โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

LINE BK มีลูกค้าสินเชื่อ 8.5 แสนรายใน 5 ปี ใช้ข้อมูลพฤติกรรมคุมเสี่ยง หวังเพิ่มยอดอนุมัติจาก 10%

Thairath Money

อัพเดต 17 ต.ค. 2568 เวลา 04.18 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2568 เวลา 04.15 น.
ภาพไฮไลต์

“เศรษฐกิจไม่ดี ธนาคารเลยไม่อยากปล่อยกู้”

หลายคนอาจมองว่านี่คือเรื่องจริง ซึ่งเบื้องหลังของคำนี้คือ เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี รายได้คนลดลง ความสามารถในการชำระหนี้ก็ต่ำลงจนทำให้ธนาคารก็กังวลมากขึ้นว่า ถ้าปล่อยสินเชื่อให้ไปแล้วจะกลายเป็นหนี้เสียหรือเปล่า

แต่ปัญหานี้อาจลึกกว่าที่คิด เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินยากนั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไม่มีเอกสารทางการเงินที่ยืนยันว่ามีรายได้สม่ำเสมอ, พ่อค้าแม่ค้าบางคนใช้เงินสด ไม่มี Statement, รายได้ไม่แน่นอน เป็นต้น กลับมาที่ปัญหาเดิมคือฝั่งธนาคาร เมื่อไม่มีข้อมูลรอบด้านพอก็ไม่กล้าให้สินเชื่อกับคนกลุ่มนี้ เรียกว่าถ้าเดินมาสมัครสินเชื่อสัก 10 คน จะผ่านการอนุมัติน้อยมากๆ

เหล่าลูกค้าที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินเหล่านี้ จะถูกเรียกว่ากลุ่ม Underserved และกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจการเงินที่ต่างจากธนาคารแบบดั้งเดิม เช่น บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด หรือ LINE BK ที่ทำธุรกิจนี้มานานกว่า 5 ปี (เกิดจากความร่วมมือของ LINE Corporation และธนาคารกสิกรไทย)

“ธนา โพธิกำจร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE BK เล่าว่า ปัจจุบันมีลูกค้ารวม 8 ล้านคน มีลูกค้าส่วนสินเชื่อ 855,000 คน (สินเชื่อเฉลี่ยรายละ 43,000 บาท) ช่วงรายได้อยู่ที่ 15,000-30,000 บาท/เดือน ส่วนใหญ่ราว 47% เป็นกลุ่มอาชีพอิสระ ซึ่งตรงกับเป้าหมายของบริษัทฯ แต่ต้องยอมรับว่าปัจจุบันมียอดอนุมัติสินเชื่อที่ 10% ซึ่งทำให้สามารถคุมหนี้เสียไว้ที่ 3%

สาเหตุที่แม้จะมีคนสมัครมา 100 แต่มีคนผ่านการอนุมัติจนขอสินเชื่อได้ 10% ก็เพราะหลายคนมีความเสี่ยงสูง ไม่มีข้อมูลรายได้ที่ชัดเจน มีหนี้อยู่ในระดับสูงในหลายสถาบันการเงิน หรือมีพฤติกรรมการเงินที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น

แต่ LINE BK เชื่อว่าใน 90% ของคนที่กู้ไม่ผ่านยังมีคนที่เข้าเกณฑ์ขอสินเชื่อได้ ดังนั้นจะเร่งใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) มาช่วยคัดกรองให้ คนที่อาจไม่มีเอกสารทางการเงินครบถ้วน แต่ผ่านเกณฑ์สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น

ตัวอย่างของ Alternative Data เช่น ข้อมูลพฤติกรรมในการแชท, ค่าน้ำค่าไฟว่าจ่ายตรงเวลาไหม และอื่นๆ ซึ่งทีมเทคโนโลยีหลังบ้านจะมีหน้าที่ค้นหาว่า ข้อมูลแบบไหน พฤติกรรมแบบไหน ที่จะมาช่วยวิเคราะห์ว่าคนๆ หนึ่งมีวินัย มีความสามารถในการจ่ายหนี้คืนได้ โดยระบบเหล่านี้ยังต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติสินเชื่อจากปัจจุบันที่ระดับ 10% ให้สูงขึ้น

ในด้านความท้าทายของคุณภาพสินเชื่อยังคงอยู่ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ต่ำลง และเริ่มขยายสู่กลุ่มรายได้ 30,000-50,000 บาท/เดือนแล้ว ดังนั้น ธุรกิจสินเชื่อยังต้องวางแผนรับมือกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

ส่วนปีหน้าหากมีผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง Virtual Bank (ธนาคารไร้สาขา) เข้ามาเจาะกลุ่มลูกค้า Underserved เหมือนกัน แต่เชื่อว่า LINE BK สามารถแข่งขันได้จากประสบการณ์ที่ทำมาตลอด และเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ ในด้านการออมเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ ผลการดำเนินงานหลังปรับแผนและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง 5 ปี ธนาคาดว่าสิ้นปี 2568 จะเริ่มมีกำไร หลังจากที่ผ่านมาลงทุนในระบบหลังบ้าน เทคโนโลยีไปค่อนข้างมากจนทำให้มีบริการการเงินที่หลากหลายตั้งแต่เปิดบัญชีเงินฝาก โอน สแกนจ่ายด้วย QR ขอสินเชื่อ หรือซื้อประกัน ทั้งหมดทำได้ใน LINE แอปเดียว โดยตั้งเป้าหมายเป็น “Everyday Financial Partner” ให้กับลูกค้าจัดการเงินได้อย่างมั่นคง

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : LINE BK มีลูกค้าสินเชื่อ 8.5 แสนรายใน 5 ปี ใช้ข้อมูลพฤติกรรมคุมเสี่ยง หวังเพิ่มยอดอนุมัติจาก 10%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...