โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นักวิเคราะห์มอง รอบขาลง คริปโทฯ ครั้งใหม่ อาจชนวงจรเศรษฐกิจโลกซ้ำรอยปี 2008

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ต.ค. 2568 เวลา 15.11 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2568 เวลา 08.11 น.

นักวิเคราะห์ On-chain ชื่อดัง Willy Woo ออกโรงเตือนว่าตลาดคริปโทเคอร์เรนซีรอบขาลงครั้งถัดไปอาจได้รับแรงกระแทกจาก “วัฏจักรเศรษฐกิจจริง” (business cycle downturn) ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับตลาด คริปโทฯ มาก่อน

21 ตุลาคม 2568- เว็บไซต์ cointelegraph รายงานว่าWilly Woo นักวิเคราะห์ On-chain ชื่อดัง ได้ออกมาเตือนว่า ตลาดคริปโทฯรอบขาลงครั้งต่อไป อาจถูกกำหนดด้วยวัฏจักรอีกแบบหนึ่ง ซึ่งมักเป็นสิ่งที่ผู้คนลืมไป โดยเขาอธิบายว่า ที่ผ่านมา ตลาดคริปโทฯเคลื่อนไหวตาม “สองวงจรหลัก” คือ

  • วงจรการ Halving ของบิตคอยน์ ที่เกิดทุก 4 ปี
  • วงจรการเพิ่มหรือลดของปริมาณเงิน M2 ในระบบการเงินโลก ซึ่งถูกควบคุมโดยธนาคารกลาง

“ธนาคารกลางทั่วโลกมักอัดฉีดสภาพคล่อง (ผ่านการเพิ่ม M2) เป็นรอบ ๆ ทุก 4 ปี และทั้งสองวงจรมักซ้อนทับกัน” Woo กล่าว

[caption id="attachment_203871" align="aligncenter" width="1247"]

ราคาบิตคอยน์ช่วงบ่ายของวันที่ 21 ตุลาคม 2568 เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 107,000 ดอลลาร์ โดยทำจุดต่ำสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ 107,545 ดอลลาร์ สูงสุดที่ 111,711 ดอลลาร์ ลดลงราว 3%: ภาพจาก TradingView[/caption]

Woo ชี้ว่า สิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดตลาดขาลงในรอบต่อไปอาจไม่ใช่ทั้งการ halving หรือการขยายตัวของ M2 อีกต่อไป แต่จะมาจาก “วัฏจักรธุรกิจที่ถดถอย” (business cycle downturn) ที่ตลาดคริปโทฯยังไม่เคยเผชิญมาก่อน ซึ่งครั้งสุดท้ายที่เกิดภาวะนี้คือในปี 2001 และ 2008 และทั้ง 2 ช่วงเวลาเกิดก่อนที่จะมีบิตคอยน์ขึ้นบนโลก โดย Woo ยังตั้งคำถามว่า “หากเศรษฐกิจเข้าสู่วัฏจักรถดถอยจริง บิตคอยน์จะเคลื่อนไหวแบบหุ้นเทคโนโลยี หรือจะเคลื่อนไหวแบบทองคำ?”

ทั้งนี้ business cycle downturn หมายถึงช่วงที่เศรษฐกิจหดตัว GDP ลดลง, การว่างงานเพิ่มขึ้น, การบริโภคลดลง และภาคธุรกิจชะลอตัว โดยมักเป็นสัญญาณเข้าสู่ “ภาวะเศรษฐกิจถดถอย” (recession) ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากช่วงขยายตัว

Woo เน้นว่า ตลาดคริปโทฯไม่ได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่มีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะช่องทางสภาพคล่อง (liquidity) ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดกระแสเงินทุนที่เข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง

Woo ยกตัวอย่างรอบถดถอยในอดีต เช่น ปี 2001 ที่เกิด “วิกฤติฟองสบู่ดอทคอม” ตลาดหุ้นสหรัฐ (S&P 500) ร่วงลงกว่า 50% ในสองปี จากการเก็งกำไรเกินจริงในหุ้นเทคโนโลยีและการล่มสลายของบริษัทอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก

ปี 2008 หรือ “วิกฤติการเงินโลก” จากปัญหาซับไพรม์และการล่มสลายของระบบธนาคาร สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ S&P 500 ร่วงลงถึง 56% และ GDP สหรัฐฯหดตัวรุนแรง

Woo เตือนว่า หากเศรษฐกิจรอบใหม่เข้าสู่ภาวะคล้าย 2008 หรือ 2001 จะเป็นครั้งแรกที่คริปโทฯต้องเผชิญกับ “วัฏจักรถดถอยจริง” ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญว่า บิตคอยน์จะทำตัวเหมือนสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ หรือสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นเทค

เว็บไซต์ cointelegraph อ้างอิงข้อมูลจาก National Bureau of Economic Research (NBER) โดยระบุว่า มีตัวชี้วัดหลัก 4 ตัวที่ใช้ระบุภาวะเศรษฐกิจถดถอย ได้แก่ 1. การจ้างงาน 2. รายได้ส่วนบุคคล 3. การผลิตภาคอุตสาหกรรม และ 4. ยอดค้าปลีก

แม้ในปี 2020 จะเกิดภาวะถดถอยสั้น ๆ จากการล็อกดาวน์ช่วงโควิด-19 แต่ถือเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว และปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณชัดเจนของภาวะถดถอยใหม่ แม้ความเสี่ยงยังคงอยู่ อย่างไรก็ตาม Woo เตือนว่า รอบเศรษฐกิจปัจจุบันกำลังซับซ้อนขึ้น จากการกลับมาใช้มาตรการภาษีการค้า ซึ่งได้ฉุดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในครึ่งแรกของปี 2025 และคาดว่าจะยังเป็นแรงกดดันต่อ GDP ไปจนถึงกลางปี 2026

ทั้งนี้ Willy Woo คือนักวิเคราะห์ด้านคริปโทเคอร์เรนซีและบิตคอยน์ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักในชุมชนคริปโทฯ เขาเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ on-chain หรือข้อมูลที่ไหลเวียนในบล็อกเชน โดยเฉพาะการสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของบิตคอยน์ในกระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อคาดการณ์แนวโน้มตลาด

อ้างอิง: cointelegraph.com , coinmarketcap.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...