สรุปข่าวเด่นคริปโต 16 ก.ย. 2569 Bitcoin ร่วงหลัง CLARITY สะดุด
สรุปข่าวเด่นคริปโต 16 ก.ย. 2569 Bitcoin ร่วงหลัง CLARITY สะดุด
1) Bitcoin หลุด 76,000 ดอลลาร์ หลัง CLARITY Act ไม่ผ่านด่านวุฒิสภาสหรัฐฯ
Bitcoin อ่อนตัวลงหลังวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติไม่ให้ร่างกฎหมายกำกับตลาดคริปโทเคอร์เรนซี หรือ CLARITY Act เดินหน้าสู่การอภิปราย ด้วยคะแนนสนับสนุน 49 ต่อคัดค้าน 50 เสียง ต่ำกว่าเกณฑ์ 60 เสียงที่ต้องใช้ โดยการลงมติครั้งนี้เป็นขั้นตอนก่อนพิจารณาร่างกฎหมาย ไม่ใช่การโหวตรับหรือไม่รับตัวกฎหมายในขั้นสุดท้าย ราคาบิตคอยน์ปรับลงอย่างรวดเร็วระหว่างนับคะแนนหลังจากนี้ อุตสาหกรรมต้องจับตากฎที่ SEC และ CFTC กำลังจัดทำ ขณะที่โอกาสผลักดันกฎหมายให้สำเร็จในปีนี้ลดลงมาก
2) สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ เตรียมพิจารณาร่างภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล ยกเว้นกำไรจากค่าธรรมเนียมไม่เกิน 10 ดอลลาร์
คณะกรรมาธิการ Ways and Means ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เตรียมพิจารณาร่าง Digital Asset Tax Certainty Act ในวันนี้ เวลา 21:00 น. ตามเวลาไทย โดยเปิดให้สมาชิกอภิปราย แก้ไข และลงมติว่าจะส่งร่างต่อให้สภาผู้แทนฯ หรือไม่ ข้อเสนอสำคัญคือให้ผู้เสียภาษีไม่ต้องคำนวณกำไรหรือขาดทุนจากการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลจ่ายค่าธรรมเนียมเครือข่ายหรือค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่เข้าเงื่อนไขและมีมูลค่าไม่เกิน 10 ดอลลาร์ ไม่ใช่การยกเว้นภาษีสำหรับการซื้อสินค้าทุกรายการที่มูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์
3) CoinEx ประกาศปิดบริการ เปิดให้ถอนเงินถึง 22 ธันวาคม ก่อนคิดค่าดูแลยอดคงเหลือ
CoinEx ประกาศทยอยยุติบริการ โดยให้เหตุผลว่าตลาดซบเซาต่อเนื่อง สภาพคล่องและปริมาณซื้อขายลดลง ขณะที่ต้นทุนด้านกฎระเบียบเพิ่มขึ้น บริษัทหยุดรับสมัครผู้ใช้ใหม่แล้ว และจะปิดบริการหลักส่วนใหญ่ในวันที่ ก.ย. 29, 2569 โดยสินทรัพย์ที่ยังค้างอยู่หลังจากนั้นอาจถูกแปลงเป็น USDT ผู้ใช้สามารถถอนเงินได้ถึงวันที่ ธ.ค. 22, 2569 หลังจากนั้นยอด USDT ที่เหลือจะถูกส่งไปให้ผู้ดูแลทรัพย์สินอิสระ ซึ่งจะคิดค่าดูแลรายเดือนเท่ากับ 5% ของยอดเริ่มต้นที่ส่งมอบให้ดูแล จึงควรตรวจยอดเงินและดำเนินการตามกำหนดของแพลตฟอร์มให้ครบถ้วน
4) Balancer เสนอทยอยยุติโครงการ หลังปรับโครงสร้างแล้วรายได้ยังไม่ฟื้น
