โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหตุช็อก! กราดยิงในห้างดัง น.ร.ชาย 14 ควงปืนลั่นไกดะ ชาวต่างชาติดับ 2 บาดเจ็บ 5 เผยปมกดดันผลการเรียน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 09 ต.ค. 2566 เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2566 เวลา 08.58 น.

นับจากเกิดเหตุการณ์กราดยิงทั่วเมืองและภายในห้างที่โคราช และการสังหารหมู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู คนไทยต่างตกอยู่ในอาการหวาดผวา หวาดเกรงว่าเหตุสลดอาจจะเกิดขึ้นมาอีกสักวัน

แล้วสิ่งที่หวาดกลัวก็เกิดขึ้นจริงๆ

ที่ช็อกกว่าคือ รายล่าสุดผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนอายุเพียง 14 ปี

นาทีเสียงปืนสนั่นพารากอน

ย้อนไปเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม พ.ต.อ.นพดล เทียมเมธา ผกก.สน.ปทุมวัน นำกำลังเข้าตรวจสอบเหตุเสียงดังคล้ายปืนภายในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ทำให้ผู้มาใช้บริการทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติกรูวิ่งหนีออกมาจากศูนย์การค้าอย่างอลหม่าน

จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณใกล้กับช็อปร้านกระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดัง บริเวณชั้นเอ็มของห้าง โดยช่วงเกิดเหตุมีเสียงดังขึ้นหลายครั้ง ทำให้ประชาชนที่เดินอยู่ภายในห้างต่างวิ่งหนีกันอลหม่าน เบื้องต้นตำรวจกำลังเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ส่วนพนักงานดูแลความปลอดภัยของห้างดังกำลังเร่งเข้าเคลียร์พื้นที่ พร้อมเร่งอพยพคนออกจากห้าง

ต่อมา พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 รีบนำกำลังลงพื้นที่พร้อมส่งหน่วยอรินทราช เข้าตรวจสอบหาตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมเร่งลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

ขณะที่ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภัทรพล ปัทมวงศ์ ผกก.สสน.บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบฯ ลงพื้นที่เข้าร่วมปฏิบัติการ

จากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด พบชายต้องสงสัยสวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด สีเข้ม ปิดบังใบหน้า รองเท้าบู๊ตสีดำ มีอาวุธปืนสั้นออโตเมติกเป็นอาวุธ

ต่อมาตำรวจสายตรวจ พบคนร้ายอยู่ภายในห้องกระจกร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ชั้น 3

เจ้าหน้าที่ปิดล้อมห้องดังกล่าวเอาไว้ ก่อนเจรจาจนผู้ก่อเหตุยอมวางอาวุธ จึงตัดสินใจทุบกระจกบุกเข้าควบคุมตัวไว้ได้ ตรวจสอบเป็นเด็กอายุ 14 ปี ใช้อาวุธปืนแบลงก์กันดัดแปลงคล้ายปืนกล็อก 19

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ลงพื้นที่พร้อม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ดูแลรับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ร่วมสอบสวน

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์เผยว่า เด็กชายมือปืนให้การวกวนคล้ายคนสติแตก อ้างว่าหูแว่วมีคนสั่งให้ก่อเหตุ ทั้งนี้ พบว่าเป็นเด็กเรียนเก่ง มาจากครอบครัวที่มีฐานะทางสังคม บิดาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่ง แต่ช่วงหลังเริ่มติดเกมแนวแบตเทิลรอยัล

ด.ช.รับซื้อปืนมาจากเน็ต

ขณะที่เด็กชายผู้ก่อเหตุ ยังไม่สามารถให้การถึงสาเหตุที่ก่อเหตุได้ อ้างแต่ว่ามีเสียงในหัว บอกจะมีคนมาทำร้าย โดยมีประวัติรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถี แต่ขาดยา ส่วนอาวุธปืนเป็นปืนแบลงก์กันดัดแปลงให้ใช้กับกระสุนจริง ซื้อมาจากในเว็บไซต์พร้อมกระสุนในราคาหมื่นกว่าบาท

