ก่อแก้ว ซัดนอมินีบุรีรัมย์ นั่งรมต.พรึ่บ ไชยชนก โต้ทันควัน แฉคนเสนอ 40 ล้านแลกไม่จับแก๊งคอล
ก่อแก้ว ซัดนอมินีบุรรัมย์ นั่งรมต.พรึ่บ ไชยชนก โต้ทันควัน แฉคนเสนอ 40 ล้านแลกไม่จับแก๊งคอล
คนละหมัด! ก่อแก้ว ซัดรบ.นอมินีปราสาทสายฟ้า โสภณ โต้ GMO ดัดแปลงพันธุกรรม ไชยชนก เหน็บไม่แน่ใจต้องเป็น ‘ทักเซน’”หรือ “ฮุนษิณ”หรือเปล่า แฉมีคนเสนอเงิน 40 ล.แลกปราบแก๊งคอล เล็งตรวจสอบประเพณี อดีตรมว.ดีอี
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ ในวันที่สอง
จากนั้น เวลา 11.50 น. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า สิ่งที่แถลงไปนั้นดูสวยงามแต่การกระทำสอดคล้องกันหรือไม่ เราสามารถดูได้จากการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้ บางท่านไม่มีความเหมาะสม ไม่มีความสามารถ ไม่มีศักยภาพ ไม่ขาวสะอาด บางท่านเป็นนอมินีของผู้มีอำนาจตัวจริงของพรรคภูมิใจไทย ขอยกตัวอย่าง นายโสภณ ซารัมย์ เป็นรองนายกฯ ซึ่งตนลืมชื่อท่านนานแล้ว แต่เมื่อมีชื่อเอ่ยมาก็นึกได้ว่าท่านเป็นคนสนิทของ ครูใหญ่ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และคนคุ้นหูว่าเมื่อปี 2554 มีข่าวใหญ่โตเกิดเหตุปล้นบ้านปลัดกระทรวงคมนาคม โจรได้เงินสดไปกว่า 200 ล้านบาท ต่อมาโจรถูกจับได้ และสารภาพกับตำรวจว่าในบ้านนั้นมีเงินสดมากกว่า 500 ล้านบาท แต่โจรเอาไปไม่ไหว ซึ่งคำถามที่ตั้งตามมาคือถ้าบ้านปลัดกระทรวงคมนาคม มีเงินสดมากขนาดนั้นแล้วบ้านของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะมีเงินสดเยอะขนาดไหน และนายกฯ ต้องรู้ว่าใครเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก่อนที่จะเกิดเหตุนี้
ระหว่างนี้นายวันมูหะมัดนอร์ มาทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม กล่าวเตือนว่า ให้ระมัดระวังในเรื่องกล่าวถึงบุคคลภายนอก ที่ไม่อยู่ที่นี่ เช่น นายเนวิน ตนไม่อยากให้มีการประท้วง บรรยากาศกำลังดำเนินไปด้วยดี ไม่ให้กล่าวถึงบุคคลหายนอกโดยไม่จำเป็น
นายก่อแก้วอภิปรายต่อว่า พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทั้งที่เป็นเพียงอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และใกล้ชิดครูใหญ่เนวิน ทั้งที่กระทรวงนี้ควรเป็นตำแหน่งของแกนนำหลักในพรรค แต่กลับแต่งตั้งบุคคลภายนอกซึ่งไม่ต้องผูกพันสร้างผลงานให้พรรค โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแต่งตั้งเพื่อภารกิจเฉพาะ ได้รับมอบหมายบางเรื่อง ตนขอทำนายว่าในยุคท่านที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คดีฟอกเงิน ซ่องโจร ที่เกี่ยวพันคดีคดีฮั้วส.ว. จะถูกสั่งให้เดินหน้าเต็มที่และจะจบในยุคท่านด้วยการหลักฐานไม่เพียงพอ ไม่ฟ้อง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ตำรวจเมืองไทยมักใช้กันเมื่อนายสั่ง ให้เป่าคดี
นายก่อแก้ว กล่าวอีกว่า การแต่งตั้งนายไชยชนก ชิดชอบ ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ดูแลโครงสร้างโทรคมนาคมสื่อสารของประเทศ ทั้งที่ถูกตั้งคำถามเรื่องประสบการณ์และศักยภาพ ขณะที่ตำแหน่งนี้ต้องการบุคคลที่ทำงานได้ทันทีเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์สแกม ที่กลับมาระบาดอีกครั้ง
