โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สีกากี’ ฝุ่นตลบ!

ไทยโพสต์

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โฟกัสแวดวง "สีกากี" สัปดาห์นี้ ไม่น่าจะมีอะไรเหนือกว่าศึกชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย. 2569 ตามกฎ ตามเกณฑ์ ตามระเบียบ ตามกฎหมาย แคนดิเดตทั้ง 4 ราย ได้แก่ บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 43 เกษียณปี 2571, บิ๊กหวาน-พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผบ.ตร. นรต.รุ่น 42 เกษียณปี 2570, บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 50 เกษียณปี 2576 และบิ๊กแมน-พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ นรต.รุ่น 43 เกษียณปี 2572 มีสิทธิ์ขึ้น

นั่งเก้าอี้ "ผบ.ตร." ได้หมดทุกคน เพียงแต่เมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ชั่วโมงนี้ทุกสำนักน่าจะฟันธงไปที่ "บิ๊กราญ" ลูกหลานเมืองเพชร ที่มีองค์ประกอบครบครัน ผลงานเป็นที่ประจักษ์ มีแรงสนับสนุนเต็มเปี่ยม จะติดก็แต่เพียงหากขึ้นไปเป็นผู้นำสีกากีจะนั่งยาวถึง 6-7 ปี ก็ต้องดูว่า "ก.ตร." จะมองในมุมอยู่จนรากงอกปิดหัวพี่ๆ น้องๆ หรือมองในมุมอยู่นานก็มีเวลาพัฒนา มีเวลาปรับเปลี่ยนองค์กรที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกเรียกร้องให้ปฏิรูปอยู่ตลอดเวลาได้อย่างเต็มที่…งานนี้ก็วัดใจ "นายกฯ อนุทิน" ในฐานะประธาน ก.ตร.ที่จะเสนอชื่อ "ผบ.ตร.คนใหม่" ให้ ก.ตร.พิจารณา จะเลือกใคร?

พอเสร็จจากศึกชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." เหล่า "สีกากี" ก็แทบไม่ได้พักหายใจหายคอ เพราะมีคิวแต่งตั้งระดับ "นายพล" วาระประจำปี 2569 ตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.และเทียบเท่า-ผบก.ทั่วประเทศ จ่อคิวรอให้ฝุ่นตลบต่อเนื่อง หลัง "ผบ.ต่าย" เคาะระฆังสัญญาณเริ่มทำบัญชีแต่งตั้งตามลำดับขั้นตอน ระดับ บก.ให้ ผบก.พิจารณาจัดทำข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นระดับ รอง ผบก. เลื่อนเป็นระดับ ผบก.ภายใน 7 ส.ค. ส่งต่อ บช. จากนั้นระดับ รอง ผบช. และรอง จตร. ลงมาถึง ผบก. ให้ บช. พิจารณาภายใน 10 ส.ค. 2569 ก่อนส่งให้ ตร.พิจารณา โดยในหนังสือคำสั่ง ผบ.ต่าย เน้นย้ำการจัดทำผลการปฏิบัติงานและสรุปผลการปฏิบัติงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาจัดทำข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ซึ่งผลการปฏิบัติงานต้องเป็นรูปธรรม ทำผลงานดีเด่นที่เกิดจากการปฏิบัติด้วยตนเองตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในระดับปัจจุบัน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งของคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ ตร. ๐

