โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมิว วราภรณ์ ผู้พิการร่างเล็กแห่งบุรีรัมย์ รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระพันปีหลวง” เผยเรื่องจริงชีวิตพลิก จากจดหมายฉบับเดียวสู่โอกาสทางการศึกษา

tvpoolonline.com

อัพเดต 28 ต.ค. 2568 เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2568 เวลา 07.22 น. • TV Pool

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 — ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนเฟซบุ๊กชื่อ “Vitamilk Waraporn Soisean” ของ น.ส.วราภรณ์ สร้อยเสน หรือ “หมิว” ชาวอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้พิการร่างเล็กที่เคยเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เมื่อปี 2565 ได้โพสต์ข้อความรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเปลี่ยนชีวิตเธอจากเด็กหญิงยากจนให้มีโอกาสเรียนจนจบปริญญา

หมิว เล่าว่า ตนเกิดในครอบครัวฐานะยากจน มีพ่อแม่ทำงานก่อสร้าง แต่มีความฝันอยากเรียนหนังสือให้สูงที่สุด เพื่อไม่เป็นภาระของใคร แม้ถูกคนรอบข้างมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เธอกลับเชื่อมั่นในคำสอนและพระเมตตาของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินีในรัชกาลที่ 9

เธอตัดสินใจเขียนจดหมายกราบบังคมทูลถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยศรัทธา แม้ไม่รู้ว่าพระองค์จะได้รับหรือไม่ แต่ไม่นานหลังจากนั้น ก็ได้รับจดหมายตอบกลับจาก “สำนักราชเลขาธิการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” มีพระราชกระแสรับสั่งให้ระบุได้ว่า “อยากเรียนที่ไหน เรียนอะไร เรียนกี่ปี” พร้อมพระราชทาน ทุนการศึกษาเต็มจำนวน

“เป็นจดหมายที่เปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตของเรา พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ไม่ว่าคนนั้นจะเกิดมาแบบใด พระองค์ทรงเมตตาทุกคนเท่าเทียม” — หมิว ระบุในโพสต์

เธอเล่าว่า ตั้งแต่นั้นมาได้ตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ ส่งรายงานผลการเรียนไปยังสำนักพระราชวังทุกภาคเรียน และทุกครั้งก็ได้รับจดหมายตอบกลับพร้อมคำให้กำลังใจจากพระองค์ เช่น “ตั้งใจเรียนเท่าที่ทำได้ ไม่ต้องกดดันตัวเอง หากมีปัญหาให้แจ้งได้เลย”

ในช่วงที่ผลการเรียนตกเพราะป่วย เธอได้รับคำปลอบโยนจากพระราชกระแสอันอ่อนโยน ทำให้มีกำลังใจฮึดสู้ต่อ จนสุดท้ายเรียนจบพร้อม เกียรตินิยมอันดับสอง ซึ่งเธออุทิศเกียรตินี้ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง

ปัจจุบัน หมิวทำงานอยู่ที่ ธนาคารออมสิน สาขาสตึก เป็นเสาหลักของครอบครัว เธอกล่าวด้วยความซาบซึ้งว่า

“ทุกสิ่งในชีวิตเกิดขึ้นได้เพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ดิฉันจะสำนึกในบุญคุณนี้ไปตลอดชีวิต”

ด้าน นางโสภี สร้อยเสน อายุ 53 ปี มารดาของหมิว เผยทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวสู้ชีวิตมาตลอด และมีสมเด็จพระพันปีหลวงเป็นแรงบันดาลใจ “ลูกบอกเสมอว่าอยากได้เกียรตินิยมไปถวายพระองค์ท่าน พอรู้ข่าวการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 เขาร้องไห้ทุกวัน แต่ก็ลุกขึ้นสู้ เพราะยังมีแม่หลวงเป็นกำลังใจ”

เรื่องราวของ “หมิว วราภรณ์” กลายเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนแห่งความจงรักภักดี และเป็นหลักฐานชัดเจนของ พระเมตตาอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงมอบโอกาสและแรงบันดาลใจแก่ประชาชนผู้เปราะบางให้ลุกขึ้นยืนได้ด้วยศักดิ์ศรีและความดีงาม.

ข่าวที่น่าสนใจ
นาว ทิสานาฏ เล่าชีวิตต่างแดนเกือบ 2 ปี ทำตามฝันเรียนเชฟทำขนม

ตีความกันผิด โฆษกฯนายก เบรกดราม่า! นายกฯอนุทิน แค่พูดเปรียบเทียบ ไม่ได้ยอมรับว่าไทยรุกกัมพูชา อ่านข่าวเพิ่มเติมใต้คอมเมนต์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...