ทำให้นายสนอง เทพอังษรณรงคค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกประท้วงว่า บุคคลที่ท่านกล่าวถึงเพิ่งมีการแต่งตั้ง ยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อะไรให้เสียหาย ฉะนั้น เป็นการใส่ร้ายป้ายสีล่วงหน้า ขอให้ประธานตักเตือน อย่าคิดว่าทุกพรรคจะทำเหมือนพรรคการเมืองที่ท่านสังกัด ขอให้อยู่ในประเด็น
นายก่อแก้ว อภิปรายต่อว่า การแต่งตั้งเช่นนี้ไม่ใช่การยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก แต่เป็นระบบอุปถัมภ์เพื่อพวกพ้องที่ไร้ความชอบธรรม ไม่ยึดประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้ง และคำถามเรื่องนิติธรรม
“ถ้าจะตั้งกันแบบนี้ แนะนำให้ตั้ง กระทรวงบุรีรัมย์ ไปเลยดีกว่า ขนาดทะเบียนบ้านนายกฯ ยังอยู่บุรีรัมย์ ก็น่าจะย้ายทำเนียบไปตั้งตรงเขากระโดงให้ชัดเจนไปเลย เสี่ยเน เสี่ยหนูจะได้อยู่ด้วยกัน คู่กันไป ไม่ได้ว่าจังหวัดบุรีรัมย์ไม่ดี ตอนนี้พัฒนาไปเยอะ เพียงแต่คนบางคนไม่ควรใช้อำนาจเช่นนี้ เพราะประชาชนที่เสียภาษีไม่สบายใจ”นายก่อแก้ว กล่าว
นายก่อแก้ว กล่าวว่า นายกฯ เข้ามาบริหารแล้วย้ายอธิบดีดีเอสไอมีปัญหาแน่ ตนขอฝากไว้ก่อน ตนกับนายกฯ รู้จักกันมานาน เชื่อว่าเป็นคนดี แต่ทุกครั้งที่มาอยู่การเมือง ไม่เป็นตัวของตัวเอง ขอฝากด้วยว่าวันนี้มาจุดสูงสุดทางการเมืองแล้วเป็นเกียรติประวัติของครอบครัว แต่การประสบความสำเร็จในหน้าที่นายกฯ หรือไม่ ประชาชนจะชื่นชอบ ชื่นชมหรือไม่ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัว หากปล่อยให้ใครครอบงำ ชี้นำใช้อำนาจของนายกฯเพื่อพวกพ้องเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะเพื่อเป้าหมายกินรวบประเทศไทย เชื่อว่าสังคมประณามกล่าวขานว่าไม่ใช่นายกฯตัวจริงแต่คือ อนุวิน กินรวบประเทศไทย
จากนั้นนายโสภณ ใช้สิทธิพาดพิง ว่า วันนี้วันพระ กล่าวในสภาฯ ศีลข้อ 4 ตนระวัง แต่เรื่องที่อภิปรายทำให้ตนเสียหาย ผู้นำทางจิตวิญญาณตนเคยทำมาก่อน จึงรู้ว่าอะไรคืออะไร ปี 2554 ตนออกจากตำแหน่ง รมว.คมนาคมแล้ว และกรณีที่มีข่าวของปลัด เกิดในยุครัฐบาลของท่าน หากบอกว่าบ้านปลัดมีเงินจำนวนมาก ขอให้ไปกล่าวโทษ อย่าพูดแบบนี้ นอกจากนั้นเรื่องบุรีรัมย์ รู้แก่ใจจะพูดทำไมเพราะเข้าตัวเอง นายไชยชนก เป็นบุตรของนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งไม่ผิด และการได้ตำแหน่งก็มาตามความสามารถ คือ เป็นสส.
“พรรคท่านเอาลูกมาเป็นนายกฯ ผมไม่อยากใช้วาทะกรรมเรื่องแบบนี้ ผมเป็นส.ส.ตั้งแต่ปี 2544 ผมไม่เคยใช้วาทะกรรมในสภาฯแม้่แต่ครั้งเดียว มีครั้งนี้ที่ผมต้องใช้ จีเอ็มโอ ดัดแปลงพันธุกรรม ท่านเลิก เมื่ออยู่กับท่านท่านว่าดี เมื่อพวกผมออกมาผมเป็นคนชั่วทันที การเมืองแบบนี้ขอให้เลิกได้แล้ว เรื่องบุรีรัมย์ไม่มีเรื่องอะไรเสียหาย ก่อนหน้าที่ผมพูดเรื่องยาเสพติด มีบุรีรัมย์ที่เดียวที่ทำเป็นรูปธรรมการ ท่านกรุณายกจังหวัดของท่านให้ผมเห็นหน่อย ฉะนั้นอย่ามาใช้วาทะกรรมในสภาฯแห่งนี้ ซึ่งเป็นสภาที่สร้างสรรค์ ที่คนยุคใหม่เอาเป็นตัวอย่าง การจะแต่งตั้งคนบุรีรัมย์เป็นรัฐมตรีกี่คนไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าจะจะผิดท่านต้องดูนับจากวันนี้เขาทำอะไรผิดท่านค่อยว่า หากพวกผมทำตามคำปรามาสของพวกท่าน พวกผมเป็นผู้ร้ายทันที แต่วันไหนที่พรรคภูมิใจไทยหรือคนบุรีรัมย์ไม่ได้ทำอย่างที่ท่านสบประมาท พวกผมจะเป็นพระเอกเอง ขอให้ประชาชนตัดสิน”นายโสภณ กล่าว
