โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นอนน้อย แต่นอนนะ “ทาคาอิจิ” นอน 0-3 ชั่วโมง ทำไมญี่ปุ่นต้องทำงานหนัก ?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายกฯ ญี่ปุ่น ออกมาบอกว่าตัวเธอมีเวลานอนแค่ 0-3 ชั่วโมงต่อวัน สังคมญี่ปุ่นเถียงกลับ ทำไมถึงไม่มี Work-Life Balance แล้วที่จริงคนญี่ปุ่นทำงานหนักเพราะอะไร ?

“วันหยุดมีค่ามากจริง ๆ ฉันได้นอนหลับถึง 5 ชั่วโมงเป็นครั้งแรกในรอบที่นานมาก ๆ ตั้งแต่ฉันรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การนอนแค่ 0-3 ชั่วโมง กลายเป็นเรื่องปกติของฉัน”

-ซานาเอะ ทาคาอิจิ-

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวในโพสต์ของเธอบน X เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (20 กรกฎาคม)

ทาคาอิจิ คงไม่คิดว่าโพสต์ข้อความไปแค่นี้จะเป็นเรื่องใหญ่ แต่มันกลับจุดกระแสสังคมในญี่ปุ่นให้ลุกขึ้นมาตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า ทำไมเราถึงต้องทำงานหนักมากขนาดนี้ ในประเทศที่แทบจะไม่รู้จักคำว่า Work-Life Balance อย่างเช่น “ญี่ปุ่น”

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้ (20 กรกฎาคม) เป็น “วันทะเล” (Sea Day) ซึ่งถูกกำหนดเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่นเพื่อเป็นการขอบคุณท้องทะเลที่มีความสำคัญต่อประเทศ ในหลายเมืองจึงสามารถพบเห็นชาวญี่ปุ่นออกจากบ้านไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ริมทะเล ทั้ง ว่ายน้ำ, อาบแดด หรือ เล่นเสิร์ฟ เพื่อคลายความร้อนในช่วงฤดูร้อนปีนี้ที่อากาศอบอ้าว

แต่วันหยุดนักขัตฤกษ์ของนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ เธอใช้เวลาช่วงวันหยุดทั้งหมดไปกับการนั่งอ่านเอกสารนโยบายรัฐบาลซ้ำๆ รวมไปถึงจัดการกับอีเมล์ที่คั่งค้างหลายพันฉบับและเธอก็ได้ออกมาเผยเรื่องราวของเธอในวันหยุดให้สาธารณะฟังผ่านโพสต์อันเดิมบน X

ไปดูว่าเธอโพสต์ว่าอะไรบ้าง ฉบับแปลจากภาษาญี่ปุ่นเป็นไทย

“นับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมในช่วงสุดสัปดาห์ ฉันใช้เวลาตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงดึกดื่นอยู่ที่บ้านพักประจำตำแหน่ง ฉันอ่านเอกสารหนาๆ ที่เกี่ยวข้องกับแนวทางนโยบายพื้นฐาน, ยุทธศาสตร์การเติบโตของญี่ปุ่น และ ยุทธศาสตร์อนาคตระดับภูมิภาค”

“ในสัปดาห์ที่สองของเดือน ฉันใช้เวลาตรวจสอบอย่างละเอียดในส่วนที่เพิ่มเติม ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมหาศาลให้กับงบประมาณในปีงบประมาณ 2027 ซึ่งคณะรัฐมนตรีของฉันจะเข้ามามีส่วนร่วมเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ขั้นตอนแนวทางนโยบายพื้นฐานและการขออนุมัติงบประมาณ รวมถึงยุทธศาสตร์การเติบโตระยะกลางถึงระยะยาวที่เราจะทำงานกันอย่างจริงจัง”

“จนถึงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันยังยุ่งอยู่กับการอ่านและลงนามในเอกสารเพื่อเตรียมตอบคำถามของรัฐสภา โดยต้องต่อสู้กับกองเอกสารมากมาย จนกระทั่งสุดสัปดาห์นี้ฉันยุ่งอยู่กับงานจนถึงเช้าตรู่ของอีกวัน คอยตรวจทานร่างเอกสารสุดท้ายจำนวน 3 ฉบับที่กำลังจะได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี และจัดการกับอีเมล์หลายพันฉบับที่ค้างอยู่”

“ส่วนในวันหยุดวันทะ มันได้กลายเป็นเวลาส่วนตัวอันมีค่าของฉัน หลังจากกลับไปยังบ้านพักประจำตำแหน่ง เวลาส่วนตัวของฉันจะจำกัดอยู่แค่การทำความสะอาดห้องน้ำ อาบน้ำ รับประทานอาหารเย็น ล้างจานหลังอาหารเย็น ซักผ้า และทำความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ ส่วนที่เหลือของวันก็หมดไปกับการอ่านเอกสารอื่น ๆ สำหรับการตอบคำถามในรัฐสภา”

“ในช่วงเที่ยงของวันหยุด ฉันเริ่มรีดผ้าเช็ดหน้าและชุดชั้นในกองใหญ่ที่ซักแล้ว และยังเย็บชายกระโปรงที่ลุ่ยและเสริมกระดุมเสื้อแจ็กเก็ตที่หลวม ฉันไม่ค่อยเก่งเรื่องการรีดผ้าและฉันต้องใช้เวลานานมาก มันเลยทำให้ฉันชอบผลัดวันประกันพรุ่งมาเรื่อยๆ จนแทบไม่มีชุดชั้นในใส่กับสูทเลย ตอนนี้ฉันมีผ้าเช็ดหน้าและชุดชั้นในเพียงพอที่จะใช้ในช่วงที่ต้องทำงานแล้วและฉันจะเริ่มทำงานหนักอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ !”

ถ้าลองนึกเป็นภาพ พออ่านจากโพสต์ของเธอ เต็มไปด้วยภาพที่ทาคาอิจิวุ่นวายอยู่กับเอกสารและอีเมล์ทั้งวัน จนถึงในช่วงเวลาว่างอันน้อยนิดเธอก็ยังดูวุ่นวายไปกับการทำงานบ้านและจัดการชีวิตส่วนตัว รวมถึงซักผ้าให้พอใส่ในวันทำงาน จนไม่เห็นภาพของเธอที่ได้นอนหลับพักผ่อนหรือใช้เวลาแบบ “สโลว์ไลฟ์” บ้างเลย

ดูเหมือนทาคาอิจิต้องการนำเสนอตัวเองในฐานะผู้นำที่ติดดินและไม่หยุดทำงานเพื่อประชาชน และโพสต์นี้ของเธอก็มียอดเข้าชมมากกว่า 31 ล้านครั้ง จนกลายเป็นประเด็นระดับประเทศให้ชาวญี่ปุ่นหลายคนเริ่มกลับมาถกเถียงเกี่ยวกับสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงา และอันตรายจากการอดนอน

โทรุ คุนิชิเกะ สมาชิกรัฐสภาจากพรรคฝ่ายค้านของญี่ปุ่น ออกมาเตือนถึงทาคาอิจิโดยตรงว่า การอดนอนเป็นเวลานาน จะทำให้เธอสูญเสียความสามารถในการบริหารประเทศในฐานะนายกรัฐมนตรี เพราะการอดนอนจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจคล้ายกับอยู่ในภาวะมึนงงและอาจเป็นความเสี่ยงต่อการบริหารจัดการวิกฤตระดับชาติ หรือ สถานการณณ์ที่จำเป็นต้องใช้การตัดสินใจที่ดีและเฉียบขาดได้ เช่นเดียวกับ ยูอิชิโระ ทามากิ ผู้นำพรรคอนุรักษนิยมประชานิยม ที่อธิบายทาคาอิจิว่าเธอเป็นคนทำงานหนัก แต่การพักผ่อนก็คืองานชนิดหนึ่ง