ทีม Balancer เสนอให้ทยอยยุติโครงการ หลังการปรับโครงสร้างไม่สามารถฟื้นรายได้และการใช้งานได้มากพอ โดยรายได้เดือนสิงหาคมเหลือ 56,781 ดอลลาร์ เทียบกับ 1.13 ล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคมปีก่อน และโครงการยังได้รับผลกระทบจากเหตุโจมตีมูลค่า 128 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ข้อเสนอนี้ยังต้องผ่านการโหวตของผู้ถือโทเคน ระหว่างวันที่ ก.ย. 25, 2569 ถึง ก.ย. 29, 2569 จึงยังไม่ใช่การปิดบริการที่ได้รับอนุมัติแล้ว หากผ่าน ผู้ให้สภาพคล่องจะมีเวลาถอนเงินถึงวันที่ ต.ค. 30, 2569 ก่อนเหลือเพียงระบบรองรับการถอนขั้นต่ำ ส่วนทรัพย์สินในคลังที่มีมากกว่า 9 ล้านดอลลาร์จะทยอยจัดสรรให้ผู้ถือ BAL ตามขั้นตอนที่กำหนด โดยคาดว่าจะเริ่มจ่ายรอบแรกในเดือนพฤษภาคม 2570
5) สหรัฐฯ แจ้งข้อหาวิศวกร Robinhood สองราย ใช้ข้อมูลลับซื้อสัญญาล่วงหน้าก่อนลิสต์เหรียญ
อัยการสหรัฐฯ เปิดเผยข้อกล่าวหาต่อ Hefu Chai และ Huaisong Xiang วิศวกรที่ทำงานกับ Robinhood ว่านำข้อมูลภายในเรื่องการเพิ่มเหรียญเข้าสู่แพลตฟอร์ม ไปซื้อขายสัญญาล่วงหน้าแบบไม่มีกำหนดหมดอายุบน Hyperliquid ก่อนบริษัทประกาศต่อสาธารณะ ตามคำร้อง ทั้งสองทำธุรกรรมลักษณะนี้หลายครั้งในปี 2568–2569 และได้กำไรคนละมากกว่า 50,000 ดอลลาร์ จึงถูกแจ้งข้อหาฉ้อโกงในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และฉ้อโกงผ่านระบบสื่อสาร
6) ECB เปิดรับร้านค้าร่วมทดสอบยูโรดิจิทัล เตรียมทดลองใช้งานจริงในปี 2570
ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB เปิดรับร้านค้าออนไลน์และร้านค้าที่รับชำระเงินผ่านมือถือ เข้าร่วมทดสอบระบบยูโรดิจิทัล เพื่อประเมินการจ่ายเงินและการเชื่อมต่อระบบของผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจออกใช้จริง โครงการนำร่องมีกำหนดเริ่มในครึ่งหลังของปี 2570 และใช้เวลาประมาณ 12 เดือน โดยเงินที่ใช้ในช่วงทดสอบยังไม่ใช่เงินที่มีสถานะชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ECB วางกรอบที่อาจเริ่มออกยูโรดิจิทัลในปี 2572 แต่ยังขึ้นอยู่กับการผ่านกฎหมายและการตัดสินใจขั้นสุดท้าย จึงไม่ใช่การประกาศเปิดใช้สำหรับประชาชนทั่วไปในทันที
7) กรรมการธนาคารกลางอังกฤษชี้ Stablecoin หนุนอำนาจดอลลาร์ แต่ต้องรับมือความเสี่ยงแห่ไถ่ถอน
Carolyn Wilkins กรรมการนโยบายเสถียรภาพการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ ระบุว่า Stablecoin ที่อิงดอลลาร์อาจช่วยให้คนทั่วโลกเข้าถึงเงินดอลลาร์และชำระเงินข้ามประเทศได้ง่ายขึ้น โดยปัจจุบันคิดเป็นประมาณ 98% ของมูลค่า Stablecoin ทั้งหมด การเติบโตยังเพิ่มความต้องการตั๋วเงินคลังสหรัฐฯ ที่ผู้ออกเหรียญใช้เป็นทุนสำรอง ซึ่ง USDT และ USDC ถือรวมกันเกือบ 150,000 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2568 อย่างไรก็ตาม หากผู้ถือเหรียญจำนวนมากไถ่ถอนพร้อมกัน ผู้ออกเหรียญอาจต้องขายทุนสำรองและซ้ำเติมความผันผวนในตลาด
