ พบเป็นสีม่วง ต่อจากนี้จะมีการส่งตัวตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...