จากคำวิจารณ์ของสมาชิกรัฐสภา ล่าสุด มิโนรุ คิฮาระ โฆษกคณะรัฐมนตรีของทาคาอิจิ ออกมาปกป้องนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ว่าสิ่งที่ทาคาอิจิโพสต์มาจากบัญชี X ส่วนตัวของเธอ แต่เขาเชื่อว่า ทาคาอิจิจะยังคงตัดสินใจและทำหน้าที่ของเธออย่างเต็มที่ เขากล่าวด้วยว่าทั้งหมดนี้ก็เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน และรัฐบาลจะทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อสนับสนุนเธอต่อไป

แต่ศาสตราจารย์อิวามะ จากสถาบันบัณฑิตศึกษาด้านนโยบายแห่งชาติในกรุงโตเกียว มองว่า ทาคาอิจิในฐานะนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกควรได้รับการสนับสนุนในบทบาทของเธอมากกว่านี้ เพราะก่อนหน้านี้ผู้นำของญี่ปุ่นที่เป็นผู้ชายมาตลอด มักมีภรรยาคอยช่วยเหลือในส่วนของงานบ้านซึ่งจะทำให้บรรดาผู้นำชายเหล่านั้นมีเวลาจดจ่อกับงานของพวกเขาโดยไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องงานบ้าน แต่ในส่วนของทาคาอิจิดูเหมือนว่าเธอยังต้องรับผิดชอบงานบ้านด้วยตัวเองมากกว่า

ศาสตราจารย์อิวามะ กล่าวด้วยว่า การสร้างระบบที่สามารถสนับสนุนบทบาทของทาคาอิจิ หรือ ผู้หญิง คนอื่น ๆ ให้สามารถจดจ่ออยู่กับหน้าที่การงานของพวกเธอได้ โดยไม่จำเป็นต้องผันตัวมาเป็นแม่บ้านคอยทำงานบ้านในชีวิตประจำวัน จะถือเป็นการส่งเสริมความก้าวหน้าของผู้หญิงในสังคมที่ชายเป็นใหญ่แบบญี่ปุ่น

กลับมาที่คำถามเดิม ทำไมญี่ปุ่นต้องทำงานหนัก ?

ญี่ปุ่นมีชื่อเสียงในเรื่อง “วัฒนธรรมการทำงานหนักและยาวนาน” สำหรับพนักงานในบริษัทบางแห่งอาจทำงานเกินวันละ 12 ชั่วโมง ลองคิดดูว่าถ้าคุณเข้างาน 8 โมงเช้าคุณอาจทำงานยาวๆ จนเลิกงานอีกที 2 ทุ่ม หรือมากกว่านั้นโดยที่ได้เงินเดือนเท่าเดิม

ทั้งในภาคธุรกิจและรัฐบาล คนที่เป็นแค่ “พนักงาน” ธรรมดามักเผชิญแรงกดดันให้ยังอยู่ในที่ทำงานจนกว่าคนที่เป็น “หัวหน้า” จะกลับบ้านจนมีการทำงานล่วงเวลาจำนวนมาก เพราะคนญี่ปุ่นมองว่านี่คือสัญลักษณ์ของความจงรักภักดีและความขยัน

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังยึดเหตุ คนทำงานเก่งรับงานไปเยอะๆ อธิบายง่าย ๆ สิ่งนี้เรียกว่า “ระบบการจ้างงานแบบสมาชิก” มันคือความคาดหวังจากบริษัทเพราะเมื่อบริษัทญี่ปุ่นรับพนักงานประจำเข้าทำงาน บริษัทก็ชอบคาดหวังให้พนักงานคนนั้นกลายเป็น “สมาชิกที่ดีเด่นขององค์กร”และคำว่า “สมาชิกที่ดี” นั่นก็หมายถึงคุณต้องพร้อมช่วยเหลืองานของเพื่อนร่วมงาน และยินดีรับงานหรือคำขอจากหัวหน้างาน

