"ปลัดมท." สั่งเดินหน้าเชิงรุก 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี69 ใช้กลไก "ผู้ว่าฯ - ท้องถิ่น" ทั่วประเทศ เร่งตั้งศูนย์จัดการน้ำ-แจ้งเตือนภัยล่วงหน้า
">
วันที่ 19 ก.ค. 69 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยตามแผนซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 69 พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างทันท่วงที
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เพื่อให้การขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝน ประจำปี 2569 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ บูรณาการสรรพกำลังร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากอย่างเต็มกำลัง โดยหมั่นลงพื้นที่ตรวจสอบความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ การกำจัดสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ และการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบัญชาการเหตุการณ์และเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที รวมถึงการสร้างเครือข่ายเตือนภัยในระดับชุมชน ผ่านกลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อสื่อสารแจ้งเตือนความเสี่ยงให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงและทันท่วงที
"สำหรับ 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ได้แก่ 1. คาดการณ์ชี้เป้าและแจ้งเตือน พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและเสี่ยงฝนทิ้งช่วง 2. ทบทวนปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำ อาคารควบคุมบังคับน้ำแบบบูรณาการในระดับลุ่มน้ำและกลุ่มลุ่มน้ำ 3. เตรียมความพร้อมเครื่องจักรกล เครื่องมือ และบุคลากร ให้พร้อมเข้าปฏิบัติงานได้ทันที 4. ตรวจสอบติดตามความมั่นคงปลอดภัยคันกั้นน้ำ ทำนบ พนังกั้นน้ำ 5. เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ
6. จัดตั้ง “ศูนย์บริหารจัดการน้ำก่อนเกิดภัย” ควบคู่ไปกับการปฏิบัติการเชิงรุกในการลงพื้นที่ 7. เร่งพัฒนาและเก็บกักน้ำ ในแหล่งน้ำเพื่อสำรองไว้ใช้ในระยะยาว 8. สร้างการรับรู้ความเสี่ยงและสร้างความเข้มแข็งเครือข่าย การเฝ้าระวังให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง และ 9. ติดตามประเมินผล เพื่อปรับมาตรการให้สอดรับกับสถานการณ์ภัยในอนาคตต่อไป ซึ่งการเชื่อมโยงมาตรการทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน จะทำให้การดำเนินการบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือฤดูฝน ปี 2569 บรรลุเป้าหมายและสามารถขับเคลื่อนการจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันท่วงที" นายอรรษิษฐ์ กล่าว
.