HTECH เพิ่มเป้ารายได้ ลุยกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์
#HTECH #ทันหุ้น – HTECH พร้อมลุยตลาดเซมิคอนดักเตอร์อย่างเต็มตัวเตรียมนำเข้าเครื่องจักรใหม่ 2 ตัว ระดับ High-End เพื่อผลิตงานที่มีคุณภาพสูงและมีความเร็ว รับอยู่ระหว่างทำ R&D ร่วมกับลูกค้า เพื่อทดสอบและสิทธิภาพ ซึ่งลูกค้าได้ตั้งเป้าหมายปริมาณออเดอร์ ไว้ในระดับที่สูง มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกออเดอร์ทะลักปรับเป้าเพิ่ม
นายพีท ริมชลา กรรมการผู้จัดการบริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ HTECH ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิต รับจ้างผลิตและจำหน่ายเครื่องมือตัดเฉือนโลหะ สำหรับใช้ในการผลิตชิ้นงานที่มีความเที่ยงตรงสูง เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทได้เตรียมขยายฐานลูกค้าเข้าไปในกลุ่มตลาดเซมิคอนดักเตอร์อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง ที่ต้องใช้เครื่องมือที่มีลักษณะเฉพาะตัวเนื่องจากมีขนาดเล็กมาก ทำให้เครื่องจักรแบบเดิมที่มีอยู่ในตลาดสามารถผลิตได้แต่ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ทั้งนี้บริษัทจึงตัดสินใจลงทุนในเครื่องจักรใหม่รุ่น High-End จำนวน 2 เครื่อง มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดจะเข้ามาติดตั้งในช่วงเดือนกันยายน ปัจจุบันบริษัทมีอยู่ 1 เครื่อง เพื่อเน้นการผลิตงานที่ต้องการคุณภาพสูงและมีความเร็วในการทำงานที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งในตลาดมีคู่แข่งที่มีเครื่องจักรที่ผลิต High-End น้อยมาก
@อยู่ระหว่างทำ R&D
ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ในขั้นตอนการทำ R&D หรือวิจัยและพัฒนาร่วมกับลูกค้า โดยมีการส่งเครื่องมือไปทดสอบ เพื่อพิสูจน์ว่าสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพดีกว่าคู่ค้ารายเดิมที่ลูกค้าใช้งานอยู่ ทั้งนี้ลูกค้าได้มีการตั้งเป้าหมายปริมาณออเดอร์ ไว้ในระดับที่สูงมากจนน่าตกใจ ซึ่งบริษัทกำลังรอประเมินผลความต้องการที่แน่นอนในลำดับถัดไป
ถึงแม้ว่าในขณะนี้ปริมาณงานเดิมของบริษัทจะล้นมืออยู่แล้ว ดังนั้นบริษัทจึงได้เตรียมความพร้อมด้านการลงทุนไว้รองรับ หากผลการทดสอบเครื่องมือรุ่นล่าสุดได้รับผลตอบรับที่ดี คาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตที่สำคัญในอนาคต โดยกลุ่มเป้าหมายหลักในการเจาะตลาดเซมิคอนดักเตอร์คือญี่ปุ่นและโซนมาเลเซีย เนื่องจากเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม
@เซมิไทยยังไม่แน่นอน
ขณะที่ในไทยแม้ว่าทางรัฐบาลจะมีการประกาศผลักดันให้ไทยเป็นฮับเซมิคอนดักเตอร์ แต่คำว่าฮับเซมิคอนดักเตอร์ของไทย ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นเพียงสำนักงานออฟฟิศ, โรงงานประกอบชิ้นส่วน, หรือเป็นกลุ่ม IT และ Server ถ้าหากเป็นไปในทิศทางของ Server Hub เพื่อรองรับเทคโนโลยี AI จะถือเป็นโอกาสที่ดีมาก เพราะว่าทิศทางของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีความสอดคล้องโดยตรงกับกระแส AI และ Data Center ของโลกที่กำลังเติบโตอย่างรุนแรง
หากไทยสามารถดึงดูดการลงทุนด้าน Server สำหรับ AI ได้จริง จะส่งผลบวกอย่างมากต่อความต้องการฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญและจะช่วยหนุนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้เติบโตตามไปด้วย
@จ่อปรับเป้ารายได้ขึ้น
อย่างไรก็ดีจากกระแสการเร่งลงทุนของกลุ่มData Center ในไทยที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 จะเติบโตได้ดีว่าช่วงครึ่งปีแรก โดยทิศทางผลงานในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะเติบโตได้ดีทั้ง QoQ และ YoY ดังนั้นบริษัทจึงอาจพิจารณาปรับเป้าหมายรายได้ปี 2569 ให้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ตั้งเป้าหมายเติบโตที่ 7%
นอกจากนี้แล้วในกลุ่มรถยนต์ยังคงมีการเติบโตขึ้นเช่นเดียวกัน แม้ว่าความต้องการดีมานด์ในอุตสาหกรรมรถยนต์ของตลาดโลกจะลดลง แต่ในกลุ่มลูกค้าของบริษัทเองกลับมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างต่อเนื่องตามลำดับ ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักยังคงเป็นกลุ่มที่เน้นไปยังการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สันดาป แม้จะมีลูกค้าบางกลุ่มได้หันไปผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
แต่ปัจจุบันความต้องการเครื่องมือที่มาจากกลุ่มรถยนต์ EV โดยตรงนั้นยังมีจำนวนน้อยและยังไม่เห็นจำนวนที่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับสัดส่วนทั้งหมด ขณะที่รถยนต์ทั้ง 2 ประเภทมีชิ้นส่วนหลายอย่างที่ใช้งานเหมือนกัน ซึ่งเครื่องมือเดิมสามารถรองรับได้ เช่น ระบบคอพวงมาลัย ระบบเบรก ระบบปรับอากาศ เป็นต้น