‘ค่าเงินบาท’ เปิดเช้านี้ที่ 33.02 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย’ กรอบวันนี้ 32.95-33.10 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.02 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.05 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 32.95-33.10 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.02 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หรือแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์
โดยประเมินกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ไว้ที่ 32.80-33.40 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.95-33.10 บาทต่อดอลลาร์
นับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทมีจังหวะแข็งค่าทะลุแนวรับสำคัญบริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 32.88-33.07 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้น
ปัจจัยสำคัญมาจากรายงานยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯ หรือ Nonfarm Payrolls เดือนกรกฎาคม ที่ลดลงราว 23,000 ราย แย่กว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 85,000 ราย
ขณะเดียวกัน อัตราการเติบโตของค่าจ้าง หรือ Average Hourly Earnings ชะลอลง โดยเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบรายปี และเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ส่วนอัตราการว่างงานปรับลดลงสู่ระดับ 4.1% ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 61.4%
ข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED โดยล่าสุดตลาดให้โอกาสราว 16% ที่ FED อาจขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้งในปีนี้
อย่างไรก็ดี เงินบาทยังไม่สามารถแข็งค่าต่อเนื่องได้สำเร็จ ก่อนทยอยอ่อนค่ากลับมาใกล้ระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังเข้าซื้อเงินดอลลาร์ในจังหวะย่อตัว ส่งผลให้เงินดอลลาร์รีบาวด์ขึ้นบ้าง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดยังรอติดตามรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ก่อนที่จะปรับมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED และปรับสถานะถือครองอย่างชัดเจนอีกครั้ง
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED จากทั้งความหวังต่อการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่กว่าคาด
สำหรับสัปดาห์นี้ Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า ควรจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมกับรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท นายพูนมองว่า โมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาทเริ่มมีกำลังมากขึ้น และในระยะสั้นเงินบาทอาจทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง หรืออย่างน้อยแกว่งตัวในกรอบ Sideways ตราบใดที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่กลับมาร้อนแรงจนทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง
หากรายงานเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ออกมาตามคาดหรือต่ำกว่าคาด และสะท้อนแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงต่อเนื่อง อาจทำให้ตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED เพิ่มเติม ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ และช่วยหนุนทั้งราคาทองคำ รวมถึงเงินบาท
เบื้องต้น Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า การปรับเพิ่มหรือลดโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ยราว 50% อาจส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าหรือแข็งค่าขึ้นได้ราว 25 สตางค์เป็นอย่างน้อย
อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีอยู่ ทำให้เงินบาทยังเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-way risk หรือเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED
ดังนั้น ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ภายใต้ภาวะตลาดการเงินที่ยังมีความผันผวนสูง
Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Down โดยมีแนวต้านแรกบริเวณ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์
ขณะที่แนวรับแรกอยู่บริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับถัดไปอยู่ที่ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ หรือบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน ทั้งนี้ ตลาดยังควรติดตามรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงินและค่าเงินบาทได้
ในเชิงเทคนิค หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following ในกรอบรายสัปดาห์ เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า และจะยังคงอยู่ในแนวโน้มดังกล่าว จนกว่าจะสามารถแข็งค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
แต่หากพิจารณาในกรอบรายวัน เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่า หรืออย่างน้อยแกว่งตัวในกรอบ Sideways จนกว่าจะพลิกกลับมาอ่อนค่าทะลุโซน 33.40-33.50 บาทต่อดอลลาร์อย่างชัดเจน จึงจะถือว่าแนวโน้มแข็งค่ากลับไปเป็นแนวโน้มอ่อนค่าอีกครั้ง
สำหรับเงินดอลลาร์ Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า ยังเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-way risk โดยเงินดอลลาร์อาจอ่อนค่าลงต่อได้ หากรายงานเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ชะลอตัวลงต่อเนื่อง และทำให้ตลาดปรับลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED