ถกนัดแรกบอร์ดนิรโทษกรรม สว.อิสระดันใช้ช่องกฎหมายช่วยคดี 112
21 กันยายน 2569 คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือ บอร์ดนิรโทษกรรม ถกนัดแรก 21 ก.ย. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อวางกรอบการทำงาน ขณะที่ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.กลุ่มอิสระ เคลื่อนไหวจี้คณะกรรมการฯ ใช้อำนาจตามกฎหมายมาตรา 6 ออกมาตรการบริหารโทษ เพื่อช่วยเหลือเยาวชนและผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ผ่านการกักขังนอกเรือนจำหรือ House Arrest ตามเจตนารมณ์สร้างสังคมสันติสุข
ความคืบหน้ากรณีการแต่งตั้ง “คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข” หรือ "บอร์ดนิรโทษกรรม” ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นและมีผลโดยตรงตามที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการประชุมนัดแรกวันนี้ (21 ก.ย. 69) เวลา 14.00 น. ณ ห้อง 109 ตึกสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือเรื่องการแบ่งงานและวางกรอบการทำงาน
โดยคณะกรรมการชุดนี้มี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธาน ส่วนรองประธานคือ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม มีกรรมการโดยตำแหน่ง ประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.), ปลัดกระทรวงยุติธรรม, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สายวิปรัฐบาล: ศาสตราจารย์ วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี สายวิปฝ่ายค้าน: ทิชา ณ นคร (ป้ามล) นักสังคมสงเคราะห์และนักขับเคลื่อนสิทธิเด็ก สายที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.): ศาสตราจารย์ ดร.คณพล จันทน์หอม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาญา (คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) สายประธานสภาผู้แทนราษฎรเสนอ: รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ทั้งนี้ รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย ยืนยันว่า "หน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ คือการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดในกรณีที่มีความไม่ชัดเจน หรือกรณีที่หน่วยงานรัฐปฏิเสธสิทธิของผู้ได้รับนิรโทษกรรมเท่านั้น หากหน่วยงานรัฐไม่ได้ปฏิเสธ สิทธิก็ถือว่ามีผลทันทีตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ"
สว.อิสระดันใช้ช่องกฎหมายช่วยคดี 112
ล่าสุด นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มอิสระ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านมุมมองต่อกลไกตามกฎหมายดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นถึงความหวังและช่องทางในการช่วยเหลือผู้ต้องขังคดีการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 แม้จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรมโดยตรงตามพระราชบัญญัติก็ตาม
นายเทวฤทธิ์ ระบุว่า แม้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ในมาตรา 3 จะไม่ได้ให้นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 112 แต่บทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ใช้คำว่า "ไม่ให้บังคับ" กับคดีกลุ่มนี้ ดังนั้น จึงยังคงเปิดช่องให้สามารถนำมาตรการทางกฎหมายอื่นๆ มาประยุกต์ใช้ได้ เพื่อบรรลุเจตนารมณ์ในการ "สร้างเสริมสังคมสันติสุข" อย่างแท้จริง
โดยอำนาจดังกล่าวเป็นของคณะกรรมการฯ ชุดนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 6 (4), (7) และ (8) ในการจัดทำ "ข้อเสนอแนะ" การออก "ระเบียบหรือประกาศ" ตลอดจน "การดำเนินงานอื่นใด"
สว.อิสระ ยังได้ย้ำถึงแนวทางการบริหารโทษที่เป็นไปได้ เช่น การคุมขังในสถานที่คุมขังที่ไม่ใช่เรือนจำ การแยกขังกรณีคดีมาตรา 112 หรือการใช้มาตรการกักขังแทนการจำคุกในบ้าน (House Arrest) ซึ่งเป็นไปตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ในชั้นวุฒิสภา (ข้อ 8.2)
พร้อมกันนี้ จึงได้เสนอแนะและเชิญชวนให้ภาคประชาชนที่ร่วมขับเคลื่อนในประเด็นดังกล่าว ช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องและยื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมการฯ โดยใช้อ้างอิงจากข้อสังเกตของ กมธ.วิสามัญฯ เป็นฐานในการผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป