โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักศึกษา-บุคลากรชาวปาเลสไตน์ฟ้อง “ม.โคลัมเบีย” ปมถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

เดลินิวส์

อัพเดต 12 สิงหาคม 2569 เวลา 21.48 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กลุ่มนักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยชาวปาเลสไตน์ ทั้งในปัจจุบันและอดีต ได้ยื่นฟ้องมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในข้อหาปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อชุมชนชาวปาเลสไตน์ ตั้งแต่ปลายปี 2566

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ว่า คำฟ้องระบุว่า มหาวิทยาลัยล้มเหลวในการปกป้องสมาชิกชุมชนชาวปาเลสไตน์จากการคุกคาม และมุ่งเป้าไปที่พวกเขา ผ่านการพิจารณาคดีทางวินัยที่ไม่เป็นธรรมและลำเอียง

ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยโคลัมเบียปฏิเสธการเลือกปฏิบัติ และประณามความเกลียดชัง อย่างไรก็ดี สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มหาวิทยาลัยปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และไม่ได้ตอบคำขอแสดงความเห็นจากรอยเตอร์ส

การประท้วงเกิดขึ้นทั้งในวิทยาเขตของโคลัมเบีย และทั่วสหรัฐอเมริกา หลังอิสราเอลเริ่มโจมตีฉนวนกาซา ภายหลังการโจมตีของกลุ่มฮามาสที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต ในเดือน ต.ค. 2566 โดยผู้ประท้วงเรียกร้องให้สหรัฐยุติการสนับสนุนอิสราเอล และเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยถอนเงินทุนจากบริษัทที่สนับสนุนพันธมิตรของสหรัฐ

ในเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว มหาวิทยาลัยได้สั่งพักการเรียนนักศึกษามากกว่า 65 คน เนื่องจากมีส่วนร่วมในการปิดห้องสมุดหลักของมหาวิทยาลัย ในการชุมนุมสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ ขณะที่มหาวิทยาลัยกำลังเจรจากับรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังถูกตัดงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง

ในขณะนั้น มหาวิทยาลัยโคลัมเบียตกลงที่จะจ่ายเงินกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,616 ล้านบาท) ให้กับรัฐบาลวอชิงตัน เพื่อยุติการสอบสวนของรัฐบาลกลาง และรับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลกลางส่วนใหญ่ ในเดือน ก.ค. 2568.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...