โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ต้น สกลกรย์" เปิดใจไขก็อกพ้นเก้าอี้บิทคับ เหตุแฮ็กปี 64 หวังตัดตอน "แบงก์รัน" อ้างป้องตลาดเงิน

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

การลาออกของ "ต้น สกลกรย์ สระกวี" ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวกรรมการบริษัท หากเป็นการปิดบัญชีปมค้างคาในคดีแฮ็กบิทคับเมื่อปี 2564 ที่ย้อนกลับมาสั่นสะเทือนธรรมาภิบาลของผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ที่สุดของประเทศ เจ้าตัวเปิดใจผ่านโซเชียลยอมรับตัดสินใจแก้ไขรายงานส่งสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อหลีกเลี่ยงความตื่นตระหนกในตลาด แม้ลูกค้าจะได้รับการชดเชยครบถ้วนตั้งแต่วันเกิดเหตุก็ตาม คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ "เงินหายหรือไม่" แต่คือ "การปกปิดข้อมูล" เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด สามารถอธิบายได้มากน้อยเพียงใดภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ตลาดทุนยึดถือ

การประกาศลาออกจากตำแหน่งกรรมการของ "ต้น สกลกรย์ สักกวี" ในบริษัท บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ จำกัด และบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ถือเป็นจุดสิ้นสุดของหนึ่งในประเด็นอื้อฉาวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย นั่นคือกรณีการปกปิดข้อมูลเหตุการณ์โจรกรรมทางไซเบอร์เมื่อปี พ.ศ. 2564 ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวเลือกแสดงความรับผิดชอบด้วยการก้าวลงจากตำแหน่ง เพื่อไม่ให้ประเด็นดังกล่าวกระทบต่อองค์กรและความเชื่อมั่นของตลาดมากไปกว่านี้

แม้การโจมตีทางไซเบอร์จะเกิดขึ้นเมื่อกว่า 4 ปีก่อน แต่ผลสะเทือนของการตัดสินใจในวันนั้นยังทอดเงามาถึงปัจจุบัน เพราะสิ่งที่ถูกตั้งคำถามไม่ใช่ประสิทธิภาพของระบบรักษาความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว หากเป็นการตัดสินใจแก้ไขรายงานที่ต้องส่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งกลายเป็นประเด็นด้านธรรมาภิบาลที่มีนัยสำคัญกว่าความเสียหายทางเทคนิคเสียอีก

ย้อนรอยเหตุแฮ็กปี 2564 จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ถูกโจรไซเบอร์เจาะระบบและลักลอบโอนสินทรัพย์ดิจิทัลออกจากแพลตฟอร์ม ในช่วงเวลานั้นตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะร้อนแรง นักลงทุนรายใหม่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ความเชื่อมั่นจึงเป็นทรัพย์สินที่มีค่ามากกว่าสินทรัพย์ดิจิทัลใด ๆ

ข้อมูลที่บริษัทชี้แจงระบุว่า ระบบรักษาความปลอดภัยในขณะเกิดเหตุยังดำเนินการตามมาตรฐานที่แจ้งไว้กับสำนักงาน ก.ล.ต. ความเสียหายเกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ มิใช่ความบกพร่องของระบบที่ละเลยมาตรฐานด้านความปลอดภัย

ทันทีหลังเกิดเหตุ กลุ่มผู้ก่อตั้ง "บิทคับ" ตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวเข้าซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลคืนให้ลูกค้าทั้งหมด จนสามารถชดเชยความเสียหายได้ครบถ้วนภายในปีเดียวกัน ไม่มีลูกค้ารายใดสูญเสียทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กลายเป็นปัญหาในเวลาต่อมา คือการที่ "ต้น สกลกรย์" ยอมรับว่าเป็นผู้ตัดสินใจแก้ไขรายงาน NCR หรือ ดจ.1 ที่ต้องส่งให้สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อไม่ให้ข้อมูลการถูกแฮ็กถูกเปิดเผยในช่วงเวลานั้น โดยระบุว่าเป็นการตัดสินใจเพียงผู้เดียว เพื่อประคองสถานการณ์และลดความเสี่ยงที่ตลาดจะเข้าสู่ภาวะตื่นตระหนก

จากมุมของผู้บริหาร การตัดสินใจครั้งนั้นอาจถูกมองว่าเป็นความพยายามรักษาเสถียรภาพของตลาด แต่จากมุมของหน่วยงานกำกับดูแล การเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนถือเป็นหลักการพื้นฐานที่ต้องเที่ยงตรง และไม่อาจเพิกเฉยได้ นี่จึงเป็นจุดตัดระหว่าง "การบริหารวิกฤต" กับ "หลักธรรมาภิบาล" ที่ยังคงเป็นบทเรียนสำคัญของอุตสาหกรรมจนถึงทุกวันนี้

