โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

4 กูรูการเมืองชี้ กุญแจสู่อนาคตไทย คือ สุจริต-คน-ดิจิทัล-กำจัดทุนเทา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ต.ค. 2568 เวลา 16.37 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2568 เวลา 09.37 น.

เวที Bitkub Summit 2025 เผยเสวนาผ่าทางตันประเทศ อภิสิทธิ์ ย้ำการเมืองสุจริต-เศรษฐกิจดิจิทัล คือกุญแจสำคัญ วราวุธ ชูเปลี่ยนวิธีคิด สุชัชวีร์ ฟันธง 3 ปัจจัยชี้ขาดอนาคต วิโรจน์ เตือนภัยทุนเทาและหนี้ครัวเรือนตัวดูดกำลังขับเคลื่อนชาติ

วันที่ 25 ตุลาคม 2568 -งาน Bitkub Summit 2025 ได้จัดเวทีเสวนาสำคัญในหัวข้อ Thailand Game Changer 2026 : เศรษฐกิจ สังคม และอนาคตไทย โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนมาร่วมฉายภาพและวิเคราะห์ทิศทางของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป

โดยปี 2026 คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยมีประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมากล่าวถึงอย่างเข้มข้น ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจดิจิทัล ความยั่งยืน การศึกษา และการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามรูปแบบใหม่

ถอดรหัส Game Changer

1. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี
"การเมืองสุจริตและเศรษฐกิจดิจิทัล คือกุญแจสำคัญ"

นายอภิสิทธิ์เริ่มต้นด้วยการเน้นย้ำถึงบทบาทของ"ประชาชน" ว่าเป็น Game Changer ตัวจริงที่จะต้องใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อกำหนดอนาคตประเทศอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มต้นจากการ"เปลี่ยนการเมือง" ที่ต้องปราศจากผลประโยชน์และให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นอันดับแรก เพราะหากการเมืองไม่สุจริต ปัญหาใดๆ ก็ไม่อาจแก้ไขได้อย่างยั่งยืน

อดีตนายกฯ ชี้ว่า การที่ประเทศไทยจะก้าวต่อไปได้นั้น ต้องหลุดพ้นจาก"หล่ม" ที่ติดอยู่กว่า 20 ปี โดยมี "เศรษฐกิจดิจิทัลและความยั่งยืน" เป็นหมุดหมายใหม่ในการสร้าง Engine ใหม่ให้เศรษฐกิจ แต่การทำสิ่งเหล่านี้โดยลำพังไม่ได้ ต้องกลับไปจริงจังกับการต่างประเทศ ซึ่งส่งผลดีไปไกลกว่าแค่เศรษฐกิจ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่อาจฟื้นตัว

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการใช้เทคโนโลยีของคนไทยที่ใช้เป็นอันดับต้นๆ แต่กลับไม่ได้ประโยชน์จากการใช้เหล่านั้น จึงต้องมีการจัดระบบแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ใหม่และปรับความสามารถของคน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ของผู้ประกอบการรายเล็ก โดยเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดช่องว่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ให้มากกว่านี้

อีกทั้งประเด็นด้านเทคโนโลยีถูกนำมาเชื่อมโยงกับการศึกษาที่วิกฤต โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก ที่เสนอให้นำ AI มาช่วยครูเพื่อแก้ปัญหา อีกทั้งยังตั้งคำถามว่ากฎหมายและการกำกับดูแลของเรานั้นทันต่อประสิทธิภาพของ AI หรือไม่ รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งนอกจากจะต้องสร้างบุคลากรด้าน AI แล้ว ยังต้องสร้าง "ทักษะความเป็นคน" หรือทักษะที่ AI ทำไม่ได้ เพื่อให้คนไทยมีโอกาสและมีที่ยืน ไม่ถูกทดแทนโดยเทคโนโลยี

2. นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
"เปลี่ยนวิธีคิด ปรับสมดุล และให้ประชาชนเป็นผู้นำ"

