รัฐบาล ชู “ASEAN Zero Dropout” นำโมเดลไทยลดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ต่อยอดสู่ความร่วมมือทั้งอาเซียน
รัฐบาล ชู “ASEAN Zero Dropout” นำโมเดลไทยลดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ต่อยอดสู่ความร่วมมือทั้งอาเซียน
(24 ก.ค. 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้นำความสำเร็จของนโยบาย Thailand Zero Dropout ไปนำเสนอในการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 14 (14th ASEAN Education Ministers Meeting: ASED) ระหว่างวันที่ 22–23 กรกฎาคม 2569 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ พร้อมเสนอแนวคิด “ASEAN Zero Dropout” เพื่อชวนประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมกันลดปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ภายใต้หลักการ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และต่อยอดความร่วมมือด้านการศึกษาของภูมิภาค
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยได้นำเสนอผลสำเร็จของ Thailand Zero Dropout ที่สามารถพาเด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้วนับแสนคน พร้อมเดินหน้าสู่ Thailand Zero Dropout PLUS ซึ่งใช้ฐานข้อมูลรายบุคคลควบคู่กับแนวคิด Learn to Earn หรือ “เรียนไปด้วย มีรายได้ไปด้วย” เพื่อให้การศึกษาสอดคล้องกับบริบทชีวิตและความต้องการของตลาดแรงงาน
ประเทศไทยจึงเสนอแนวคิด “ASEAN Zero Dropout” เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือให้ประเทศสมาชิกแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีและร่วมกันลดปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ขยายโอกาสให้เด็กและเยาวชนในอาเซียนเข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเปิดตัว แผนแม่บทด้านการศึกษาอาเซียน ปี 2026–2030 ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือระยะ 5 ปีในการยกระดับการศึกษาทุกระดับ โดยประเทศไทยได้ร่วมผลักดันประเด็นสำคัญของการศึกษาแห่งอนาคต ทั้งการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การพัฒนาทักษะสีเขียว (Green Skills) และการเตรียมกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของโลกการทำงาน พร้อมร่วมรับรองปฏิญญาและถ้อยแถลงระดับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของอาเซียน
ภายหลังการประชุม คณะผู้แทนไทยยังได้ศึกษารูปแบบการจัดการศึกษาของ Temasek Polytechnic ซึ่งเชื่อมโยงการเรียนการสอนกับภาคอุตสาหกรรมจริง รวมถึงโครงการ Passage to ASEAN (P2A) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม และนำแนวปฏิบัติที่ดีมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับการอาชีวศึกษาและการพัฒนากำลังคนคุณภาพของประเทศไทย
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การนำเสนอ Thailand Zero Dropout บนเวทีอาเซียนครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีนโยบายด้านการศึกษาที่สามารถต่อยอดสู่ความร่วมมือระดับภูมิภาค ควบคู่กับการเปิดรับองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีจากประเทศสมาชิก เพื่อนำมาพัฒนาระบบการศึกษาไทย เพิ่มโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ พร้อมพัฒนาทักษะดิจิทัล ทักษะสีเขียว และทักษะที่จำเป็นต่อโลกการทำงาน อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาคมอาเซียนในอนาคต