โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จับตาก่อนสีพบปูติน จีนวางบทบาทอย่างไร ต่อสงครามยูเครนและเมียนมา

Amarin TV

เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 10.58 น.
จีนชวนผู้นำนานาชาติร่วมฉลองงานวันแห่งชัยชนะ รวมรัสเซีย ท่ามกลางสงครามในยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อ แม้จีนวางตัวเป็นกลางต่อสงคราม แต่สนับสนุนรัสเซียหลายด้าน

ประธานาธิบดีจีนสี จิ้งผิง เตรียมต้อนรับผู้นำจาก 26 ประเทศทั่วโลกพรุ่งนี้ (3 กันยายน 2568) ในโอกาสวันแห่งชัยชนะประจำปี 2568 ของจีน ในครั้งนี้มีผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จองอึน และประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วม แม้ว่าสงครามรัสเซียยูเครนจะยังคงดำเนินต่อไป

รวมตัวอักษะใหม่?

นักวิเคราะห์ตะวันตกหลายคนเรียกการพบกันของ 3 ผู้นำจีน-รัสเซีย-เกาหลีเหนือว่า “ฝ่ายอักษะใหม่ในยุคโลกปั่นป่วน” คำที่ใช้เรียกการรวมตัวกันของขั้วอำนาจตรงข้ามตะวันตก และคาดว่า อาจเป็นการต่อยอดสนธิสัญญาป้องกันตนเองระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือในปี 2024 รวมถึงความเป็นพันธมิตรที่คล้ายกันระหว่างจีนและเกาหลีเหนือ และอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการทหารในเอเชียแปซิฟิกได้

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการศูนย์คาร์เนกี รัสเซีย–ยูเรเชีย อเล็กซานเดอร์ กาบูเยฟ ยังวิเคราะห์ว่า บทบาทของจีนและรัสเซียในสงครามยูเครนจะเป็นประเด็นหลักที่สี จิ้นผิง และปูตินจะคุยกันพรุ่งนี้

“ตอนนี้เป็นเวลาที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับพวกเขาที่จะคุยว่า สงครามกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน และมีแนวโน้มว่าสงครามจะยุติในอนาคตอันใกล้มากน้อยเพียงใด” เขากล่าว และเสริมว่า รัสเซียต้องการรู้ว่า จีนจะส่งความช่วยเหลือให้ฝ่ายรัสเซียในสงครามครั้งนี้ได้อีกไหม และจีนจะตอบโต้อย่างไร หากสหรัฐฯ ขอให้จีนไกล่เกลี่ยกับรัสเซียให้ยุติสงคราม

จีนกับบทบาทในสงครามยูเครน

แม้ว่าจีนจะวางตัวเป็นกลางต่อสงครามรัสเซีย-ยูเครนมาตลอด แต่ความเป็นกลางถูกตั้งคำถามด้วยการเมินเฉยต่อสงครามอย่างยาวนาน และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งสองชาติมหาอำนาจยังประกาศความเป็นพันธมิตร “ไร้ข้อจำกัด”

ไม่เพียงเพิกเฉยต่อคำขอจากหลายรัฐบาลให้เกลี้ยกล่อมรัสเซียยุติสงครามและการรุกรานยูเครน จีนยังประณามองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) และสหรัฐฯ ว่า ยุยงความขัดแย้งในภูมิภาคอีกด้วย

บทบาทของจีนในสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังเป็นบททดสอบใหญ่ของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ อีกด้วย

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม สื่อสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างอิงจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ไม่ระบุชื่อว่า รัสเซียได้ขอการสนับสนุนทางทหารจากจีน และได้เตือนจีนทั้งผ่านช่องทางส่วนตัวและทางสาธารณะว่า “การให้การสนับสนุนไม่ว่า ด้านทรัพยากร ด้านเศรษฐกิจ การเงิน [หรือ] ด้านการพูด ล้วนมี “ผลลัพธ์” ตามมา” ซึ่งหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนโต้กลับว่า จีนไม่ได้เป็นตัวละครในความขัดแย้งนี้ และบางฝ่ายเผยแพร่ข้อมูลเท็จเพื่อโจมตีจีนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลายคนดูจะไม่มีความหวังมากนักต่อการชักชวนไม่ให้จีนให้ความช่วยเหลือรัสเซีย เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างจีนและรัสเซียดูจะมีความสำคัญต่อสี จิ้นผิงเป็นอย่างมาก