ครบกำหนดเดดไลน์ให้ "ตำรวจ" ยื่นใบสมัครใจเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 29 รอบตุลาคม พ.ศ. 2570 ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งให้สิทธิ์ทบทวนถอนใบสมัครใจถึงวันที่ 20 ก.ค. จากนั้นจะเป็นหน้าที่ฝ่ายกำลังพลตรวจสอบคุณสมบัติ ก่อนประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการพิจารณาให้ร่วมโครงการเออร์ลีรีไทร์รุ่นที่ 29 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 แว่วๆ ว่าในจำนวนผู้ยื่นใบสมัครรอบนี้มีชื่อ บิ๊กกบ-พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ ซึ่งมีคิวต้องขยับขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร.ในการแต่งตั้ง "นายพล" รอบนี้ ตามกฎ ตามเกณฑ์ ก.ตร. ให้ลำดับอาวุโสเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นแทนตำแหน่งว่าง ซึ่งปีนี้ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่าง 6 ตำแหน่ง "บิ๊กกบ" มีชื่ออาวุโสลำดับ 2 ต้องขยับขึ้นก่อนเกษียณอายุราชการปี 2570 เหลืออายุราชการอีกเพียง 1 ปี หากตัดสินใจเข้าโครงการเออร์ลีฯ จริงก็จะได้รับเงื่อนไขเลื่อนยศเป็น พล.ต.อ. ที่สำคัญจะเป็น "ผบช.ไซเบอร์" ที่ยื่นเข้าโครงการเออร์ลีฯ ลาออกก่อนเกษียณอายุราชการเป็นคนที่ 2 ต่อจาก บิ๊กเจี๊ยบ-พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา อดีต ผบช.สอท. ที่เข้าโครงการเออร์ลีฯ รุ่นที่ 28 ไปเมื่อปี 2568 ๐

จากสถานการณ์ความมั่นคงภูมิภาคและเหตุการณ์ชายแดนของไทย-กัมพูชา ส่งผลต่อการปรับแนวทางการใช้งบประมาณและแผนป้องกันประเทศในอนาคตของ "กองทัพ" เป็นอย่างมาก บ่งชี้ถึงการปรับตัวรับ "game change" ด้านการทหารของไทยในวิกฤตความตึงเครียดของโลกทุกด้าน จะเห็นได้จากการที่กระทรวงกลาโหมได้ส่งระดับ "บิ๊กไฟว์" ได้แก่ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหมพล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ มาชี้แจงถึงการจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ในโครงการต่างๆ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนไปตามการจัดโครงสร้างใหม่ของกองทัพ ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องเงินในกระเป๋าและหนี้เก่าจากโครงการเดิม โดยเฉพาะกองทัพเรือต้องยอมรับว่า "หลังแอ่น" เพราะจากตัวเลขภาระหนี้ผูกพันในโครงการขนาดใหญ่รวมแล้วมากถึง 62,663 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีเรือดำน้ำ 2 ลำ 22,500 ล้านบาทที่ค้างในตาราง ขณะที่มีเรือซึ่งอายุการใช้งานเกิน 40 ปีใกล้ปลดประจำการ ได้แก่ เรือ ต. หรือเรือตรวจการณ์ ตอนนี้มี 9 ลำ เรือกวาดทำลายทุ่นระเบิด 3 ลำ เรือยกพลขึ้นบก 6 ลำ ขณะที่เรือฟริเกตกับคอร์เวตต์ ปี 72 จะเหลือเพียง 2 ลำ และปี 73 เหลือ 1 ลำ

การซักถามของคณะกรรมาธิการงบฯ ปีนี้ ในภาพรวมยอมรับถึงความจำเป็นในการจัดหายุทโธปกรณ์สำคัญๆ และการบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ในรูปแบบเดียวกันของ 3เหล่าทัพ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน โดยใช้บทเรียนของสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา มาใช้วางแผนในเรื่องของการอำนวยการรบสำหรับสถานการณ์ในอนาคต โดย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ชี้แจงว่าในการปรับปรุงแผนป้องกันประเทศนั้น เป็นปฏิบัติการข้ามมิติ หรือ Joint All-Domain Operations ที่มีเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการจัดตั้งศูนย์บัญชาการขีดความสามารถร่วม Joint Capabilities Command (JCC) โดยจัดทำคำของบประมาณด้านการพัฒนาหน่วยที่จะจัดตั้งขึ้นอยู่ในวงเงิน 893 ล้านบาท ซึ่งในปีแรกจะอยู่ที่ร้อยกว่าล้านบาท โดยเป็นงบพัฒนาหน่วยในภาพรวม โดย JCC มีขีดความสามารถ 4-5 ประเด็น ได้แก่ ไซเบอร์, คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, ระบบอัตโนมัติ, การป้องกันภัยทางอากาศ, กิจการอวกาศ และวางแผนอำนวยการทำพิมพ์เขียว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...