โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทรัมป์’คุยโวจะประกาศให้‘ช่องแคบฮอร์มุซ’เป็นดินแดนของสหรัฐฯ

Manager Online

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/08/trump-vows-to-declare-strait-of-hormuz-a-us-territory/)

Trump vows to declare Strait of Hormuz a US territory

by Jessica Corbett

15/08/2026

ยังคงไม่มีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะขยายเวลาการหยุดยิงในสงครามอิหร่านออกไปอีก ทั้งๆ ที่มันกำลังจะหมดอายุลงในวันจันทร์ (17 ส.ค.) นี้อยู่แล้ว

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาปล่อยวาจาสำแดงความคิดเห็นชนิดที่กระตุ้นให้ทั่วโลกรู้สึกว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในวันศุกร์ (14 ส.ค.) ที่ผ่านมาว่า เขาวางแผนจะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซ –ซึ่งอิหร่านได้ทำการปิดล้อมแทบจะตลอดเวลา 5 เดือนที่ผ่านมาเพื่อตอบโต้การที่ทรัมป์ร่วมมือกับอิสราเอลเปิดสงครามถล่มอิหร่านอย่างผิดกฎหมาย— กลายเป็นดินแดนหนึ่งของสหรัฐฯเสียเลย

เพียงแค่ 2 วัน หลังจากมีการประกาศตัวเลขอัตราเงินเฟ้อล่าสุดของอเมริกา ซึ่งในถ้อยคำของผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่ง ระบุว่า มันเป็นตัวอย่างที่สาธิตให้เห็นถึง “การบริหารจัดการเศรษฐกิจของเราอย่างผิดพลาดของ โดนัลด์ ทรัมป์ จนกระทั่งเกิดความหายนะขึ้นมา” ประธานาธิบดีผู้นี้ก็ยังคงแสดงให้เห็นอีกครั้งถึงความไม่แยแสกับผลกระทบทางลบที่มีต่อเศรษฐกิจจากสงครามของเขา ซึ่งได้นำอิหรานไปสู่การใช้มาตรการจำกัดกีดกั้นการจราจรทางเรือผ่านเข้าออกช่องแคบแห่งนี้ จนผลักดันราคาเชื้อเพลิงให้พุ่งสูงลิ่วในทั่วโลก

ระหว่างการกล่าวปราศรัยกับฝูงชนที่สนับสนุนเขาในรัฐลองไอร์แลนด์เมื่อวันศุกร์ (14) ทรัมป์โวว่า “เรากำลังจะทำให้ราคาข้าวของต่างๆ ลดต่ำลง” เขาบอกอีกว่า “หลังจากเราเสร็จสิ้นการสร้างความพ่ายแพ้ให้แก่อิหร่าน ซึ่งเวลานี้พวกเขาก็กำลังพ่ายแพ้อย่างย่ำแย่เอามากๆ แล้ว และจะต้องประสบความปราชัยในเร็วๆ นี้แหละ เราก็จะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนหนึ่งของสหรัฐอเมริกาเสียเลย”

พวกที่ตามวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์บางราย แสดงปฏิกิริยาต่อคลิปวิดีโอบันทึกการแสดงความเห็นครั้งนี้ของเขา ซึ่งได้ถูกนำออกเผยแพร่ทางแพลตฟอร์ม X โดยกล่าวเหน็บแนมล้อเลียนทรัมป์ ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงลือชาอยู่แล้วในเรื่องการพูดโกหกคำโต เป็นต้นว่า ส.ส. เท็ด ลูว์ (Ted Lieu) สังกัดพรรคเดโมแครต จากรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งพูดประชดว่า “ยอดเยี่ยมไปเลย! ถ้าเป็นแบบนี้ เรื่องที่พูดกันเกี่ยวกับกระต่ายอิสเตอร์ (Easter Bunny) ก็ต้องเป็นเรื่องจริงด้วยนะซี”

(กระต่ายอิสเตอร์ เป็นตัวละครในตำนานพื้นบ้านตามความเชื่อตะวันตก โดยเล่าขานกันว่า กระต่ายตัวนี้ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และการเกิดใหม่ จะนำไข่ที่ระบายสีและขนมหวานมาซ่อนไว้ให้เด็กๆ ออกตามหาในเช้าวันอีสเตอร์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Easter_Bunny)

ส่วน ไรอัน คอสเทลโล (Ryan Costello) ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายของสภาชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่านแห่งชาติ (National Iranian American Council) กล่าวว่า “ลัทธิคลั่งชาติอย่างก้าวร้าวนี้ ออกจะกลายเป็นความกลวงโบ๋ไปสักหน่อยแล้ว ในเมื่อข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า พวกฐานทัพสหรัฐฯที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ช่องแคบแห่งนี้ ส่วนใหญ่ทีเดียวโดยสาระสำคัญ กำลังถูกละทิ้งไปเสียแล้ว เนื่องด้วยอันตรายจากขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน”