ด้านสื่อท้องถิ่นจีน สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยกความสัมพันธ์ระหว่างจีน-รัสเซียว่าเป็น ตัวอย่างสัมพันธ์ของชาติมหาอำนาจ ที่ประกอบไปด้วย มิตรภาพอันดีระหว่างเพื่อนบ้านที่ยั่งยืน การประสานงานเชิงกลยุทธ์อย่างรอบด้าน และความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน

สียังตอกย้ำอีกว่า จีนพร้อมที่จะยกระดับการแลกเปลี่ยนกับรัสเซียในระดับสูง สนับสนุนการพัฒนาและการฟื้นฟูระหว่างกัน และประสานจุดยืนในประเด็นที่เป็นประโยชน์กับทั้ง 2 ชาติ

ผู้ซื้อพลังงานของรัสเซีย

นอกจากนี้ จีนยังได้กลายเป็น “เส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจ” ของรัสเซียนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนเริ่มขึ้น จีนเพิ่มการซื้อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากขึ้น ประเด็นด้านพลังงานนี้เอง เชื่อกันว่าเป็นประเด็นที่ปูตินและสีจะคุยกันในวันพรุ่งนี้

บริษัทพลังงานขนาดใหญ่ Gazprom ซึ่งมีรัฐบาลรัสเซียเป็นเจ้าของขายพลังงานให้จีนผ่านท่อที่เรียกว่า Power of Siberia ความยาว 3,000 กิโลเมตร ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้สัญญา 30 ปีมูลค่า 12,946 ล้านบาทที่ 2 ชาติจัดขึ้นในปี 2019

วันนี้ (2 กันยายน 2568) ยังมีรายงานว่า รัสเซียตกลงส่งออกก๊าซธรรมชาติให้จีนเพิ่มและเซ็นบันทึกข้อตกลงสร้างท่อ Power of Siberia ท่อที่ 2 วันนี้ ท่อใหม่ที่ 2 ชาติมหาอำนาจตกลงกันจะสามารถส่งน้ำมันได้มากถึง 50,000 คิวบิกเมตรต่อปี โดยส่งก๊าซจากแหล่งก๊าซธรรมชาติของรัสเซียในเขตยูรัล ผ่านมองโกเลียไปที่จีน

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 จีนยังตกลงเพิ่มเติมอีกว่า จะซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียอีกปีละ 10,000 คิวบิกเมตรต่อปี ต่อเนื่องจนถึงราวปี 2026-2027 ผ่านทางท่อบนเกาะซาฮาลิน ทางตะวันออกของรัสเซีย

ย้อนไปเมื่อปี 2024 รัสเซียส่งออกพลังงานไปจีนมากกว่า 31,000 ล้านคิวบิกเมตร และคาดว่าจะแตะปริมาณเป้าหมายของสัญญาคือ 38,000 ล้านคิวบิกเมตรปีนี้

แม้ว่าปริมาณก๊าซธรรมชาติที่รัสเซียส่งให้จีนยังถือว่าน้อยอยู่เมื่อเทียบกับก๊าซ-ธรรมชาติที่ส่งให้ยุโรปช่วงปี 2561-2562 ซึ่งมากถึง 177,000 ล้านคิวบิกเมตร กลับกัน ในขณะนี้รัสเซียส่งออกเพียง 18% ของน้ำก๊าซธรรมชาติที่ยุโรปนำเข้า จากก่อนหน้าที่เคยนำเข้าจากรัสเซียมากถึง 45% ในปี 2565

ไม่ใช่แค่ก๊าซธรรมชาติ ยุโรปลดการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเช่นกัน จากเคยนำเข้าอยู่ที่ 30% ในช่วงปี 2565 ขณะนี้น้ำมันจากรัสเซียมีสัดส่วนเพียง 3% เท่านั้น

นักวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยนาบาร์รามองว่า บทบาทของจีนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ การคาดการณ์ล่วงหน้าของจีน ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามครั้งนี้ การปกป้องคนจีนในยูเครนที่ไร้ประสิทธิภาพ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อมิติด้านความมั่นคงในพื้นที่อื่น อย่างเช่น ไต้หวัน

จีนกับบทบาทในเมียนมา ก่อนเลือกตั้ง

นอกจากไต้หวันแล้ว ยังมีอีกหลายพื้นที่ในเอเชียที่จีนขยายอิทธิพลอย่างกว้างขวาง หนึ่งในนั้นคือเมียนมากับบทบาทการสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการ ที่งานประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ซึ่งผู้นำเผด็จการเมียนมา มิน อ่อง หล่าย เข้าร่วมด้วย ได้กล่าวขอบคุณประธานาธิบดีสี สำหรับความช่วยเหลือในการกดดันกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่อยู่ทางตอนเหนือของเมียนมา

“ผมอยากจะแสดงความขอบคุณต่อสภาพแวดล้อมอันสันติที่เกิดขึ้น อันเนื่องมาจรากความพยายามของจีนในการกดดันกลุ่มติดอาวุธบริเวณชายแดนทางตอนเหนือของเมียนมา” มิน อ่อง หล่ายกล่าวผ่านวิดีโอ

ระหว่างการพบปะเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (30 สิงหาคม) มิน อ่อง หล่าย และประธานาธิบดีสี ได้หารือถึงความร่วมมือในกระบวนการสันติภาพเมียนมา การเร่งรัดโครงการภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) และโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน–เมียนมา (CMEC) รวมถึงการสนับสนุนของจีนต่อการเลือกตั้งที่รัฐบาลทหารเมียนมาวางแผนจัดขึ้นในเดือนธันวาคม

ทั้งนี้ สี จิ้นผิง ย้ำว่า จีนคัดค้านการแทรกแซงจากต่างชาติในกิจการการเมืองของเมียนมา และสนับสนุนให้เมียนมามีสถานะที่มีเกียรติและน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศและองค์กรระดับภูมิภาค

จีนยังได้เรียกร้องความร่วมมือในการรักษาความสงบตามแนวชายแดนจีน–เมียนมา พร้อมทั้งขอรับประกันความปลอดภัยแก่แรงงาน องค์กร โครงการ และความร่วมมือต่าง ๆ ระหว่างสองประเทศ ขณะที่ มิน อ่อง หล่าย ยืนยันการยึดมั่นในนโยบายจีนเดียว และให้คำมั่นที่จะพัฒนาโครงการ BRI ร่วมกับจีน

นอกจากนี้ มิน อ่อง หล่าย ยังได้พบปะกับนักธุรกิจจีนที่สนใจลงทุนในเมียนมา โดยเชิญชวนให้ลงทุนในด้านการค้า โครงสร้างพื้นฐาน รถยนต์ไฟฟ้า การทำเหมือง พลังงาน และการผลิตก๊าซธรรมชาติ

ภายหลังการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 7 ฉบับ ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความร่วมมือด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และการจัดเก็บศุลกากร

ผู้นำมุ่งหน้าพบสีพรุ่งนี้

นอกจากนี้ มิน อ่อง หล่ายยังจะเข้าร่วมงานสวนสนามในกรุงปักกิ่ง เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี จีนมีชัยชนะเหนือญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 กันยายนนี้ด้วย

เช้าวันนี้ คิม จองอึนเดินทางเข้าประเทศจีนแล้วด้วยรถไฟขบวนพืเศษมุ่งหน้ากรุงปักกิ่ง ในขณะที่ปูตินและสีพบกันมหาศาลาประชาคม พร้อมด้วยประธานาธิบดีมองโกเลีย อุคนากีง คือเรลซึค เพื่อพูดคุยโครงการสร้างท่อส่งก๊าซ Power of Siberia ท่อที่ 2

การพบกันของประธานาธิบดีจีน, รัสเซีย, และผู้นำเกาหลีเหนือ ในวันพรุ่งนี้เป็นเครื่องแสดงอิทธิพลของจีน ที่สามารถพาผู้นำใหญ่มาพบพร้อมกันได้

สหรัฐฯ และประเทศกลุ่มสหภาพยุโรปไม่ได้เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ของจีน ส่วนประเทศที่เข้าร่วมส่วนใหญ่ หรือกว่า 19 ประเทศเป็นประเทศในทวีปเอเชีย อาเซียนที่เข้าร่วมคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา เมียนมา ลาว และเวียดนาม งานฉลองจะประกอบไปด่วยการสวนสนามของทหารหลายพันคน และการอวดยุทโธปกรณ์ยุคใหม่ของจีน

ที่มา: University of Navarra, Reuters, The Guardian

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...