นอกจากนี้ มีรายงานว่า ในโทรศัพท์มือถือ พบคลิปวิดีโอบันทึกภาพการซ้อมการเปลี่ยนแม็กกาซีนบรรจุกระสุนปืนเก็บไว้ที่คลังภาพ และก่อนจะเข้ามาก่อเหตุในห้าง ยังส่งภาพแม็กกาซีนบรรจุกระสุนไปให้เพื่อนในแชตอีกด้วย

ด้านนายปรัชญา จิระพงษ์ อายุ 51 ปี รปภ.ซึ่งประสบเหตุ กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุทางวิทยุสื่อสารตนก็รีบอพยพลูกค้าอยู่บริเวณชั้นเอ็ม บังเอิญพบกับผู้ก่อเหตุห่างแค่ระยะ 15 เมตร

ผู้ก่อเหตุเห็นว่าตนเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ก็ชักปืนยิงใส่ทันที 1 นัด โชคดีที่กระโดดหลบทัน พอกระสุนพลาดเป้า ผู้ก่อเหตุก็เดินเข้าไปภายในห้างตามชั้นต่างๆ และมีเสียงอาวุธปืนดังอย่างต่อเนื่อง

พล.ต.ท.ธิติ เผยว่า ผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ น.ส.จ้าว จินหนาน อายุ 34 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีน เสียชีวิตบริเวณชั้นจี และ น.ส.โม มยิ่น ชาวเมียนมา พนักงานร้าน ‘เทคทอยส์’ ถูกยิงบริเวณลำคอ 1 นัด และที่ด้านหลัง 2 นัดเสียชีวิตที่โรงพยาบาลตำรวจ

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย รักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาฯ 3 ราย ประกอบด้วย นายวิเชียร วิจิขากี อายุ 41 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ รปภ. อาการปลอดภัย น.ส.เพ็ญพิวรรณ มิตรธรรมพิทักษ์ อายุประมาณ 30 ปี ถูกยิงบริเวณศีรษะ สาหัส ไม่รู้สึกตัว น.ส.ลิช่า อายุประมาณ 40 ปี ชาวจีน อาการปลอดภัย

นอกจากนี้ มีหญิงชาวไทย 1 ราย ชื่อ นางอัญภัทร ทิพย์จิระสกุล อายุราว 50 ปี ถูกยิงบริเวณไหล่ซ้าย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ และ น.ส.คำ พูอี อายุ 28 ปี ชาวลาว ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกยิงใต้รักแร้ 1 นัด หัวไหล่ 1 นัด และมีบาดแผลที่คอ รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวชาวจีน ยืนยันว่าตำรวจทำทุกอย่างเพื่อป้องกันและดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมถึงนายกฯ ได้กำชับเรื่องมาตรการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ

นายกฯ เศรษฐารุดดูที่เกิดเหตุ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์แล้วแต่ยังไม่ทราบในรายละเอียด เมื่อสักครู่ในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ น.ส.ชฎาทิพ จูตระกูล ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งอยู่ระหว่างการประชุม ได้ขอตัวออกไปก่อนหลังได้รับรายงานเหตุการณ์ เพราะเหตุการณ์เกิดที่สยามพารากอน

ต่อมาเวลา 19.20 น. นายเศรษฐาเดินทางถึงห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์เข้ารายงานสถานการณ์ จากนั้นเดินทางมาเยี่ยมผู้ป่วยบาดเจ็บที่โรงพยาบาลตำรวจ และโรงพยาบาลจุฬาฯ ก่อนเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรับผู้ป่วยทุกรายอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์

เมื่อถามถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยหลังมีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ นายเศรษฐากล่าวว่า ในช่วงนี้กำลังเข้าสู่เทศกาลต่างๆ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา ดังนั้น คงต้องมีการประชุมและพูดคุยกันอีกครั้ง ขอให้ใจเย็นนิดหนึ่ง ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ

นายกรัฐมนตรียังกำชับตำรวจให้มีมาตรการยกระดับกฎหมายครอบครองปืนหรือความง่ายในการเข้าถึงอาวุธปืน พร้อมจะกำกับกรมศุลกากร ให้เข้มงวดในการนำเข้าปืนต่อไป

ศธ.สั่งเร่งหาเหตุจูงใจ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ตนได้รับทราบข่าวเบื้องต้นแล้ว อันดับแรกต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ ในส่วนของ ศธ.ได้ขอให้ทางหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในกำกับ ตรวจสอบสาเหตุจูงใจในการก่อเหตุ จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลเพิ่มเสนอให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. รับทราบ เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป

ทั้งนี้ แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ได้เกิดในสถานศึกษา แต่ก็ถือว่าผู้ก่อเหตุยังเป็นผู้เยาว์ ดังนั้นทาง ศธ.ก็จะต้องเข้าไปดูว่ามีส่วนไหนที่เกี่ยวข้องเพื่อจะได้เข้าไปช่วยเหลือ แต่อันดับแรกก็ต้องหาแรงจูงใจก่อน

แต่ส่วนตัวมั่นใจว่า โรงเรียนดูแลเด็กที่อยู่ในสถานศึกษาอย่างดีอยู่แล้ว ส่วนสาเหตุของการก่อเหตุนั้น คงไม่สามารถบอกได้ในตอนนี้ จะไปสรุปว่าสาเหตุมาจากติดเกมหรือสาเหตุใดก็อาจจะเร็วเกินไป ดังนั้น ขอรวบรวมข้อมูลก่อน

ห้างดังโพสต์เสียใจ

หลังเหตุสลดคลี่คลายลง ทางห้างสยามพารากอน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า สยามพารากอน ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์อันไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในวันนี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์และจับกุมผู้กระทำผิดได้แล้ว

ทันทีที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดจนทีมรักษาความปลอดภัยของสยามพารากอน ได้ทำการอพยพลูกค้าและพนักงานออกจากอาคารทันที โดยยึดถือความปลอดภัยของลูกค้า พนักงาน และร้านค้าทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

สยามพารากอนขอขอบคุณตำรวจ และอาสาสมัครทุกนาย และทีมรักษาความปลอดภัยของสยามพารากอนที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เข้ายุติสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง และขอขอบพระคุณทุกกำลังใจที่มอบให้แก่พวกเราในวิกฤตการณ์ครั้งนี้ หากมีความคืบหน้าใดๆ จะแจ้งให้ท่านทราบต่อไป

เจอกดดันผลการเรียนตก

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า เด็กชายวัย 14 เป็นเด็กกิจกรรม มักมีผลการเรียนไม่ค่อยดี ทางโรงเรียนจะรายงานผลการเรียนให้ผู้ปกครองทราบตลอด โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบมือถือของเด็กที่ก่อเหตุพบแชต ข้อความที่มีพูดคุยถึงผลการเรียนที่ตกลง โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ที่มีคะแนนไม่ถึงเป้า

มีการกำชับให้ปรับปรุงตัวและอ่านหนังสือ ก่อนเด็กที่ก่อเหตุจะส่งข้อความกลับไป เป็นภาพที่อยู่ภายในสนามยิงปืนแห่งหนึ่ง แล้วพิมพ์ตอบกลับสั้นๆ ว่า“ผมจะไปที่นี่” ซึ่งเป็นสถานที่ยิงปืนที่มักจะไปเป็นประจำ

ก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุอายุ 14 ปียังส่งข้อความไปหาเพื่อนสนิทที่ไปยิงปืนด้วยกันว่า“ไปเจอกันที่ห้างนะ” และเมื่อไปถึงห้าง ผู้ก่อเหตุได้วิดีโอคอลหาเพื่อนคนดังกล่าว แล้วบอกว่า “จะยิงปืนแล้ว” ระหว่างนั้นเพื่อนพยายามบอกให้ใจเย็นๆ แต่ผู้ก่อเหตุกดตัดสายไป ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

จากการตรวจสอบยังพบด้วยว่า เมื่อผู้ก่อเหตุถูกตักเตือนเรื่องผลการเรียน ก็มักจะส่งคลิปยิงปืนของตัวเองไปให้ตลอด ที่ผ่านมาผู้ปกครองรับทราบดีว่า ลูกชายชอบยิงปืนมากและมักจะไปสนามยิงปืนกับเพื่อนเป็นประจำ

เหตุกราดยิงครั้งนี้นอกจากความสูญเสียต่อชีวิตที่ไม่สามารถประเมินค่าได้แล้ว ยังกระทบถึงท่องเที่ยว ที่รัฐบาลหมายมั่นปั้นมือจะให้เป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้กลับมา ก่อนจะลุกลามบานปลาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...