โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การที่เราซื้อหนังสือมาดอง เกิดจากสมองประมวลความสุขไว้ล่วงหน้า

the Opener

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • The Opener

มิเชลล์ สเปียร์ ศาสตราจารย์ด้านกายวิภาคศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบริสตอล เป็นหนึ่งในคนที่มักชอบซื้อหนังสือเล่มใหม่เข้ามาเพิ่มในชั้นอยู่เสมอ โดยที่ความเป็นจริงแล้วด้วยภาระงานของเธอแล้ว ทำให้เธอไม่เวลาเวลาอ่าน หนังสือเหล่านั้นจึงทับถมจนสูงขึ้นเรื่อยๆ

เธอบอกว่า ท่ามกลางชีวิตที่เต็มไปด้วยภาระงาน ได้เห็นหนังสือจำนวนมากมายในร้านหนังสือที่เธออยากอ่าน แต่ไม่มีเวลาที่จะอ่าน วิธีปลอบใจที่ใช้เป็นประจำ คือ การซื้อกลับบ้านไว้ก่อนแล้วปล่อยให้กองหนังสือที่ยังไม่ได้อ่านค่อยๆ กองสูงขึ้นๆ และบอกตัวเองว่า สักวันหนึ่งเมื่อชีวิตสงบกว่านี้แล้ว คงจะได้เปิดอ่าน

ศาสตราจารย์มิเชลล์บอกว่า มีคำญี่ปุ่นเรียกพฤติกรรมนี้ว่า“สึนโดกุ” หมายถึง พฤติกรรมการซื้อหนังสือมาเก็บไว้เรื่อยๆ โดยที่ยังไม่ได้อ่าน ซึ่งอาจกำลังบอกวิธีที่น่าสนใจเกี่ยวกับการที่สมองตอบสนองต่อ "ความคาดหวัง"

เธออธิบายว่า เวลาที่เราเจอสิ่งที่สัญญาว่าจะมอบความเพลิดเพลิน หรือการค้นพบใหม่ๆ ให้ ระบบการให้รางวัลในสมองจะเริ่มทำงาน โดยมีวงจรสำคัญที่เชื่อมระหว่างสมองบริเวณ ventral tegmental ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสารโดพามีนในสมองส่วนกลาง

เธอบอกว่า หลายคนคิดว่า โดพามีน คือ "สารแห่งความสุข" แต่หน้าที่สำคัญประการหนึ่งของโดพามีน คือ ช่วยให้สมองมองเห็นว่า โอกาสใดคุ้มค่าที่จะไขว่คว้า แทนที่สมองจะให้รางวัลหลังจากที่เราได้รับสิ่งดีๆ ไปแล้ว พูดง่ายๆ ว่ามันมอบรางวัลให้เราล่วงหน้า เพื่อกระตุ้นให้เราทำในสิ่งที่มีแนวโน้มที่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองในอนาคต

เธออธิบายว่า ในแง่ของวิวัฒนาการ บรรพบุรุษของมนุษย์ได้ประโยชน์จากการหาและกักเก็บอาหารเอาไว้ก่อนที่จะหิว หาที่หลบภัยก่อนพายุจะมา และสะสมความรู้ก่อนถึงวันที่จำเป็นต้องใช้ สมองที่สามารถคาดการณ์ผลตอบแทนในอนาคตได้ จึงมีความได้เปรียบกว่าสมองที่ตอบสนองเฉพาะความต้องการตรงหน้าเท่านั้น ดังนั้น โดพามีน จึงไม่ได้ตอบสนองเฉพาะกับรางวัล แต่ยังตอบสนองต่อความคาดหวังว่าจะได้รับรางวัลอีกด้วย

“หนังสือที่ยังไม่ได้อ่านเป็นตัวอย่างที่ดี แม้มันจะยังคงอยู่บนชั้นหนังสืออีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน แต่สมองกลับรับรู้คุณค่าที่อาจได้รับจากหนังสือเล่มนั้นไปแล้ว และเริ่มมีความสุขกับความเป็นไปได้ โดยที่ยังไม่ได้เปิดอ่านแม้แต่หน้าเดียว” ศาสตราจารย์มิเชลล์กล่าว

เธอบอกว่า ยังมีอีกส่วนหนึ่งของสมองที่มีบทบาทสำคัญ คือฮิปโปแคมปัส ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางของความทรงจำ แต่แท้จริงแล้ว ฮิปโปแคมปัสไม่ได้มีหน้าที่เพียงช่วยให้เราระลึกถึงอดีตเท่านั้น หากยังมีบทบาทสำคัญในการจินตนาการถึงอนาคตด้วย

เธอบอกว่า เพียงแค่เราลองนึกภาพตัวเองกำลังอ่านหนังสือเล่มที่อยากอ่านในช่วงวันหยุด หรือระหว่างขดตัวอยู่บนโซฟาในบ่ายวันฝนตก ฮิปโปแคมปัสจะเริ่มประกอบสร้างภาพของประสบการณ์ในอนาคตขึ้น โดยดึงเศษเสี้ยวของความทรงจำที่กระจายอยู่ทั่วสมองมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นไออุ่นของแสงแดด กลิ่นกาแฟ เสียงพลิกหน้ากระดาษ หรือความสบายของเก้าอี้ตัวโปรด จนกลายเป็นฉากในจินตนาการที่สมบูรณ์ เป็นการที่สมองกำลังใช้ความทรงจำในอดีตเพื่อ “ซ้อมความสุข” ในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

ศาสตราจารย์มิเชลล์บอกว่า ความสามารถเช่นนี้ของสมองอาจสำคัญกว่าที่เราคิด มีนักจิตวิทยาจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ มองว่า "การเฝ้ารอสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น" เป็นองค์ประกอบสำคัญของสุขภาวะที่ดี เพราะการมีเรื่องให้น่าตื่นเต้นและการตั้งตารอสามารถช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้ ช่วยเพิ่มแรงจูงใจ และทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความเครียดในชีวิตประจำวันได้ ในบางสถานการณ์ ความสุขจากการเฝ้ารอเหตุการณ์บางอย่าง อาจแทบไม่ต่างจากความสุขที่ได้รับเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง

เธอบอกว่า แนวคิดนี้ทำให้อธิบายได้ว่า เหตุใดกองหนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน จึงให้ความรู้สึกแตกต่างจากกองอีเมลที่ยังไม่ได้ตอบ ทั้งที่ทั้งสองอย่างล้วนเป็นสิ่งที่รอให้เราจัดการเหมือนกัน แต่สมองตีความต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะอีเมลที่ยังไม่ได้ตอบคือ "ภาระในอนาคต" ขณะที่หนังสือที่ยังไม่ได้อ่านคือ "รางวัลในอนาคต"

ที่มา
Why you keep buying books you don’t read – and why it feels so good

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...