นายวราวุธเน้นย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจาก "วิธีคิดของคนทุกระดับ" หากคิดและทำแบบเดิม การเลือกตั้งกี่ครั้งก็ยังคงเหมือนเดิม ท่านเปรียบประเทศไทยเป็นรถยนต์ที่แม้เครื่องจะแรง แต่ก็ต้องลาก "คาราวานข้างหลัง" หรือกลุ่มคนทุกระดับไปพร้อมกัน

ดังนั้น การที่ประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง คือการทำให้คนทุกระดับมีศักยภาพ สามารถยืนได้ด้วยความสามารถของตนเอง และต้องเดินหน้าแบบปรับ "บาลานซ์ระหว่างเศรษฐกิจและธรรมชาติ" ไปควบคู่กัน

นายวราวุธเสนอให้เปลี่ยนบทบาท ให้ประชาชนเป็นคนนำ โดยภาครัฐต้องดึงองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านที่ประสบความสำเร็จ และสนับสนุนองค์ความรู้เหล่านั้น รวมถึงการสร้างสถาบันที่เล็กที่สุดอย่างสถาบันครอบครัวให้มั่นคง เพื่อเป็นฐานรากที่แข็งแกร่งของประเทศ

ในส่วนของการนำเทคโนโลยีมาใช้ มองว่า AI จะช่วยให้ภาคราชการทำงานกับประชาชนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และควรนำมาสอนให้คนไทยสามารถเป็นเจ้าของอาชีพของตนเองได้

ด้านประเด็นทางสังคมได้เน้นย้ำเรื่อง"สังคมผู้สูงอายุ" และ "อัตราการเกิดต่ำ" ว่าเป็นปัญหาของคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอัตราการเกิดที่ต้องสร้างระบบนิเวศน์ที่เอื้อให้คนทุกเจเนอเรชันอยู่ร่วมกันได้ และไม่ผลักภาระไปที่สตรีเพียงอย่างเดียว พร้อมเตือนว่าหากไม่เร่งแก้ "ระเบิดเวลาลูกนี้จะระเบิดออกมา" ในไม่ช้า

3. ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่
"คน, ภัยพิบัติ, ทุนผูกขาด 3 ปัจจัยชี้ขาดอนาคต"

ดร. สุชัชวีร์ชี้ให้เห็นความจริงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่หนัก โดยอ้างอิงข้อมูลจาก IMF ที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตไม่ถึง 2.6% พร้อมระบุ3 ปัจจัยชี้ขาด ที่ประเทศไทยต้องจัดการ คือ

  • คน (การศึกษา)
  • ภัยพิบัติ
  • การขจัดทุนผูกขาด/ทุนสีเทา

โดยเน้นย้ำว่าการศึกษากับเศรษฐกิจคือเรื่องเดียวกัน การแข่งขันไม่ได้ของเรามาจาก คนไม่มีทักษะรองรับเทคโนโลยีใหม่ ดังนั้น"การสร้างธงเรื่องการศึกษา" คือปัจจัยชี้ขาดที่จะยกระดับทักษะของคนไทยทุกรุ่น และเป็นหนทางในการพัฒนา Productivity ในทุกระดับอุตสาหกรรม

การนำ AI มาใช้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคนและอุตสาหกรรม โดย AI สามารถใช้ในลักษณะรายบุคคลเช่น ทำให้ครูรู้ว่าเด็กแต่ละคนเก่งและอ่อนด้านใด เพื่อปรับการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการใช้ AI ตรวจจับความผิดพลาดในงานและการตรวจจับสแกมเมอร์ แต่ก็ยอมรับว่า AI ยังต้องการการพัฒนาอีกมาก โดยเฉพาะในด้านความแม่นยำ