ในสถานที่ทำงาน มักมีงานใหม่ ๆ เกิดขึ้นแทบทุกวัน คนเป็นหัวหน้าจะตัดสินใจมอบหมายงานให้ใครก็ตามโดยพิจารณาจากภาระงานของพนักงานแต่ละคน ขณะเดียวกันหัวหน้ามักต้องการมอบหมายงานใหม่ให้กับลูกน้องที่มีความสามารถเพราะพนักงานที่เก่งมักสามารถทำงานให้เสร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลิตภาพสูง และเพราะเหตุนี้ทำให้พนักงานเริ่มตั้งเป้าหมายที่จะสร้างผลงานให้ดีทะลุ 120% ทั้งที่จริง ๆ แล้วหัวหน้าคาดหวังเพียงผลลัพธ์ 100% เพราะพนักงานคิดว่าตัวเองควรหรืออาจต้องใส่รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไป

แต่แม้พนักงานจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชั่วโมงการทำงานของเขาก็อาจเพิ่มขึ้นเพราะได้รับมอบหมายงานมากขึ้นเพียงแค่เหตุผลว่าคุณเป็นคนมีความสามารถก็รับงานเพิ่มไป ดังนั้น แนวคิดที่ว่า “ฉันอยากเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กร” จึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ชั่วโมงการทำงานยาวนานขึ้น

แต่พวกเขาอาจจะลืมไปว่าเมื่อสะสมแบบนี้ทุกวันสิ่งแรกที่จะตามมาคือ“ปัญหาสุขภาพ”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีข่าวเกี่ยวกับโรคที่เรียกว่า “คาโรชิ” หรือก็คือการเสียชีวิตจากการทำงานหนักเกินไป ประเด็นนี้กลายเป็นที่สนใจอย่างมากในปี 2016 เมื่อ มัตสึริ ทาคาฮาชิ พนักงานของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Dentsu เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย หลังทำงานล่วงเวลามากกว่า 100 ชั่วโมงต่อเดือน แต่การเสียชีวิตของเธอทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มกำหนดเพดานการทำงานล่วงเวลาไว้ที่ 45 ชั่วโมงต่อเดือน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่าช่วยผ่อนคลายวัฒนธรรมการทำงานหนักโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้

ในเคสของทาคาอิจิ เธอเข้าสู่แวดวงการเมืองตั้งแต่ช่วงปี 1990 เธอต้องการเป็นผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงและนั่นทำให้คำว่า “ได้ทำให้” กลายเป็นจรรยาบรรณในการทำงานหนักของเธอและ กลายเป็นส่วนสำคัญของภาพลักษณ์ทางการเมืองของเธอ

“ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน และทำงาน”

นี่คือสิ่งที่เธอให้คำมั่นเอาไว้ หลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปีที่แล้ว เธอยังใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเน้นย้ำถึงตารางงานที่แน่นขนัดของตัวเอง โดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เธอเคยโพสต์ข้อความยาวเกี่ยวกับการรับมือประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ ขณะย้ายเข้าไปอยู่บ้านพักนายกรัฐมนตรีในช่วงวันหยุด

และจากโพสต์ล่าสุดของเธอ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พฤติกรรมการทำงานของเธอถูกตั้งคำถาม เพราะเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทาคาอิจิเคยถูกวิจารณ์หลังเรียกผู้ช่วยมาพบตอนตี 3 ซึ่งเป็นเวลานอนของใครหลายคน ก่อนที่เธอจะอธิบายในภายหลังว่า เครื่องแฟกซ์ที่บ้านของเธอเสียและเธอต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในการเดินทางไปทำงานที่สำนักงานอีกแห่ง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการประชุม จึงเป็นเหตุผลที่เธอต้องเรียกผู้ช่วยมาในทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...