เดิมพันระหว่างความโปร่งใสกับการป้องกันวิกฤต "แบงก์รัน"

หากย้อนกลับไปในบรรยากาศของตลาดเมื่อปี พ.ศ. 2564 จะพบว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีความอ่อนไหวต่อข่าวร้ายอย่างยิ่ง นักลงทุนจำนวนมากยังเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ ขณะที่ความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัลยังมีจำกัด

ในเชิงเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ข่าวการถูกแฮ็กของผู้ให้บริการซื้อขายรายใหญ่ที่สุดของประเทศอาจกลายเป็นชนวนให้เกิดภาวะแห่ถอนสินทรัพย์ หรือ "แบงก์รัน" ได้ทันที แม้แพลตฟอร์มจะยังมีสภาพคล่องและสามารถชดเชยลูกค้าได้ทั้งหมดก็ตาม

สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงการถอนสินทรัพย์ของลูกค้าบิทคับ แต่คือผลกระทบแบบลูกโซ่ที่อาจลุกลามไปยังผู้ประกอบการรายอื่น ความเชื่อมั่นที่หายไปอาจทำให้เกิดแรงขายในตลาดอย่างรุนแรง ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลอาจร่วงลงในเวลาอันสั้น และท้ายที่สุดอาจกลายเป็นวิกฤตเชิงระบบของอุตสาหกรรมทั้งหมด

นอกจากนี้หากสถานการณ์บานปลาย "บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์" ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้เล่นหลักของตลาดไทย อาจต้องเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่องอย่างหนัก พนักงานหลายร้อยชีวิตอาจได้รับผลกระทบ และอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยที่กำลังเริ่มต้นอาจต้องถอยหลังไปอีกหลายปี

นี่คือเหตุผลที่ "ต้น สกลกรย์" อธิบายว่า การตัดสินใจของตนในวันนั้น มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดมากกว่าปกป้องตัวเอง แม้ท้ายที่สุดจะต้องยอมรับว่าการเลือกเส้นทางดังกล่าวเป็นความผิดพลาดในมิติของการกำกับดูแลกิจการก็ตาม

บทเรียนราคาแพงที่ผลักดันมาตรฐานความปลอดภัยครั้งใหญ่

เหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ. 2564 ไม่ได้จบลงเพียงการชดเชยลูกค้า แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยของบิทคับครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท

บริษัทยังทุ่มงบลงทุนด้านระบบรักษาความปลอดภัยมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ปรับโครงสร้างการดูแลสินทรัพย์ของลูกค้า และนำผู้รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกอย่าง คอยน์เบส เข้ามารับหน้าที่ดูแลสินทรัพย์บางส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดเก็บให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของผู้ประกอบการระดับสากล

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566 สำนักงาน ก.ล.ต. ได้เข้าตรวจสอบระบบและสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท พร้อมยืนยันความครบถ้วนของสินทรัพย์ทั้งหมด สะท้อนว่าระบบควบคุมภายในได้รับการยกระดับอย่างมีนัยสำคัญหลังเหตุการณ์ดังกล่าว

แม้การลงทุนด้านเทคโนโลยีจะช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีในอนาคต แต่กรณีนี้ก็ชี้ให้เห็นว่า ความแข็งแกร่งของระบบรักษาความปลอดภัยเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากระบบธรรมาภิบาลและการเปิดเผยข้อมูลไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้กำกับดูแลและนักลงทุนได้

การลาออกที่มากกว่าการรับผิดชอบส่วนบุคคล

การก้าวลงจากตำแหน่งของ "ต้น สกลกรย์" จึงมีนัยมากกว่าการแสดงสปิริตส่วนบุคคล แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า ผู้บริหารระดับสูงต้องพร้อมรับผิดชอบต่อการตัดสินใจที่ส่งผลต่อองค์กร แม้การตัดสินใจนั้นจะเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์วิกฤตและมีเจตนาปกป้องลูกค้าก็ตาม

เจ้าตัวยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับสำนักงาน ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ รวมถึงสนับสนุนการติดตามผู้ก่อเหตุโจรกรรมทางไซเบอร์มาดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด

ขณะเดียวกัน บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ยืนยันว่าจะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการเปิดเผยข้อมูลให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในระยะยาว

ท้ายที่สุด คดีนี้สะท้อนบทเรียนสำคัญของตลาดทุนยุคดิจิทัลว่า การบริหารวิกฤตอาจช่วยรักษาองค์กรไว้ได้ในระยะสั้น แต่ความยั่งยืนของธุรกิจจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อความโปร่งใสและธรรมาภิบาลถูกวางไว้เหนือการตัดสินใจทุกครั้ง เพราะในโลกการเงิน ความเชื่อมั่นคือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุด และเมื่อสูญเสียไปแล้ว ย่อมใช้เวลานานกว่าจะสร้างกลับคืนมาได้.

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...