ขณะที่นายไชยชนก ลุกขึ้นชี้แจงว่า ประเด็นที่ท่านพูดถึงตนขอน้อมรับ เพราะต้องเรียนตามความจริงว่าตนเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง ยังไม่มีประสบการณ์ในการบริหารอย่างเป็นทางการในด้านการเมือง แต่ไม่ว่าตนจะทำหน้าที่ในหน้าที่ไหน ตนทำอย่างสุดความสามารถและเต็มกำลังเพื่อประโยชน์สูงสุดของส่วนรวม วันที่ตนก้าวมาสู่อุตสาหกรรมฟุตบอล ตนไม่มีประสบการณ์ ก็เป็นส่วนหนึ่งและเป็นฟันเฟืองที่ทำให้ยกระดับอุตสาหกรรมฟุตบอลมาเป็นแบบที่เป็นทุกวันนี้ วันที่ตนก้าวไปสู่อุตสาหกรรมอีสปอร์ท ตนก็ไม่มีประสบการณ์ ก็พอเด็กไทยไปแซมป์โลก ในระยะเวลา 3ปี และพัฒนาอุตสาหกรรมเช่นกัน
“วันนี้ผมก้าวมาสู่วงการการเมือง ก็ไม่มีประสบการณ์ แต่ก็เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยประเทศไทยให้พ้นจากภัยความมั่นคงของประเทศ คือการเอาพวกท่านออกจาการบริหารสูงสุดของประเทศไทย ฉะนั้นถึงแม้ว่าผมจะน้อมรับว่าไม่มีประสบการณ์ในการเป้นฝ่ายบริหาร แต่ผมสัญญาว่าผมจะทำประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ ทั้งนี้ยอมรับว่าตั้งแต่เริ่มที่จะเข้ามายังไม่ทันได้แถลงนโยบายเลยมีเรื่องหลายเรื่องที่ทำให้ผมรู็สึกสงสัยฝ่ายบริหาร ท่านพูดถึงเรื่องปรามคอลเซ็นเตอร์ อย่างมีความตั้งใจ ผมยังไม่ทันเข้ารับตำแหน่ง ทราบหรือไม่ว่ามีคนติดต่อมาหาผมไม่ใช่โดยตรง แต่ผ่านเพื่อนสมาชิกที่ทราบว่ารู้จักผม เสนอที่จะมอบเงินให้ผมเดือนละ 40 ล้านบาท เพื่อไม่ให้จับเรื่องคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ ทำให้สงสัยว่าประเพณีปฏิบัติของรมว.ดีอี ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ผมปฏิเสธไปแล้ว และรวมไปถึงโครงการอื่นๆที่ผมต้องใช้เวลาในการศึกษาขึ้นเพราะรู้สึกว่าเอ๊ะ แต่ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าถึงจะยังไม่มีประสบการณ์ความรู้ในการบริหารเพราะเป็นครั้งแรกผมจะทำทุกอย่างแบบถูกต้องตามกฏหมายภายใต้รัฐธรรมนูญทุกอย่าง เพื่อความสุจริตใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติบ้านเมืองในเวลา 4 เดือนนี้อย่างแน่นอน”นายไชชนก กล่าว
นายก่อแก้ว ลุกขึ้นอภิปรายว่าต้องขอขอบคุณนายไชยชนก ที่กล้ายอมรับ กล้าเปิดใจที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติเป็นหลัก ตนขอชื่นชมละจะติดตาม ถ้าท่านตั้งใจทำงานและทำหน้าที่ได้ดีนนก็จะเชิดชูท่าน ส่วนที่บอกว่ามีคนติดต่อเงินให้ท่าน 40 ล้านบาท ช่วยกระชากหน้ากากมาให้สังคมได้รับทราบ และดำเนินการจับกุมด้วย
นายไชยชนก ชี้แจงว่า ตนจะพยายาม แต่พูดออกไปแล้วไม่แน่ใจว่าจะได้รับความร่วมมือหรือไม่ แต่ก็จะพยายาม และผมน้อมรับความคิดเห็นที่ท่านได้แสดงก่อนหน้านี้เช่นกันในเรื่องของรัฐบาล ”เนทิน” ตนก็ไม่มั่นใจเพราะเป็นน้องใหม่ในวงการการเมือง ไม่แน่ใจว่าต้องเป็นรัฐบาล ”ทักเซน” หรือ “ฮุนษิณ” หรือเปล่าถึงจะเป็นแบบที่ท่านมองว่า
ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ มาทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม ตัดบทไม่ให้พูด โดยระบุว่า อย่าไปย้อน เดี๋ยวจะเป็นการประชดประชัน ขอให้ถอนคำพูด ซึ่งนายไชยชนกก็ถอนให้ พร้อมกล่าวว่าแค่สงสัยจริงๆ แต่เดี๋ยวจะพยายามดำเนินเรื่องที่ท่านพูด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ก่อแก้ว ซัดนอมินีบุรีรัมย์ นั่งรมต.พรึ่บ ไชยชนก โต้ทันควัน แฉคนเสนอ 40 ล้านแลกไม่จับแก๊งคอล
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th