โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดรถยนต์ ก.ค. ฟื้น 20% EV ขายดี 7 เดือนทะลุ 1.25 แสนคัน กระบะทรุด หวั่นสะเทือนซัพพลายเชน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 46 นาทีที่แล้ว
ตลาดรถยนต์ ก.ค. ฟื้น 20% EV ขายดี 7 เดือนทะลุ 1.25 แสนคัน กระบะทรุด หวั่นสะเทือนซัพพลายเชน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนก.ค. 69 อยู่ที่ 74,169 คัน เพิ่มขึ้น 2.39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมูลค่าการส่งออกรถยนต์ เดือนก.ค. 69 อยู่ที่ 52,238.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.49%YoY

สำหรับสาเหตุที่ยอดการส่งออกรถยนต์ในเดือนก.ค. 69 เพิ่มขึ้น เพราะตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนียที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งโดยมีส่วนแบ่งตลาดถึง 30.25% เติบโตถึง 29.16% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน รองลงมาคือตลาดเอเชียที่มีส่วนแบ่งตลาด 28.92% เพิ่มขึ้น 14.79% ตลาดอเมริกากลางและอเมริกาใต้ที่มีส่วนแบ่งตลาด 9.74 เพิ่มขึ้น 3.55%

ตะวันออกกลางส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 20.40 % ปีที่แล้วเหลือ 14.56% เพราะส่งออกลดลง 33.56% อย่างไรก็ดี ตลาดตะวันออกกลางยังคงมีความต้องการตามปกติ แต่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จึงต้องหาเส้นทางขนส่งอื่นที่ปลอดภัยกว่า ทำให้ส่งออกลดลงมา 5 เดือนต่อเนื่องแล้ว

อีกหนึ่งปัจจัยที่ยอดส่งออกเดือนนี้เป็นบวก เนื่องจากฐานการส่งออกปีที่แล้วต่ำอยู่ที่ 72,439 คัน อย่างไรก็ดี การส่งออกรถยนต์ยังไม่สามารถส่งออกไปยังตะวันกลางได้เต็มที่ ทั้ง ๆ ที่ยังมีความต้องการสินค้าอยู่มากก็ตาม นายสุรพงษ์ กล่าว

ในส่วนของการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป ช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค. 69) อยู่ที่ 495,313 คัน ลดลง 6.86%YoY ด้านมูลค่าการส่งออกรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 341,426.66 ล้านบาท ลดลงจาก 5.48%YOY

-ยอดผลิต: ผลิตรถ EV โตแรง รับวิกฤตราคาพลังงาน

จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนก.ค. 69 มีทั้งสิ้น 117,383 คัน เพิ่มขึ้นจาก 6.12%YoY โดยเพิ่มขึ้น เพราะผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 13,422 คัน เพิ่มขึ้น 271% ผลิต PHEV 1,661 คัน เพิ่มขึ้น 295.48% ผลิต HEV 24,173 คัน เพิ่มขึ้น 95.35% จากการขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศที่เพิ่มขึ้น จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเพราะสงครามตะวันออกกลาง และส่งออกไปประเทศคู่ค้า ในขณะที่ยอดผลิตรถยนต์นั่งสันดาปภายในผลิตได้แค่ 8,251 คัน ลดลงถึง 62.49%

ทั้งนี้ การผลิตรถกระบะยังคงลดลงตามยอดขายในประเทศที่ยังคงลดลง แต่ผลิตรถกระบะไฟฟ้าได้ 346 คัน เพิ่มขึ้น 686.36% เพื่อขายในประเทศและส่งออก รถบรรทุกผลิต 1,550 คัน เพิ่มขึ้น 108.05% จากการกลับมาผลิตได้ตามปกติเพราะย้ายโรงงานผลิตเสร็จแล้ว

สำหรับจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค. 69) มีจำนวนทั้งสิ้น 834,595 คัน ลดลง 0.09%YoY

ส่วนการผลิตเพื่อส่งออก เดือนก.ค. 69 ผลิตได้ทั้งสิ้น 72,679 คัน คิดเป็น 61.95% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 1.92%YoY และในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค. 69) ผลิตเพื่อการส่งออกได้ทั้งสิ้น 521,840 คัน คิดเป็น 62.53% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 4.97%YoY

ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เดือนก.ค. 69 ผลิตได้ทั้งสิ้น 44,704 คัน คิดเป็น 38.05% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้น 22.42%YoY และในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค. 69) ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้ทั้งสิ้น 312,755 เพิ่มขึ้น 9.27%YoY

-ยอดขาย: EV โตแรง

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนก.ค. 69 มีจำนวนทั้งสิ้น 59,196 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย. 69 ที่ 0.80% และเพิ่มขึ้น 20.07%YoY ทั้งนี้ ยอดขายเพิ่มขึ้นเพราะรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ขายได้ 20,989 คัน เพิ่มขึ้น 122.08% มีสัดส่วนเป็น 35.46% ของยอดขายทั้งหมด

ในขณะที่รถยนต์นั่งสันดาปภายในขายได้แค่ 7,654 คัน ลดลง 34.58% มีสัดส่วน 12.76% ของยอดขายทั้งหมด เนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้นมาก รถกระบะบรรทุกยังคงขายลดลง 16.22% จากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่มีรายงานว่าสินเชื่อรถยนต์หดตัว 7.8%

สำหรับยอดขายรถยนต์ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.) มียอดขายรวม 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39%YoY

-เอกชนจี้รัฐรื้อโครงสร้างภาษีสกัดรถนำเข้ากินตลาด

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลมาก คือจากยอดขายรถยนต์ 7 เดือนแรกของปีที่มีจำนวน 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39% นั้น เป็นการขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าถึง 125,411 คัน เพิ่มขึ้น 97.39% แต่ยอดผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าในประเทศมีเพียง 46,924 คัน เท่ากับ 37.42% ของขาย เป็นการขายของรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าถึง 62.58%

ดังนั้น จึงมีการเรียกร้องให้มีการพิจารณาในเรื่องภาษีที่อาจจะไม่เป็นธรรมกับรถยนต์สันดาปภายใน และรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งมีการจ้างแรงงานคนไทย และใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศซึ่งทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตกลับต้องเสียเปรียบรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า จึงเรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นธรรมกับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ

เอกชนมีการศึกษารายละเอียดเรื่องโครงสร้างภาษีใหม่ และจะเข้าหารือกับภาครัฐ เพื่อความเป็นธรรมของผู้ผลิตรถสันดาปภายในและรถยนต์ที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในไทย นายสุรพงษ์ กล่าว

-ยอดขายรถกระบะทรุด ห่วงกระทบซัพพลายเชน

ขณะเดียวกัน ที่น่ากังวลใจมากอีกเรื่องหนึ่ง คือยอดขายรถกระบะที่ยังคงขายลดลงเหลือเพียง 1 หมื่นกว่าคัน จากที่เคยขายเดือนละ 3 หมื่นกว่าคัน ลดลงถึงกว่า 60% เพราะความเข้มงวดของสถาบันการเงินจากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำมาตลอดหลายไตรมาส โดยล่าสุดในไตรมาส 2/69 เติบโต 1.9% ลดลงจากไตรมาส 1/69 ที่เติบโต 2.8%

โดยยอดขายรถกระบะซึ่งใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศถึง 90% ลดลงส่งผลกระทบถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์กระบะและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในซัพพลายเชนของรถกระบะลดลงด้วย ส่งผลถึงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของประเทศลดลงหรือขยายตัวในอัตราต่ำในบางเดือน ใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60% ของกำลังการผลิตทั้งหมด

รถกระบะเป็นโปรดักแชมเปี้ยนของประเทศไทยที่ย้ายจากฐานผลิตในประเทศญี่ปุ่นมาผลิตในประเทศไทยเมื่อหลาย 10 ปีก่อน เพื่อส่งออกไปกว่า 120 ประเทศ และเพื่อขายในประเทศ เมื่อยอดผลิตลดลงถึง 2 ใน 3 ผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน จนผู้ผลิตชิ้นส่วนบางรายต้องเลิกกิจการไปหรือย้ายการลงทุนไปประเทศอื่น

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เมื่อ 2 ปีก่อน คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เคยเสนอให้รัฐบาลตั้งกองทุนเข้าค้ำประกันกับสถาบันการเงินในผลขาดทุนรถยึดตามจริงแต่ไม่เกินคันละ 5 หมื่นบาท โดยมีเงื่อนไขให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อรถกระบะมากขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มยอดขายและยอดผลิตรถกระบะให้มากขึ้น เพื่อให้แรงงานในซัพพลายเชนทั้งหลายมีงานทำมากขึ้น มีรายได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศแข็งแรงขึ้น สามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าต่าง ๆ มากขึ้น

รวมทั้งชำระหนี้ครัวเรือนได้มากขึ้น เกิดการลงทุนการจ้างงานเพิ่มขึ้น รัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น นำไปพัฒนาประเทศไปลงทุนให้ประชาชนมีมาตรฐานชีวิตดีขึ้น

เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นเติบโตในอัตราสูงขึ้น ย่อมดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและคนไทยเข้ามาลงทุน วนเวียนเป็นวัฏจักรเศรษฐกิจเติบโตในอัตราสูงยิ่ง ๆ ขึ้น เมื่อผู้ผลิตผู้ลงทุนผลิตได้มากขึ้น ขายได้มากขึ้น มีกำไร มีสภาพคล่องดี ไม่ขาดทุน เป็นการดึงดูดผู้ผลิตเดิมให้คงอยู่และลงทุนในประเทศไทยต่อไปด้วย ไม่ต้องกังวลว่าประเทศไหนจะมาชวนให้ย้ายฐานการผลิตไป ทำเศรษฐกิจให้เติบโตในอัตราเท่าเทียมหรือสูงกว่าประเทศอื่น คือพลังการดึงดูดที่มีอำนาจมากที่สุดต่อการลงทุนจากต่างประเทศและคนไทย นายสุรพงษ์ กล่าว

-ยอดจดทะเบียนรถ EV ป้ายแดงเพิ่มขึ้น

ยานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 24,171 คัน เพิ่มขึ้น 99.36%YoY ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค. 69) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 144,181 คัน เพิ่มขึ้น 77.75%YoY สำหรับยอดจดทะเบียนสะสม ณ วันที่ 31 ก.ค. 69 มีจำนวนทั้งสิ้น 515,357 คัน เพิ่มขึ้น 67.64%YoY

ยานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 12,038 คัน เพิ่มขึ้น 1.89%YoY ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค. 69) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 102,325 คัน เพิ่มขึ้น 21.63%YoY สำหรับยอดจดทะเบียนสะสม ณ วันที่ 31 ก.ค. 69 มีจำนวนทั้งสิ้น 706,284 คัน เพิ่มขึ้น 27.84%YoY

ยานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 1,955 คัน เพิ่มขึ้น 52.02%YoY ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค. 69) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 12,169 คัน ลดลง 3.67%YoY สำหรับยอดจดทะเบียนสะสม ณ วันที่ 31 ก.ค. 69 มีจำนวนทั้งสิ้น 93,324 คัน เพิ่มขึ้น 23.29%YoY

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...