โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบยกกลุ่ม! แรงงานเถื่อนเมียนมา ซ่อนตัวกลางป่าเกริงกระเวีย

TNews

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และนางสาวกมลชญา ประเสริฐสิน ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับรายงานจากนายอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ ว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้จำนวน 45 ราย บริเวณป่าชุมชนบ้านเกริงกระเวีย หมู่ 2 ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากฝ่ายปกครองได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยหลบซ่อนตัวอยู่ภายในป่าชุมชน จึงสั่งการให้นายยงยุทธ แสวงสุข ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอำเภอทองผาภูมิที่ 9 ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เข้าตรวจสอบพื้นที่

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบกลุ่มชาวเมียนมาทั้งชายและหญิงกำลังหลบฝนอยู่ภายในเต็นท์ที่กางไว้ จึงเข้าปิดล้อมและควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด 45 คน แบ่งเป็นชาย 27 คน และหญิง 18 คน อายุระหว่าง 18-40 ปี

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การว่า ได้ลักลอบเดินทางข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติจากเมืองพญาตองซู ประเทศเมียนมา เข้าสู่พื้นที่บ้านพระเจดีย์สามองค์ อำเภอสังขละบุรี ก่อนหลบเลี่ยงจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ และใช้เรือข้ามอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ มาขึ้นฝั่งในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ จากนั้นมาหลบซ่อนอยู่ในป่าชุมชนเพื่อรอรถมารับไปยังจุดหมายปลายทาง

ผู้ต้องหาบางส่วนเปิดเผยว่า ตั้งใจเดินทางต่อไปทำงานในประเทศมาเลเซีย โดยจ่ายค่านายหน้า คนละ 45,000 บาท ขณะที่อีกส่วนมีจุดหมายปลายทางในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดชลบุรี ซึ่งเสียค่านายหน้าคนละ 25,000 บาท แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ เพื่อดำเนินคดีในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมขยายผลติดตามขบวนการนายหน้าที่อยู่เบื้องหลังการลักลอบนำพาแรงงานผิดกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...