ส่วนปัญหาเชิงโครงสร้างสังคมคือการที่ประชากรไทยกำลังจะเป็น"พีระมิดหัวกลับ" (ผู้สูงอายุมาก คนเกิดน้อย) นโยบายต่อจากนี้จึงต้องลงทุนไปที่คนที่จะทำหน้าที่แบกรับพีระมิดทั้งหมดให้แข็งแรง ขณะเดียวกันก็ต้อง ยืดระยะเวลาผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพให้สามารถทำงานได้มากขึ้น เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของฐานพีระมิด

4. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน
"ภัยทุนเทาและหนี้ครัวเรือน คือตัวดูดกำลังขับเคลื่อนประเทศ"

นายวิโรจน์เปิดประเด็นด้วยการชี้ถึงภัยคุกคามที่ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้าอย่างหนักหน่วง คือ "ทุนเทาข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์" โดยมองว่าแม้เงินทุนสุจริตที่ไหลเข้ามาถือเป็นโอกาส แต่หากเป็นเงินสกปรกจากสแกมเมอร์ จะนำไปสู่การฟอกเงิน ตัดราคาทุบตลาด ทำให้ธุรกิจปกติไปต่อไม่ได้ และดูดกำลังซื้อของประชาชนไปกว่าแสนล้านบาทต่อปี

ดังนั้น ประเทศไทยต้องปักธงให้หนักแน่นในการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ และนำเครื่องมืออย่างสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจนมาใช้ปรับแก้อย่างเร่งด่วน

ภัยคุกคามอีกเรื่องคือ "หนี้ครัวเรือน" ที่ซ้ำเติมประชาชนที่โดนมิจฉาชีพหลอกอยู่แล้ว โดยเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหารือเพื่อปกป้องประชาชน และให้ความยุติธรรมในเรื่องอัตราดอกเบี้ย โดยสรุปว่าภัยทุนเทาและหนี้ครัวเรือนคือ "ภัยร้ายที่กำลังดูดกำลังการขับเคลื่อนของประเทศเป็นอย่างมาก"

นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า ในมิติสังคม กล่าวถึง"Medical Inflation" หรืออัตราเงินเฟ้อของค่ารักษาพยาบาลที่โตสูงถึง 14% ซึ่งจะทำให้คนไทยเหลือกำลังซื้อน้อยลง และเป็นภาระในอนาคตที่คนจะจ่ายไม่ไหว เป้าหมายหลักด้านสุขภาพคือการทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านนี้ได้อย่างเท่าเทียม

ส่วนเรื่อง AI นั้น มีความเห็นว่าคุณสมบัติของ AI ที่สามารถคิดวิเคราะห์เรื่องซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว "เหมาะกับระบบราชการของประเทศไทยเป็นอย่างมาก" หากนำ AI มาช่วยในระบบราชการ จะทำให้รวดเร็ว เที่ยงธรรม และลดทอนปัญหาคอร์รัปชันได้ เพราะ AI สามารถลดขั้นตอนการใช้ดุลพินิจบางอย่างและบางกระบวนการของระบบราชการลงได้

สุดท้าย นายวิโรจน์มองว่า เมื่ออัตราการเกิดลดลง จึงเป็นโอกาสให้นำความเป็นอัตโนมัติมาเพิ่มศักยภาพของคนหนึ่งคนให้มากขึ้นเป็นอย่างมาก เพื่อรับมือกับความท้าทายทางโครงสร้างประชากร

Thailand Game Changer 2026 คือการเปลี่ยนแปลงที่ครอบคลุมในทุกมิติ โดยมีแกนหลักคือการปรับฐานในด้านการเมืองสู่ความสุจริต "สร้างคน" ด้วยการศึกษาและทักษะแห่งอนาคต "ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ" ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและความยั่งยืน และ "กำจัดภัย" จากทุนเทาและหนี้ครัวเรือน หากทุกภาคส่วนสามารถร่วมมือกันผลักดันการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้สำเร็จ ประเทศไทยจะสามารถหลุดพ้นจากหล่มความชะงักงัน และก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่มั่นคงอย่างแท้จริง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...