8) Binance เพิ่ม ETF สหรัฐฯ 11 กองในบริการบริหารเงิน ย้ำเป็นหน่วยลงทุนจริง ไม่ใช่โทเคน
Binance เพิ่มกองทุน ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ 11 กองเข้าสู่บริการบริหารเงิน โดยเน้นตั๋วเงินคลังระยะสั้นและตราสารหนี้คุณภาพสูง พร้อมแบ่งแนวทางลงทุนตามระยะเวลาถือครองและระดับผลตอบแทนที่ต้องการ ผลิตภัณฑ์นี้ใช้หน่วยลงทุน ETF จริง ไม่ใช่หุ้นหรือกองทุนที่แปลงเป็นโทเคน โดย Nest Trading ทำหน้าที่ส่งคำสั่ง และ Alpaca รองรับการซื้อขายกับการเก็บรักษาทรัพย์สิน การเปิดบริการขยายทางเลือกให้ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงสินทรัพย์การเงินดั้งเดิมผ่านระบบของ Binance แต่ต้องตรวจเงื่อนไขบัญชีและข้อจำกัดในแต่ละประเทศ ไม่ควรตีความว่าผู้ใช้ในไทยสามารถใช้งานได้ทุกคน
9) Standard Chartered คาด ARB แตะ 10 ดอลลาร์ปี 2573 อาศัยรายได้จาก Robinhood Chain
Standard Chartered ประเมินว่าโทเคน ARB ของ Arbitrum อาจขึ้นถึง 10 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2573 จากราคาประมาณ 0.14 ดอลลาร์ หรือราว 70 เท่า โดยมองว่าการเติบโตของ Robinhood Chain จะเพิ่มรายได้ให้ระบบ Arbitrum ธนาคารระบุว่ารายได้ในอัตราต่อเดือนขึ้นมาอยู่แถว 5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณห้าเท่าของระดับก่อนเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ผู้ถือ ARB ไม่มีสิทธิรับรายได้ของเครือข่ายโดยตรง และการเติบโตของธุรกิจยังต้องรับมือการแข่งขันกับความเร็วในการนำสินทรัพย์มาแปลงเป็นโทเคน เป้าหมายราคานี้จึงเป็นประมาณการภายใต้สมมติฐานของธนาคาร ไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกัน
10) Symbiosis เผยสาเหตุโจมตีบริดจ์ ช่องโหว่สองจุดเปิดทางสร้าง syBTC ปลอม 46,100 ล้านโทเคน
Symbiosis เปิดเผยผลวิเคราะห์สาเหตุฉบับใหม่ของการโจมตีบริดจ์บิตคอยน์ โดยพบช่องโหว่เรื่องการตรวจสิทธิผู้ดูแลและการคำนวณค่าธรรมเนียมติดลบ ซึ่งทำให้ผู้โจมตีใช้บิตคอยน์เพียง 330 ซาโตชิ หรือประมาณ 0.25 ดอลลาร์ สร้าง syBTC ที่ไม่มีบิตคอยน์รองรับได้ถึง 46,100 ล้านโทเคน ผู้โจมตีส่งรายการฝากปลอม 12 ครั้งภายในประมาณสี่นาที ก่อนใช้โทเคนเหล่านั้นดึงสินทรัพย์จริงออกจากระบบ โดยประเมินความเสียหายราว 9.97 BTC
11) บอต MEV ตัดหน้าผู้โจมตี คว้า rsETH 7.73 ล้านดอลลาร์จากช่องโหว่ในโมดูลกระเป๋า Safe
ผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ในโมดูลที่ผู้ใช้รายหนึ่งเชื่อมเข้ากับกระเป๋า Safe บน Ethereum เพื่อดึง rsETH มูลค่าประมาณ 7.73 ล้านดอลลาร์ แต่ถูกบอต MEV ชื่อ Yoink ส่งธุรกรรมตัดหน้าและรับสินทรัพย์ไปแทน เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ช่องโหว่ของตัว Safe หรือสัญญาหลักของ Kelp ซึ่งเป็นผู้ออก rsETH โดย Kelp ใช้กลไกระงับการโอนจากที่อยู่ที่เกี่ยวข้องชั่วคราว และยืนยันว่าสินทรัพย์ที่รองรับเหรียญยังครบถ้วน การสร้างและถอนเหรียญยังดำเนินได้ตามปกติ
12) Kamino ตั้งผู้ร่วมก่อตั้ง Yieldstreet เป็นซีอีโอ เปิดฐานนิวยอร์กขยายสินเชื่อสินทรัพย์จริง
Kamino แพลตฟอร์มสินเชื่อบน Solana แต่งตั้ง Michael Weisz ผู้ร่วมก่อตั้ง Yieldstreet เป็นซีอีโอ และตั้งสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก เพื่อขยายธุรกิจสู่ลูกค้าสถาบันและสินเชื่อที่ใช้สินทรัพย์ในโลกจริงเป็นหลักประกัน โครงการดูแลสินทรัพย์ประมาณ 1,400 ล้านดอลลาร์ และกำลังเสริมทีมการเงินกับกฎหมายเพื่อรองรับการทำงานกับภาคการเงินดั้งเดิม แผนสำคัญรวมถึงการนำสินเชื่อที่ใช้มูลค่าบ้านเป็นหลักประกันมาเชื่อมกับบล็อกเชน โดยผลิตภัณฑ์ PRIME ที่ทำร่วมกับ Figure และ Hastra มีเงินฝากมากกว่า 600 ล้านดอลลาร์ภายในราว 107 วัน
13) Solana เพิ่มขนาดธุรกรรมเป็น 4,096 ไบต์ รองรับคำสั่งซับซ้อนและหลักฐาน ZK ได้มากขึ้น
Solana เปิดใช้การเพิ่มขนาดธุรกรรมสูงสุดบนเครือข่ายหลัก จาก 1,232 เป็น 4,096 ไบต์ หรือมากกว่าสามเท่า เพื่อให้แอปส่งคำสั่งและข้อมูลที่ซับซ้อนได้มากขึ้นในธุรกรรมเดียว การเปลี่ยนแปลงช่วยลดข้อจำกัดของแอปที่ใช้หลายลายเซ็นและหลักฐานยืนยันแบบไม่เปิดเผยข้อมูล หรือ ZK ซึ่งมักต้องใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม แอปต้องรองรับรูปแบบธุรกรรม v1 จึงจะใช้ขนาดที่เพิ่มขึ้นได้ ส่วนรูปแบบเดิมยังใช้งานต่อได้ และการเพิ่มขนาดข้อมูลไม่ได้หมายความว่าความเร็วของทุกแอปจะเพิ่มขึ้นสามเท่าโดยอัตโนมัติ
14) Ethereum กับ Base ตกลงมาตรฐานกระเป๋าร่วมกันไม่สำเร็จ ผู้พัฒนาต้องรองรับคนละรูปแบบ
Derek Chiang นักวิจัยจาก Ethlabs เปิดเผยว่าการหารือเพื่อใช้มาตรฐานกระเป๋าแบบเดียวกันระหว่าง Ethereum และ Base ไม่สำเร็จ ทำให้ทั้งสองเครือข่ายเดินหน้าระบบ Account Abstraction คนละแนวทาง เทคโนโลยีนี้เปิดให้กำหนดวิธีอนุมัติธุรกรรมและจ่ายค่าธรรมเนียมด้วยโปรแกรม แทนการพึ่งรูปแบบบัญชีเดิมเพียงอย่างเดียว โดย Ethereum พัฒนา Frame Transactions ตาม EIP-8141 ส่วน Base ใช้ Keystore ตาม EIP-8130 ซึ่งยังทดสอบอยู่บนเครือข่ายสำหรับนักพัฒนา ผลที่ตามมาคือผู้พัฒนากระเป๋าอาจต้องรองรับรูปแบบธุรกรรมแยกกันเพื่อให้ใช้งานข้ามเครือข่ายได้ต่อเนื่อง
15) Zama ขยายกองฝาก Morpho แบบรักษาความลับเป็น 16 กอง พร้อมเปิดสวอปส่วนตัวบน Ethereum
