โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดหุ้นยุโรป” เปิดลบ บอนด์ยีลด์พุ่ง-เงินเฟ้อทะลุ 3% ตลาดเพิ่มเดิมพัน ECB ขึ้นดอกเบี้ย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ก.ย เวลา 15.50 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย เวลา 08.50 น.

"ตลาดหุ้นยุโรป" เปิดลบ หลังบอนด์ยีลด์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ขณะที่เงินเฟ้อยูโรโซนเดือน ส.ค.เร่งตัวเกิน 3% หนุนตลาดคาด ECB อาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในสัปดาห์หน้า

วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 15.30 น. ตลาดหุ้นยุโรปเปิดการซื้อขายในแดนลบวันนี้ (2 ก.ย.) ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่กลับมาปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อยูโรโซนเดือนสิงหาคมเร่งตัวเกิน 3% จากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ยิ่งตอกย้ำการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า

*ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ 646.72 จุด ลดลง 0.74 จุด หรือ 0.11% ขณะที่ ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศส เปิดที่ 8,292.95 จุด ลดลง 8.90 จุด หรือ 0.11% ส่วน ดัชนี DAX ของเยอรมนี เปิดที่ 25,886.67 จุด ลดลง 83.44 จุด หรือ 0.32%*

แรงกดดันสำคัญต่อตลาดหุ้นมาจากตลาดพันธบัตร หลังบอนด์ยีลด์ในยูโรโซนปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ท่ามกลางแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลที่เกิดขึ้นในหลายตลาดทั่วโลก เนื่องจากนักลงทุนกลับมากังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจทำให้ธนาคารกลางต้องคงนโยบายการเงินเข้มงวดไว้นานกว่าที่เคยคาดการณ์ หรืออาจต้องกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม

ความกังวลดังกล่าวเพิ่มขึ้นหลังข้อมูลเงินเฟ้อยูโรโซนเดือนสิงหาคมขยับขึ้นเหนือระดับ 3% โดยมีต้นทุนพลังงานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่ ECB จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า โดยข้อมูลจาก LSEG สะท้อนว่า นักลงทุนคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยราว 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์

การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ยังทำให้พันธบัตรกลับมามีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับหุ้น โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง หลังจากตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนแข็งแกร่งมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ขณะที่พันธบัตรสามารถให้ผลตอบแทนในระดับสูงขึ้นโดยไม่ต้องรับความผันผวนของราคาหุ้นในระดับเดียวกัน

ขณะเดียวกัน บอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้นถือเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะเทคโนโลยี อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภค เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและอัตราคิดลด (Discount Rate) ที่สูงขึ้นทำให้มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตลดลง ส่งผลให้ระดับมูลค่าหุ้นที่นักลงทุนยอมจ่ายมีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ เนื่องจากมูลค่าของบริษัทจำนวนมากพึ่งพาการคาดการณ์กำไรในอนาคต ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญต้นทุนการกู้ยืมและรีไฟแนนซ์ที่สูงขึ้น ส่วนหุ้นสาธารณูปโภคและหุ้นปันผลสูงอาจมีความน่าสนใจลดลง เมื่อพันธบัตรรัฐบาลสามารถให้ผลตอบแทนสูงขึ้นและกลายเป็นทางเลือกในการลงทุนที่แข่งขันกับหุ้นกลุ่มดังกล่าวได้มากขึ้น

ทิศทางตลาดหุ้นยุโรปในระยะสั้นจึงยังขึ้นอยู่กับความเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์และแนวโน้มเงินเฟ้อเป็นสำคัญ โดยนักลงทุนจะจับตาสัญญาณจากเจ้าหน้าที่ ECB และข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อประเมินว่าธนาคารกลางจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้าตามที่ตลาดคาดการณ์หรือไม่ รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...