โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอหัวใจเผย สัญญาณ "หัวใจขาดเลือด" ไม่ได้มีแค่เจ็บหน้าอก นักกีฬาก็เป็นได้

PPTV HD 36

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา
โรคหัวใจขาดเลือดไม่ได้มีแค่เจ็บหน้าอก หมอหัวใจเผย 10 สัญญาณเตือน ทั้งจุกลิ้นปี่ เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก พร้อมแนะรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ

นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา (หมอแอร์) อายุรแพทย์โรคหัวใจ และผู้ชำนาญการด้าน Sports Cardiology โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านเพจ Akanis Srisukwattana พร้อมถ่ายทอด 10 สัญญาณสำคัญของโรคหัวใจขาดเลือดที่ทุกคนควรรู้ เพื่อช่วยให้สังเกตอาการได้เร็ว และเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที

ไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่า "เจ็บ"

โรคหัวใจขาดเลือดไม่ได้แสดงออกด้วยอาการเจ็บหน้าอกเสมอไป ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกเพียงแน่นหน้าอก หนักหน้าอก บีบรัด อึดอัด หรือเหมือนมีของหนักกดทับบริเวณกลางหน้าอก

10 อาการเสี่ยงโรคหัวใจ เปิดปัจจัยเสี่ยง คนวัยหนุ่มสาวก็ต้องระวัง

เช็กเกณฑ์ 10 อาการออฟฟิศซินโดรม หากเกิน 5 ข้อควรรีบดูแลก่อนลุกลาม

โดยอาการอาจร้าวไปยังแขน ไหล่ คอ กราม หรือหลังได้ ซึ่งล้วนเป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม

จุกลิ้นปี่เหมือนกรดไหลย้อน ก็อาจเป็นโรคหัวใจได้

อาการจุกลิ้นปี่ แน่นหน้าอก แสบร้อนกลางอก หรือรู้สึกเหมือนอาหารไม่ย่อย ไม่ได้เกิดจากโรคทางเดินอาหารเสมอไป แต่อาจเป็นอาการของโรคหัวใจขาดเลือด โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดขึ้นขณะเดินเร็ว วิ่ง หรือออกแรง

หมอแอร์ ระบุว่า หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงจนต้องตื่นกลางดึกเพื่อเดินทางมาโรงพยาบาล ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะมักเป็นสัญญาณว่าอาการดังกล่าวไม่ใช่อาการปกติ

เหนื่อยง่ายกว่าปกติ บางครั้งไม่ใช่เรื่องธรรมดา

หากเคยเดินขึ้นบันได วิ่ง หรือออกกำลังกายได้ตามปกติ แต่ระยะหลังกลับเหนื่อยง่าย หายใจไม่ทัน หรือออกแรงได้น้อยลง อาจเป็นอาการของโรคหัวใจขาดเลือดที่เรียกว่า Angina Equivalent ซึ่งเป็นอาการแทนการเจ็บหน้าอก และพบได้ในผู้ป่วยหลายราย

อาการเกิดเวลาออกแรง ต้องระวัง

หากมีอาการแน่นหน้าอก จุกลิ้นปี่ หรือเหนื่อยผิดปกติทุกครั้งที่เดินเร็ว วิ่ง หรือขึ้นบันได และอาการดีขึ้นเมื่อได้พัก ควรนึกถึงโรคหัวใจขาดเลือดเป็นอันดับต้น ๆ และรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมิน

เหงื่อแตก คลื่นไส้ หรือหน้ามืด เป็นสัญญาณอันตราย

หากอาการแน่นหน้าอกร่วมกับเหงื่อออกมาก คลื่นไส้ หายใจหอบ เวียนศีรษะ หรือเกือบหมดสติ ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่อาจบ่งบอกถึงภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ควรรีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

อาการเกิดตอนพัก หรือรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

เดิมอาจมีอาการเฉพาะเวลาออกแรง แต่หากเริ่มมีอาการแม้ขณะนั่งพัก หรืออาการเกิดบ่อยขึ้น นานขึ้น และรุนแรงขึ้น ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าภาวะโรคหัวใจอาจกำลังรุนแรงขึ้น จำเป็นต้องพบแพทย์โดยด่วน

นักกีฬาฟิตก็เป็นโรคหัวใจได้

การออกกำลังกายสม่ำเสมอหรือมีสมรรถภาพร่างกายดี ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เพราะความฟิตของร่างกายอาจช่วยชดเชยการทำงานของหัวใจ ทำให้ยังไม่แสดงอาการชัดเจน

ในบางรายอาจเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและเสียชีวิตกะทันหันระหว่างออกกำลังกายหรือแข่งขันกีฬา ดังนั้น นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายหนักควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคหัวใจก่อนเล่นกีฬา เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

อย่ารีบสรุปว่าเป็นโรคอื่น

อาการของโรคหัวใจขาดเลือดอาจคล้ายกับโรคกล้ามเนื้ออักเสบ โรคกรดไหลย้อน หรือภาวะวิตกกังวล หากเป็นอาการที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ หรือมีลักษณะแตกต่างจากเดิม ควรเข้ารับการประเมินใหม่ทุกครั้ง ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นโรคเดิม

ผลตรวจครั้งแรกปกติ ยังไม่ใช่ข้อสรุป

ผลตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) หรือผลตรวจเลือด เช่น ค่า Troponin ในครั้งแรก อาจยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยเฉพาะหากตรวจเร็วเกินไป อีกทั้งค่า Troponin ที่ปกติ ก็ไม่สามารถตัดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ทุกชนิด ดังนั้น แพทย์จำเป็นต้องประเมินร่วมกับอาการและปัจจัยอื่น ๆ

ต้องดูทั้งอาการและปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน

อาการเดียวกันอาจมีความหมายแตกต่างกันในแต่ละคน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจก่อนวัยอันควร ย่อมมีโอกาสเกิดโรคหัวใจมากกว่าคนทั่วไป

แม้บางคนจะมีความเสี่ยงต่ำ หรือดูไม่น่าเป็นโรคหัวใจ ก็ยังสามารถเกิดโรคได้จากความแตกต่างทางพันธุกรรม ดังนั้น หากยังไม่แน่ใจ ควรตรวจเพิ่มเติมให้ชัดเจน เพราะไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขการวินิจฉัยที่พลาดได้ และการวินิจฉัยล่าช้าอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้

หมอแอร์ ยังแนะนำว่า หากผู้ป่วยยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการวินิจฉัยหรือแนวทางการรักษา สามารถขอ Second Opinion หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์อีกท่านได้ ทั้งภายในโรงพยาบาลเดียวกันหรือโรงพยาบาลอื่น เนื่องจากความผิดพลาดในการวินิจฉัย (Human Error) สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวิชาชีพ รวมถึงแพทย์ ผู้ป่วยจึงไม่ควรเกรงใจหากต้องการความมั่นใจในการรักษา

นอกจากนี้ ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังมีบทบาทมากขึ้นในการช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ ทั้งสำหรับแพทย์และผู้ป่วย แต่ยังคงเป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุน ไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอหัวใจเผย สัญญาณ "หัวใจขาดเลือด" ไม่ได้มีแค่เจ็บหน้าอก นักกีฬาก็เป็นได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...