ขณะที่ ไคล คูลินสกี (Kyle Kulinski) คอมเมนเตเตอร์ทางการเมืองที่เป็นพวกแนวคิดก้าวหน้า ประกาศว่า “ทรัมป์จำเป็นที่สุดที่จะต้องถูกอิมพีช (ถูกรัฐสภาไต่สวนเพื่อพิจารณาถอดถอน, ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง, และถูกคุมขังเอาไว้ เขาเป็นคนวิกลจริตชนิดหลุดโลกอย่างสิ้นเชิง และเขายังเป็นตัวอันตรายจอมเหี้ยมโหดและสนุกกับการสร้างความเจ็บปวดให้แก่โลก”

หลังจากคุยอวดเอาไว้อย่างใหญ่โตสูงส่งในตอนแรกๆ ว่ากำลังทำให้ราคาข้าวของต่างๆ ลดต่ำลง ทรัมป์ก็กลับมายอมรับว่าน้ำมันเบนซินกำลังมีราคาพุ่งขึ้นสืบเนื่องจากสงครามของเขา กระนั้นเขาก็กล่าวแก้เกี้ยวว่า “สำหรับพวกคุณที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นสักนิดสักหน่อยสำหรับซื้อน้ำทะรเบนซินของคุณ ขอให้จำไว้ด้วยว่า คุณกำลังทำเช่นนั้นก็เพื่อทำให้ประเทศที่ชั่วร้ายมากๆ ประเทศหนึ่ งไม่สามารถที่จะเป็น … ประเทศหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้ว พวกเขาเป็นรัฐผู้อุปถัมภ์การก่อการร้ายหมายเลขหนึ่งของโลกในเวลานี้ – เราไม่ต้องการให้พวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์ ดังนั้น ขอให้จำกันเอาไว้ว่า เมื่อคุณต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย เวลานี้คุณต้องจ่าย (เงินซื้อเบนซินในราคาแกลลอนละ) 4 ดอลลาร์ใช่ไหม มันโอเคนะ ผมไม่เคยเสียใจกับเรื่องนี้เลย เพราะผมกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง”

การข่มขู่คุกคามของทรัมป์ต่อช่องแคบแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน เกิดขึ้นไม่เวลาไม่กี่วันก่อนที่การตกลงหยุดยิงเป็นระยะเวลา 1 เดือนระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านจะหมดอายุลงในวันจันทร์ (17 ส.ค.) นี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสผู้หนึ่งของทำเนียบขาวบอกกับสื่อออนไลน์ โพลิติโค (Politico) ว่า สถานการณ์ตอนนี้ “อยู่กับที่”

“มันไม่สำคัญหรอกว่าเราเข้าไปใกล้หรือเรายังอยู่ห่างแค่ไหน” เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าวขณะบอกว่า ไม่ได้ยินเลยว่ามีการเอ่ยอ้างถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการขยายกำหนดเวลาหยุดยิงนี้ออกไปอีก “สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่าอิหร่านต้องการที่จะเข้าสู่โต๊ะเจรจาและตกลงทำดีลกันหรือไม่ ซึ่งเวลานี้ พวกเขายังไม่มีความพร้อมที่จะทำอย่างนั้น”

สำนักข่าวเอพีรายงานเอาไว้ในวันศุกร์ (14 ส.ค.) ว่า “คณะรัฐบาลทรัมป์ดูเหมือนกำลังพยายามติดต่อพูดจากับประเทศต่างๆ ในแวดวงกว้างขวางยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อทาบทามว่าจะสามารถช่วยเหลือกดดันเตหะรานได้หรือไม่” ขณะที่ อาลี วาเอซ (Ali Vaez) ผู้อำนวยการโครงการอิหร่าน อยู่ที่องค์การคลังสมองนานาชาติ อินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป (International Crisis Group) บอกกับ โพลิติโค ว่า “ทุกๆ คนต่างเพียงแต่รบเร้าทั้งสองฝ่ายให้ยุติการเล่นเกมวัดใจว่าใครจะเหนียวแน่นบ้าบิ่นไม่ยอมถอยนานกว่ากัน ซึ่งเป็นเกมที่แสนจะไร้สติ”

นอกเหนือจากเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ และเข้ารุกรานเวเนซุเอลาในเดือนมกราคมพร้อมกับลักพาตัวประธานาธิบดีของประเทศนั้นแล้ว ทรัมป์ยังได้ข่มขู่คุกคามชาติและดินแดนอื่นๆ อีกหลายรายในระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระสองของเขา ไม่ว่าจะเป็น แคนาดา, คิวบา, โคลอมเบีย, กรีนแลนด์, และเม็กซิโก เขายังคุกคามที่จะเข้ายึดคลองปานามา รวมทั้งได้สังหารผู้คนไปหลายร้อยคนด้วยการถล่มโจมตีเรือหลายลำซึ่งเขากล่าวหาว่ากำลังลักลอบขนยาเสพติดอีกด้วย

(ข้อเขียนชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ข่าว คอมมอน ดรีมส์ https://www.commondreams.org/news/donald-trump-strait-of-hormuz)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...