‘Agri-Map’ พลิกที่นาสู่ ‘เกษตรผสมผสาน’ หนุนรายได้เกษตรกรต้นแบบพุ่ง 3 เท่า
The Bangkok Insight
อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 13.20 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 10.42 น. • The Bangkok Insightโครงการ “Agri-Map” พลิกที่นานครพนม! เกษตรกรต้นแบบรายได้พุ่ง 3 เท่า จากการปรับพื้นที่ไม่เหมาะสม สู่ "เกษตรผสมผสาน"
จากปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำและต้นทุนการผลิตสูง ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของเกษตรกรไทย แต่วันนี้มีคำตอบใหม่จากโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมตามแผนที่การเกษตรเชิงรุก Zoning by Agri-Map ที่นำข้อมูลวิชาการมาช่วยกำหนดพื้นที่การเกษตรให้เหมาะสมกับศักยภาพดินและการตลาด
พื้นที่ ตำบลปลาปาก อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม ถูกเลือกเป็นพื้นที่นำร่อง หลังพบว่ามีดินตื้น ลูกรัง ซึ่งเป็นพื้นที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวกว่า 7,000 ไร่
กรมพัฒนาที่ดิน จึงเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ 500 ไร่ จำนวน 20 ราย ปรับเปลี่ยนระบบการผลิต พร้อมจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เช่น การสร้างคันดิน ร่องน้ำ และบ่อกักเก็บน้ำ รวมถึงสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ ปูนโดโลไมท์ และปอเทือง
ซึ่งเห็นผลลัพธ์ชัดเจน!! กิจกรรมที่เกิดขึ้นจากการที่เกษตรกรเปลี่ยนจากการปลูกข้าวอย่างเดียว มาสู่ “เกษตรผสมผสาน” เช่น ปลูกผัก เลี้ยงปลา และปลูกกล้วยบนคันนา ทำให้รายได้เฉลี่ยขยับจาก 16,900 บาท/ปี เพิ่มขึ้นเป็น 23,700 บาท/ปี ภายใน 3 ปี
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ นายประสิทธิ์ แสนทวีสุข เกษตรกรต้นแบบ เคยมีรายได้เพียง 35,000 บาทต่อปี แต่หลังเข้าร่วมโครงการ รายได้พุ่งขึ้นถึง 57,000 บาทต่อปี
เพราะว่าเปลี่ยนจากการปลูกข้าวอย่างเดียว มาสู่ เกษตรผสมผสาน เช่น ปลูกผัก ปลูกกล้วย มะพร้าว มะนาว บนคันดิน ปลูกไม้ยืนต้นเศรษฐกิจ รอบแปลง การเลี้ยงปลาในร่องน้ำและบ่อกักเก็บน้ำ เลี้ยงไก่บ้าน และวัว และยังมีพื้นที่สำหรับปลูกข้าว
นางสาวนิชาภา พนาจันทร์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ผู้ดูแลโครงการ เปิดเผยว่า โครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมตามแผนที่การเกษตรเชิงรุก Zoning by Agri-Map สามารถช่วยแก้ปัญหาการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมได้จริง
“โครงการ Agri-Map ไม่ได้แค่ทำให้ดินดีขึ้น แต่ยังทำให้เกษตรกรรู้จักปรับเปลี่ยนพื้นที่การผลิตจากที่ไม่เหมาะสม ให้กลายเป็นพื้นที่ที่สร้างรายได้ ทำให้ชาวบ้านมีรายได้มั่นคง ลดต้นทุนการผลิต และสร้างแบบอย่างให้ชุมชนรอบข้าง”
แต่หากต้องการเป็นต้นแบบขยายผลสู่ชุมชน ควรมีการคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมและมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
จากความสำเร็จนี้ แสดงให้เห็นว่า Agri-Map ไม่ใช่แค่แผนที่ดิจิทัล แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนวิถีเกษตรกรไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สพด.ร้อยเอ็ด ร่วมกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่-โครงการจังหวัดเคลื่อนที่
- 'แหล่งเรียนรู้หญ้าแฝก’ เพื่อการอนุรักษ์ดิน-น้ำ ประโยชน์จาก ‘อ่างเก็บน้ำห้วยตาเปอะ’ มุกดาหาร
- เป้าหมายตัวชี้วัดความสมดุล จาก ‘ดินเสื่อม’ สู่ ‘ดินยั่งยืน’ เป้าหมาย LDN เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
ติดตามเราได้ที่