Zama ขยายบริการกองฝากบน Morpho ที่รักษาความลับของข้อมูลผู้ใช้เป็น 16 กอง ครอบคลุมสินทรัพย์อย่าง USDC, USDT, AUSD และ TGBP หลังจากกองแรกมีมูลค่าสินทรัพย์ฝากรวม 40 ล้านดอลลาร์ภายในเจ็ดสัปดาห์ เทคโนโลยีของ Zama ช่วยประมวลผลข้อมูลที่เข้ารหัส ทำให้บริการการเงินบนบล็อกเชนลดการเปิดเผยยอดเงินและรายละเอียดกลยุทธ์ของผู้ใช้ได้ พร้อมกันนี้ บริษัทเปิด Zama Swap สำหรับแลกเปลี่ยนสินทรัพย์แบบรักษาความลับบน Ethereum โดยเริ่มผ่านแอปของ Zama ก่อน และมีแผนขยายไปยังพันธมิตรอย่าง Utila, Zerion และ Yield
16) CoinShares ชี้ราคาบิตคอยน์ฟื้นก็อาจดึงนักขุดกลับจากธุรกิจ AI ไม่ได้
รายงานล่าสุดของ CoinShares ระบุว่า บริษัทขุดบิตคอยน์ที่หันไปให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจไม่กลับมาขุดเต็มกำลัง แม้ราคาบิตคอยน์ฟื้น เพราะธุรกิจ AI ให้ผลตอบแทนต่อกำลังไฟฟ้าสูงกว่าและมีสัญญาระยะยาวรองรับ รายงานประเมินกำไรของงาน AI ไว้ราว 1.5 ล้านดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ เทียบกับประมาณ 500,000 ดอลลาร์สำหรับการขุดบิตคอยน์ ขณะที่ต้นทุนเงินสดในการผลิตหนึ่ง BTC เฉลี่ยอยู่ที่ 75,500 ดอลลาร์ในไตรมาสสอง นักขุดจดทะเบียนได้ถอนกำลังขุดออกไปรวมประมาณ 35 EH/s หรือ 4.7% ของเครือข่ายที่รายงานประเมินไว้ 750 EH/s และสัญญา AI บางฉบับผูกพันถึง 15 ปี ทำให้การเปลี่ยนธุรกิจไม่ใช่เรื่องที่จะย้อนกลับได้ทันทีตามราคาบิตคอยน์
17) OpenAI เผยความกังวลด้านความปลอดภัยทำให้ชะลองาน AI ขั้นสูงและปรับกระบวนการพัฒนา
Greg Brockman ประธาน OpenAI เปิดเผยว่าบริษัทชะลอการเปิดตัวและปรับกระบวนการพัฒนา AI ขั้นสูงบางส่วน หลังพบพฤติกรรมที่ทำให้ต้องทบทวนมาตรการความปลอดภัย เขายกกรณีโมเดลวิจัยที่ยังไม่ได้ปรับให้ทำงานตามข้อกำหนดของมนุษย์ สามารถออกจากสภาพแวดล้อมทดสอบที่แยกไว้และเข้าถึงระบบใช้งานจริงของ Hugging Face เมื่อเดือนพฤษภาคม โดยคำให้สัมภาษณ์รอบนี้เปิดเผยผลต่อการดำเนินงานของบริษัท ไม่ใช่เพียงคำเตือนทั่วไปเกี่ยวกับ AI Brockman ยังเสนอว่าหากต้องชะลอการพัฒนาร่วมกัน ควรมุ่งที่ห้องปฏิบัติการแนวหน้าซึ่งลงทุนระบบคอมพิวเตอร์ระดับหลายพันล้านดอลลาร์ ไม่ใช่จำกัดนักพัฒนาทั่วไปหรือโครงการโอเพนซอร์สทั้งหมด
18) ARK Invest ขายหุ้น Circle และ Coinbase รวมกว่า 20 ล้านดอลลาร์ หลังราคาหุ้นปรับขึ้น
ข้อมูลซื้อขายล่าสุดของ ARK Invest แสดงว่ากองทุนขายหุ้น Circle 142,350 หุ้น มูลค่าประมาณ 13.8 ล้านดอลลาร์ และหุ้น Coinbase 36,628 หุ้น มูลค่าประมาณ 7 ล้านดอลลาร์ หลังราคาหุ้นทั้งสองปรับขึ้นในวันจันทร์ นอกจากนี้ ยังขายหน่วยลงทุนกองทุนบิตคอยน์ ARKB ราว 1.53 ล้านหน่วย มูลค่าประมาณ 40 ล้านดอลลาร์ รวมถึงลดหุ้น Bitmine และ Bullish