เช็กความพร้อมรับ ‘ฟรีวีซ่า’ 2 สนามบิน ‘สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง’ ผ่านตม. คนละ 1 นาที
The Bangkok Insight
อัพเดต 25 ก.ย 2566 เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2566 เวลา 03.20 น. • The Bangkok Insightเช็กความพร้อมรับ "ฟรีวีซ่า" 2 สนามบิน "สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง" ผ่านตม. คนละ 1 นาที
ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) กล่าวว่า ตามนโยบายฟรีวีซ่า ซึ่งจะมีเที่ยวบินและผู้โดยสารจาก 2 ประเทศ คือประเทศจีน และคาซัคสถานเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มีการเตรียมความพร้อมในการรองรับปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของผู้โดยสารขาเข้า – ขาออก โดยมีการบูรณาการการบริหารจัดการในขั้นตอนต่างๆ ได้แก่
กระบวนการผู้โดยสารขาเข้า สนามบินสุวรรณภูมิ
- ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ซึ่งปัจจุบันมีช่องตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (ตม.) ขาเข้า 138 ช่องตรวจ (ช่องปกติ 118 ช่องตรวจ และช่อง Visa On Arrival อีก 20 ช่องตรวจ) และมีเครื่อง Auto Channel จำนวน 16 เครื่อง สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 7,140 คนต่อชั่วโมง (กรณีที่มีการใช้งานทุกช่องตรวจ) ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจลงตรา 1 นาทีต่อคน และมีพื้นที่รองรับผู้โดยสาร 1,550 ตารางเมตร
ซึ่ง ทสภ.ได้วางแนวทางดำเนินการกรณีเกิดความหนาแน่นบริเวณช่องตรวจหนังสือเดินทางขาเข้า โดยประสานเจ้าหน้าที่ ตม.ให้นั่งเต็มทุกเคาน์เตอร์ในชั่วโมงหนาแน่น (ช่วงกลางวันระหว่างเวลา 11.00 – 16.00 น.)
- ขั้นตอนรับกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสายพานรับกระเป๋าขาเข้าสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ 4 สายพาน และสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ 18 สายพาน โดยหากเกิดความหนาแน่นบริเวณสายพานรับกระเป๋า ทสภ.จะกำกับดูแลและติดตามเวลา First Bag และ Last Bag ของผู้ให้บริการภาคพื้นและสายการบิน ซึ่งปัจจุบันผู้รับสัมปทานผู้ให้บริการภาคพื้น (บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางกอก ไฟลท์ เซอร์วิส จำกัด) สามารถทำได้อยู่ในเกณฑ์ดีขึ้นจากช่วงปลายปี 2565
กระบวนการผู้โดยสารขาออก
ในส่วนกระบวนการผู้โดยสารขาออก ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มีการบริหารจัดการขั้นตอนต่างๆ ได้แก่
- ขั้นตอนการเช็กอิน
ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนเคาน์เตอร์เช็กอิน แบบเดิม 302 เคาน์เตอร์ (ใช้เวลาเฉลี่ย 3 นาทีต่อคน) และมีเครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (CUSS) จำนวน 196 เครื่อง และเครื่องรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (CUBD) จำนวน 50 เครื่อง (ใช้เวลาเฉลี่ย 1 นาทีต่อคน) และกำหนดแนวทางการลดปัญหาความหนาแน่น โดยการทำ Early Check-in พร้อมประสานสายการบินให้นั่งเคาน์เตอร์ให้เต็ม และประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารใช้ CUSS และ CUBD 
- บริการจุดตรวจค้น
ซึ่งปัจจุบันมีจุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศจำนวน 3 โซน เครื่องเอ็กซเรย์ 25 เครื่อง และ มีการติดตั้งระบบ Automatic Return Tray System (ARTS) ที่ใช้ระยะเวลาในการตรวจค้นไม่เกิน 7 นาทีต่อคน วางแนวทางลดความหนาแน่น โดยเกลี่ยแถวในโซนจุดตรวจค้นที่หนาแน่น
- ขั้นตอนการตรวจลงตรา
ซึ่งปัจจุบันมีช่องตรวจหนังสือเดินทาง ตม.ขาออก 69 ช่องตรวจ และเครื่อง Auto Channel 16 เครื่อง ที่ใช้ระยะเวลาในการตรวจลงตรา 1 นาทีต่อคน มีพื้นที่รองรับผู้โดยสาร 2,199 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 4,149 คนต่อชั่วโมง โดยได้วางแนวทางลดความหนาแน่นบริเวณ ตม.ขาออก โดยประสานเจ้าหน้าที่ ตม.ให้นั่งเต็มทุกเคาน์เตอร์ในชั่วโมงหนาแน่น (ช่วงเช้าระหว่างเวลา 06.00 – 07.00 น. ช่วงกลางวันระหว่างเวลา 14.00 – 15.00 น. และช่วงกลางคืนระหว่างเวลา 21.00 – 23.00 น.)
กระบวนการผู้โดยสารขาเข้า สนามบินดอนเมือง
ในส่วนท่าอากาศยานดอนเมืองอาจมีความหนาแน่นบริเวณจุดตรวจหนังสือเดินทางและจุดตรวจค้น
- บริเวณจุดตรวจลงตราหนังสือเดินทาง ทดม.ได้จัดสรรช่องตรวจหนังสือเดินทางให้สำหรับผู้โดยสารชาวจีนโดยเฉพาะจำนวน 4 ช่องตรวจ (ช่องตรวจหมายเลข 24, 26, 28 และ 30) พร้อมจัดทำป้ายบอกทางเพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับผู้โดยสารชาวจีน
กระบวนการผู้โดยสารขาออก
- ได้เปิดบริการจุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกทุกช่องตรวจตลอดเวลาที่มีเที่ยวบินขาออกคับคั่ง
นอกจากนี้ ได้จัดสรรอากาศยานที่จอดค้างคืนให้เข้าจอดที่หลุมจอดแบบ MARS Stand เพื่อเพิ่ม Apron Capacity CODE C อีกจำนวน 11 หลุมจอด ทำให้ ท่าอากาศยานดอนเมืองมีหลุมจอดจำนวน ทั้งหมด 111 หลุมจอด (CODE A – B จำนวน 10 หลุมจอด) รวมถึงได้จัดเจ้าหน้าที่ Airport Help ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดระเบียบแถวคอยของผู้โดยสาร ณ บริเวณจุดคับคั่ง และจัดเตรียมที่จอดรถสำหรับกรุ๊ปทัวร์ (รถบัส) บริเวณประตู 7 – 8 และบริเวณระหว่างทางเข้าประตู 15 กับอาคารจอดรถ 7 ชั้น ซึ่งสามารถจอดรถบัสได้จำนวน 2 คัน
ดร.กีรติ กล่าวว่า AOT มีความพร้อมในทุกด้านเพื่อรองรับการเดินทางของผู้โดยสารที่จะเดินทางมาเพิ่มมากขึ้นจากทั่วโลก และพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน และส่งเสริมให้เกิดการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวในอนาคตต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม