ดาวโจนส์ ฟิวเจอร์สขยับบวก! หุ้นเทคจุดพลุรับงบไตรมาส 3 แกร่ง-อเมซอนพุ่ง 13%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในช่วงการซื้อขายล่วงหน้า (Futures) คืนวันพฤหัสบดี (30 ต.ค. 2568) หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ดีกว่าคาด นำโดย Amazon และ Apple ที่สร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนว่าภาคเทคโนโลยียังแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ-แรงขายหุ้นเทคกดดัน หลัง “พาวเวล” ส่งสัญญาณอาจไม่ลดดอกเบี้ยอีก
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (30 ต.ค.) หลัง เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า “ยังไม่แน่ใจ” ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนธันวาคม ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงกังวลต่อการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดาวโจนส์ (DJIA) ปิดที่ 47,522.12 จุด ลดลง 109.88 จุด หรือ -0.23%
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,822.34 จุด ลดลง 68.25 จุด หรือ -0.99%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,581.14 จุด ลดลง 377.33 จุด หรือ -1.57%
แรงกดดันหลักมาจากหุ้น Meta และ Microsoft ที่ร่วงลงหลังประกาศแผนลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้น ขณะที่หุ้น Amazon ยังพุ่งกว่า 13% และ Apple ปรับขึ้น 3–4% จากรายได้ดีกว่าคาด
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบต่อเนื่อง - นักลงทุนประเมินนโยบายเฟด–ECB
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันพฤหัสบดี (30 ต.ค.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขณะนักลงทุนยังคงประเมินผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่
- ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ 574.83 จุด ลดลง 0.57 จุด หรือ -0.10%
- ดัชนี CAC-40 ฝรั่งเศส ปิดที่ 8,157.29 จุด ลดลง 43.59 จุด หรือ -0.53%
- ดัชนี DAX เยอรมนี ปิดที่ 24,118.89 จุด ลดลง 5.32 จุด หรือ -0.02%
- ดัชนี FTSE 100 อังกฤษ ปิดที่ 9,760.06 จุด เพิ่มขึ้น 3.92 จุด หรือ +0.04%
แรงกดดันส่วนใหญ่มาจากกลุ่มสุขภาพและเทคโนโลยีที่อ่อนตัว ขณะที่กลุ่มพลังงานเคลื่อนไหวทรงตัวหลังราคาน้ำมันขยับขึ้นเล็กน้อย
ตลาดหุ้นลอนดอนขยับขึ้นเล็กน้อย - หุ้นธนาคารและพลังงานหนุน
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (30 ต.ค.) หลังจากปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลายวัน โดยนักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทใหญ่ เช่น WPP, Standard Chartered และ Shell
- ดัชนี FTSE 100 ปิดตลาดที่ 9,760.06 จุด เพิ่มขึ้น 3.92 จุด หรือ +0.04%
หุ้น Standard Chartered ปรับตัวขึ้น 3.6% จากผลประกอบการไตรมาส 3 ดีกว่าคาด ส่วนหุ้น Shell ขยับขึ้นเล็กน้อยหลังราคาน้ำมันฟื้นตัว
ราคาน้ำมันอ่อนตัว เหตุตลาดจับตาข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-จีน
ราคาน้ำมันโลกร่วงลงในวันพฤหัสบดี หลังนักลงทุนประเมินข้อตกลงการค้าชั่วคราวระหว่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ตกลงลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนจาก 57% เหลือ 47% แลกกับการที่จีนกลับมาซื้อถั่วเหลืองและส่งออกแร่หายากต่อเนื่อง
- WTI (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 60.13 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 0.35 ดอลลาร์ (-0.6%)
- Brent (ส่งมอบเดือนมกราคม) ปิดที่ 64.52 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 0.40 ดอลลาร์ (-0.6%)
แม้น้ำมันจะอ่อนตัว แต่ตลาดยังได้รับแรงพยุงจากรายงานของ EIA ที่ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงมากถึง 6.86 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 416 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุด 24 ต.ค. ขณะที่นักลงทุนรอดูการประชุม OPEC+ วันที่ 2 พ.ย. ซึ่งอาจประกาศเพิ่มกำลังการผลิตอีก 137,000 บาร์เรล/วันในเดือนธันวาคม
ราคาทองคำพุ่งแตะเกือบ $4,000 รับแรงหนุนเฟดลดดอกเบี้ย–ข้อตกลงสหรัฐฯ-จีนยังไม่ชัดเจน
ราคาทองคำโลกดีดตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี หลัง เฟด ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่กรอบ 3.75%–4.00% ตามคาด แต่ส่งสัญญาณว่าอาจ “หยุดลด” ในเดือนธันวาคม หากข้อมูลเศรษฐกิจยังไม่พร้อม
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 3,999.19 ดอลลาร์/ออนซ์ (+1.8%)
- ราคาทองคำโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 4,011.80 ดอลลาร์/ออนซ์ (+0.3%)
นักวิเคราะห์จาก Wells Fargo ปรับคาดการณ์ราคาทองสิ้นปี 2026 ขึ้นสู่ช่วง 4,500–4,700 ดอลลาร์/ออนซ์ จากความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก รวมถึงความเปราะบางของข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน
ดอลลาร์แข็งค่าสุดในรอบ 3 เดือน หลังเฟดส่งสัญญาณคงดอกเบี้ย-เยนอ่อนหนัก
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในวันพฤหัสบดี หลังถ้อยแถลงของ ประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ที่ระบุว่า “การลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในเดือนธันวาคมยังไม่แน่นอน” ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คงอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณรอข้อมูลค่าจ้างก่อนขึ้นดอกเบี้ย
- ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ปิดที่ 99.52 จุด (+0.30%) แตะระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนสิงหาคม
- ดอลลาร์/เยน แข็งขึ้นแตะ 154.31 เยน (+1.1%)
- ยูโร/ดอลลาร์ อ่อนค่าที่ 1.1568 ดอลลาร์ (-0.3%)
- ส่วน สเตอร์ลิง/ดอลลาร์ อ่อนลง 0.3% แตะ 1.3154 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์จาก Corpay ระบุว่า “เฟดกับ BOJ ส่งสัญญาณตรงข้ามกัน ทำให้เงินเยนอ่อนแรงอย่างมากในระยะสั้น” ขณะที่ตลาดยังประเมินความเสี่ยงจากภาวะชัตดาวน์และการเจรจาการค้าสหรัฐฯ–จีนที่อาจยืดเยื้อ