โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิด 4 ข้อควรรู้! ทำไมไม่ควรใช้ Face ID ปลดล็อกโทรศัพท์ iPhone ของคุณ?

sanook.com

เผยแพร่ 18 ส.ค. 2568 เวลา 08.15 น. • Sanook
การใช้ Face ID ปลดล็อกด้วยใบหน้ากลายเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ iPhone หลายคนทำจนเป็นนิสัย แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากคนร้ายไม่จำเป็นต้องแฮ็กเครื่อง เพียงแค่บังคับให้คุณใช้ “กุญแจ” นั้นกับตัวเอง?

การใช้ Face ID ปลดล็อกด้วยใบหน้ากลายเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ iPhone หลายคนทำจนเป็นนิสัย แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากคนร้ายไม่จำเป็นต้องแฮ็กเครื่อง เพียงแค่บังคับให้คุณใช้ “กุญแจ” นั้นกับตัวเอง?

Face ID ถูกยกย่องว่าเป็นก้าวกระโดดทางเทคโนโลยี มอบประสบการณ์ที่รวดเร็วและสะดวกสบาย เพียงแค่เหลือบตามอง โทรศัพท์ก็พร้อมใช้งานทันที ทว่าภายใต้ความสะดวกนี้กลับแฝงด้วยความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่หลายคนอาจไม่ทันนึกถึง

และนี่คือเหตุผลสำคัญที่คุณควรไตร่ตรองให้รอบคอบ ก่อนจะฝากความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวไว้กับ Face ID แต่เพียงอย่างเดียว

1. ระบบรักษาความปลอดภัยด้วยชีวมิติไม่ใช่สิ่งที่แน่นอนเสมอไป

แม้ Apple จะยืนยันว่าโอกาสที่ Face ID จะถูกปลอมแปลงมีเพียง 1 ในล้าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีข้อยกเว้น ความเป็นจริงเคยมีหลายกรณีที่ “กุญแจนิรภัย” นี้ถูกเจาะทะลุได้ เช่น

  • คนในครอบครัวที่หน้าคล้ายกัน: พี่น้อง โดยเฉพาะฝาแฝดแท้ สามารถปลดล็อกโทรศัพท์ของกันและกันได้ ซึ่งสะท้อนว่าระบบยังอาจสับสนกับลักษณะทางพันธุกรรมที่ใกล้เคียงกันมาก

  • หน้ากากที่ทำอย่างประณีต: นักวิจัยด้านความปลอดภัยเคยพิสูจน์แล้วว่า หากมีเทคโนโลยีและทรัพยากรมากพอ (เช่น การพิมพ์ 3 มิติ) ก็สามารถสร้างหน้ากากที่ละเอียดพอจะหลอกเซ็นเซอร์ TrueDepth ได้ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่อาชญากรทั่วไปทำได้ง่าย แต่ก็ถือเป็นช่องโหว่สำหรับผู้ที่เสี่ยงถูกเจาะระบบโดยเจาะจง

  • เด็กเล็ก: โครงสร้างใบหน้าของเด็กเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และ Apple เองก็เคยเตือนว่า Face ID อาจทำงานได้ไม่แม่นยำในเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี

เมื่อเปรียบเทียบกับรหัสผ่านตัวอักษรและตัวเลข (alphanumeric) ที่แข็งแรงและซับซ้อน ข้อมูลชีวมิติก็ยังคงมีความเสี่ยงที่จะถูกลอกเลียนหรือปลอมแปลงได้เช่นกัน

2. ความเสี่ยงจากการถูกบังคับให้ปลดล็อก

นี่คือหนึ่งในความเสี่ยงที่ร้ายแรงและน่ากังวลที่สุดของการใช้ Face ID เพราะในบางสถานการณ์ คุณอาจถูกบังคับให้ปลดล็อกโทรศัพท์โดยไม่สมัครใจ

  • เมื่อถูกปล้นหรือถูกคุกคาม: คนร้ายเพียงแค่ยกโทรศัพท์ขึ้นตรงหน้าคุณ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบัญชีธนาคาร อีเมล หรือโซเชียลมีเดีย

  • ในประเด็นทางกฎหมาย: หลายประเทศให้อำนาจเจ้าหน้าที่บังคับให้คุณใช้ใบหน้าในการปลดล็อกโทรศัพท์ได้ (เพราะเป็น “ลักษณะทางกายภาพ”) แต่พวกเขาไม่สามารถบังคับให้คุณเปิดเผยรหัสผ่านได้ (ซึ่งเป็น “ข้อมูลที่อยู่ในความคิด”) ความแตกต่างนี้ส่งผลโดยตรงต่อสิทธิในความเป็นส่วนตัวและสิทธิในการปกป้องตนเองตามกฎหมาย

กล่าวได้ว่า เมื่อใช้รหัสผ่าน คุณยังคงเป็นผู้ควบคุมขั้นสุดท้าย แต่เมื่อใช้ Face ID สิทธิ์ในการควบคุมนั้นอาจถูกพรากไปได้อย่างง่ายดาย

Rob Eradus

3. ความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและข้อมูล

Apple ระบุว่าข้อมูลใบหน้าของคุณจะถูกเข้ารหัสและเก็บไว้อย่างปลอดภัยใน Secure Enclave ภายในเครื่อง ไม่ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท ถือเป็นกลไกการปกป้องที่ดี แต่ปัญหาไม่ได้จบแค่นั้น

  • การทำให้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเป็นเรื่องปกติ อาจกลายเป็นพื้นฐานให้เกิดการเก็บและนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในวงกว้างมากขึ้นในอนาคต

  • แอปพลิเคชันภายนอก อาจขอสิทธิ์เข้าถึงกล้อง TrueDepth เพื่อใช้กับฟีเจอร์อย่างโลกเสมือนจริง (AR) แม้จะไม่สามารถเข้าถึงแผนที่ใบหน้าต้นฉบับ แต่ก็ยังสามารถเก็บข้อมูลบางอย่างที่เกี่ยวข้องได้

  • เมื่อข้อมูลใบหน้าถูกแปลงเป็นดิจิทัลมากขึ้น ความเสี่ยงที่จะเกิดการรั่วไหลหรือถูกนำไปใช้ในระบบเฝ้าระวังขนาดใหญ่ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้นแม้จะมีการปกป้องระดับอุปกรณ์ แต่ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของการใช้เทคโนโลยีนี้ในสังคมยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

4. ความไม่สะดวกในหลายสถานการณ์จริง

นอกเหนือจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยแล้ว Face ID ยังมีข้อจำกัดที่สร้างความยุ่งยากในการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น

  • ขณะสวมหน้ากาก: แม้ iOS รุ่นใหม่จะปรับปรุงให้รองรับได้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่แม่นยำและเสถียร 100%

  • ขณะใส่แว่นกันแดด: แว่นกันแดดบางชนิดที่ปิดกั้นรังสีอินฟราเรด อาจทำให้ Face ID ทำงานไม่ได้

  • ขณะนอนหรือมุมมองจำกัด: Face ID ต้องการให้ผู้ใช้มองโทรศัพท์ในมุมค่อนข้างตรง ทำให้ไม่สะดวกหากนอนอยู่บนเตียงหรือวางโทรศัพท์บนโต๊ะ

ในสถานการณ์เหล่านี้ ผู้ใช้ยังคงต้องกลับมาใส่รหัสผ่านด้วยตนเอง ซึ่งทำให้ความ “สะดวกสบาย” ที่ Face ID โฆษณาไว้ ลดลงไปไม่น้อย

iStockphoto

ควรทำอย่างไรให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น?

Face ID เป็นเทคโนโลยีที่น่าประทับใจ แต่ควรมองว่าเป็นเพียง “เครื่องมืออำนวยความสะดวก” มากกว่าจะเป็นกำแพงป้องกันข้อมูลเพียงชั้นเดียว หากต้องการปกป้องตนเองอย่างรอบด้าน ควรทำดังนี้

  • ตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรง: ใช้รหัสผ่านแบบตัวอักษรผสมตัวเลข (ไม่ใช่เพียง 6 หลัก) ที่มีความซับซ้อนพอสมควร นี่คือแนวป้องกันที่ปลอดภัยที่สุด

  • ใช้ Face ID เป็นตัวเลือกเสริม: มองว่าเป็นวิธีปลดล็อกที่รวดเร็วในสถานการณ์ที่ปลอดภัย แต่จำไว้ว่ารหัสผ่านยังคงเป็นกุญแจหลัก

  • เรียนรู้การปิดการทำงานของ Face ID แบบฉุกเฉิน: เพียงกดปุ่มพาวเวอร์พร้อมกับปุ่มปรับเสียงใดก็ได้ค้างไว้ คุณสามารถปิดการทำงานของ Face ID ชั่วคราว และระบบจะบังคับให้ใส่รหัสผ่าน วิธีนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในเหตุการณ์ไม่ปลอดภัยหรือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

ความสะดวกไม่ได้หมายถึงความปลอดภัยเสมอไป การเข้าใจข้อจำกัดของ Face ID จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและปกป้องข้อมูลสำคัญของตนเองได้ดียิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...