โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บอร์ดบีโอไอเพิ่ม17โครงการเข้า Thailand FastPass อนุมัติลงทุน 3โครงการเฉียดหมื่นล.

Manager Online

เผยแพร่ 42 นาทีที่แล้ว • MGR Online

บอร์ดบีโอไอเพิ่ม 17 โครงการเข้าสู่ Thailand FastPass เร่งการลงทุนจริง พร้อมอนุมัติลงทุน 3 โครงการ มูลค่า 9,640 ล้านบาท และยกเลิกคำสั่งเพิกถอนสิทธิประโยชน์ชั่วคราว” ซิน เคอ หยวน สตีล”

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้คัดเลือกโครงการที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้วเข้าสู่กลไก Thailand FastPass เพิ่มเติมจำนวน 17 โครงการ จาก 15 บริษัท เงินลงทุนรวมกว่า 121,000 ล้านบาท และมีแผนจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 14,000 คน ครอบคลุม 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ อาหารสัตว์ จำนวน 2 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 8,800 ล้านบาท อาหารแปรรูป จำนวน 2 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 24,300 ล้านบาท อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวน 10 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 83,900 ล้านบาท รวมทั้งยานยนต์และชิ้นส่วน จำนวน 3 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 4,300 ล้านบาท

ที่ผ่านมา มีโครงการลงทุนสำคัญในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศเข้าสู่กลไก Thailand FastPass แล้ว 25 โครงการ จาก 23 บริษัท มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 223,000 ล้านบาท และมีแผนสร้างงานคุณภาพกว่า 13,000 ตำแหน่ง โดยทั้ง 25 โครงการได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมหมดแล้ว ในจำนวนนี้ 11 โครงการ ได้รับใบอนุญาตหรือการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครบถ้วนภายในกรอบเวลาการให้บริการ (SLA) ส่วนอีก 14 โครงการอยู่ระหว่างการยื่นหรือมีแผนยื่นขออนุญาต โดยโครงการในระบบ FastPass มีการลงทุนเกิดขึ้นจริงแล้วกว่า 21,000 ล้านบาท

เมื่อรวมทั้งหมด โครงการสำคัญที่เข้าสู่กลไก Thailand FastPass จะมีทั้งสิ้น 42 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 344,000 ล้านบาท ทำให้เกิดการจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 27,000 คน โดยกลไกดังกล่าวจะช่วยเร่งรัดกระบวนการอนุมัติและออกใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไขอุปสรรคในการดำเนินโครงการ และผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงโดยเร็ว ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างงาน การใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย

ที่ประชุมได้พิจารณาคำสั่งเพิกถอนสิทธิประโยชน์ชั่วคราวของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตเหล็กแท่ง โดยเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 บอร์ดบีโอไอได้มีมติให้เพิกถอนสิทธิประโยชน์ของบริษัทเป็นการชั่วคราว ตามข้อเสนอของกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรมได้ตรวจพบว่า บริษัทมีการกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมติบอร์ดบีโอไอในครั้งนั้น กำหนดให้เพิกถอนสิทธิประโยชน์เป็นการชั่วคราว จนกว่าบริษัทจะดำเนินการแก้ไขตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด และกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีหนังสือแจ้งมายังสำนักงานให้บริษัทสามารถดำเนินการได้

ต่อมา กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีหนังสือลงวันที่ 28 สิงหาคม 2569 แจ้งว่า บริษัทได้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานให้เป็นไปตามกฎหมายครบถ้วนแล้ว โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2569 อนุญาตให้บริษัทกลับมาประกอบกิจการได้ ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามมติบอร์ดบีโอไอเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 ที่ประชุมจึงมีมติยกเลิกคำสั่งเพิกถอนสิทธิประโยชน์เป็นการชั่วคราว ของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด โดยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามเดิมตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้บริษัทกลับมาประกอบกิจการได้ อย่างไรก็ตาม บีโอไอจะยังคงติดตามการดำเนินงานของบริษัทอย่างใกล้ชิดร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

บอร์ดบีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จำนวน 3 โครงการ รวมมูลค่า 9,640 ล้านบาท ประกอบด้วย บริษัท วินด์ มหาสารคาม 1 จำกัด ลงทุนขยายกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม กำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. มูลค่าลงทุน 3,172 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม

บริษัท พรีซิชั่น พลาสติก จำกัด ผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดปลอดเชื้อมากว่า 30 ปี ลงทุนขยายกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดปลอดเชื้อ เครื่องดื่มจากพืชผักผลไม้ และสิ่งปรุงแต่งอาหาร มูลค่าลงทุน 2,033 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

บริษัท ชูแคน (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในกลุ่ม ShuCan Technology ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ลงทุนขยายกิจการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCBA) เพื่อรองรับลูกค้าหลักที่เข้ามาขยายฐานการผลิตอุปกรณ์รับส่งข้อมูลทางแสง (Optical Transceiver) ในไทยก่อนหน้านี้ โดยใช้เทคโนโลยี Surface Mount Technology (SMT) ครบทั้งสายการผลิต มูลค่าลงทุน 4,435 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมหนองละลอก จังหวัดระยอง

“โครงการที่ได้รับอนุมัติในครั้งนี้สะท้อนถึงการลงทุนที่สร้างประโยชน์ต่อประเทศในหลายมิติ ทั้งการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานสะอาด การยกระดับมาตรฐานการผลิตของผู้ประกอบการไทย และการต่อยอดฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง” นายนฤตม์ กล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...