เจาะลึกผลประเมิน ITA สะท้อนมาตรฐานความโปร่งใสหรือแค่ตัวเลข?
ภายหลังจากที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยสำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส จัดงานประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยผลปรากฏว่าในปีนี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ผลคะแนนมาลำดับที่ 1 จนมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างล้นหลาม
ITA คืออะไร?
การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA (Integrity and Transparency Assessment) คือกลไกสำคัญที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการทุจริตในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมให้องค์กรภาครัฐปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส มีคุณธรรม และสร้างเสริมค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีที่ให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งเข้าร่วมการประเมินนี้ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา
วัตถุประสงค์และประโยชน์ของการประเมิน ITA
วัตถุประสงค์หลักของการประเมิน ITA คือการผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานให้มีความโปร่งใสและยึดมั่นในคุณธรรมมากขึ้น ถือเป็นเครื่องมือเชิงบวกที่ช่วยยกระดับมาตรฐานระบบราชการไทยในเชิงสร้างสรรค์ แทนที่จะมุ่งเน้นการจับผิดเพียงอย่างเดียว ผลการประเมิน ITA มุ่งหวังที่จะสะท้อนถึงสุขภาวะที่แท้จริงขององค์กรในด้านคุณธรรมและความโปร่งใส ซึ่งจะนำไปสู่การลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในระยะยาว นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. ได้เน้นย้ำว่า ITA คือกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนการต่อต้านการทุจริตของประเทศ
เกณฑ์และขั้นตอนการตัดสิน ITA
การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) มีระเบียบวิธีการประเมินที่เข้มงวดตามหลักการทางสถิติและวิชาการ โดยมีการเก็บข้อมูลอย่างรอบด้านและหลากหลายมิติ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
1.แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT - Internal Integrity and Transparency Assessment): ประเมินจากความคิดเห็นของบุคลากรภายในหน่วยงานที่ปฏิบัติงานมาไม่น้อยกว่า 1 ปี ครอบคลุม 5 ตัวชี้วัดสำคัญ คือ การปฏิบัติหน้าที่, การใช้งบประมาณ, การใช้อำนาจ, การใช้ทรัพย์สินของราชการ และการแก้ไขปัญหาการทุจริต
2.แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT - External Integrity and Transparency Assessment): ประเมินจากมุมมองของประชาชนผู้รับบริการ ผู้ติดต่อหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงหน่วยรับตรวจ สื่อมวลชน และคู่สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง มี 3 ตัวชี้วัด คือ คุณภาพการดำเนินงาน, ประสิทธิภาพการสื่อสาร และการปรับปรุงระบบการทำงาน
3.แบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT - Open Data Integrity and Transparency Assessment): ตรวจสอบระดับการเปิดเผยข้อมูลที่หน่วยงานภาครัฐเผยแพร่บนเว็บไซต์หลัก ครอบคลุม 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลและการป้องกันการทุจริต
ผลการประเมิน ITA AWARDS กลุ่มองค์กรอิสระ
หากเราลองดูข้อมูลเปรียบเทียบเจาะลึกของผลการประเมินเปรียบเทียบ ITA AWARDS 2025 และ ITA AWARDS 2024 โดยเฉพาะในกลุ่มองค์กรอิสระ (ประกาศเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2568) แสดงให้เห็นถึงความพยายามของหน่วยงานต่างๆ ในการยกระดับความโปร่งใสดังนี้..
การชี้แจงจาก สตง. หลังคว้าอันดับ 1 องค์กรโปร่งใส!
หลังจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้รับรางวัลอันดับ 1 ในกลุ่มองค์กรอิสระของ ITA AWARDS 2025 ด้วยคะแนน 94.64 คะแนน ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะจากเหตุการณ์อาคาร สตง. แห่งใหม่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใสเสียเอง
สตง. ได้ออกหนังสือชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ โดยยืนยันว่า การประเมิน ITA เป็นไปตามหลักการทางสถิติและวิชาการ เพื่อสะท้อนสุขภาวะด้านคุณธรรมและความโปร่งใสขององค์กรอย่างแท้จริง สตง. ได้อธิบายถึงกระบวนการเก็บข้อมูลทั้ง 3 ส่วน (IIT, EIT, OIT) อย่างละเอียด และยอมรับว่ามีตัวชี้วัดหนึ่งที่ได้คะแนนต่ำกว่า 85 คะแนน คือ ตัวชี้วัดการปรับปรุงการทำงาน (ได้ 81.78 คะแนน) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแบบวัด EIT โดย สตง. ให้คำมั่นว่าจะนำผลส่วนนี้ไปพัฒนาและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
ด้าน ป.ป.ช. เองก็ได้ชี้แจงว่า การประเมิน ITA เป็นการวัดเรื่องธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงานโดยรวม ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะประเด็นการทุจริตเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นแนวทางที่ส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐมีการดำเนินงานป้องกันการทุจริต ควบคู่ไปกับการปราบปรามและการเสริมสร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต
ความเห็นของ "ไอซ์ รักชนก" ต่อการประเมิน ITA
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการประเมิน ITA และตั้งข้อสังเกตพร้อมคำถามที่สำคัญแบ่งได้ดังนี้
1.ความขัดแย้งระหว่างคะแนน ITA กับความเป็นจริงของการทุจริต เธอตั้งคำถามว่า แม้การประเมิน ITA จะดำเนินการมานานกว่า 10 ปี และคะแนนของหน่วยงานต่างๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาการคอร์รัปชันในภาครัฐกลับไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ซึ่งสวนทางกับผลคะแนนที่ได้รับ
2.ช่องโหว่ในกระบวนการเก็บข้อมูล
-IIT (ภายใน) รักชนกชี้ว่าการให้บุคลากรภายในประเมินหน่วยงานตัวเองอาจทำให้ผลไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะไม่มีใครอยากบอกว่าหน่วยงานตัวเองไม่ดี และอาจมีอิทธิพลจากผู้บังคับบัญชา
-EIT (ภายนอก) มีการตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ต่างก็ "ผลัดกันเกาหลัง" คือไม่มีใครอยากทำให้คะแนนของหน่วยงานอื่นต่ำลง
-OIT (เปิดเผยข้อมูล) เธอมองว่าประชาชนทั่วไปไม่รู้ว่าหน่วยงานควรเปิดเผยข้อมูลอะไรบ้าง และอาจมีเพียงญาติพี่น้องของคนในหน่วยงานที่เข้ามาช่วยประเมิน ทำให้ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้สะท้อนธรรมาภิบาลข้อมูลอย่างแท้จริง และหน่วยงานอาจปิดบังข้อมูลที่ส่งผลเสียต่อคะแนนได้
3.ITA เป็นภาระมากกว่าโอกาส รักชนกเห็นว่าหลายหน่วยงานมองว่า การประเมิน ITA เป็นภาระมากกว่าโอกาสในการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ซึ่งนำไปสู่การลอกข้อมูลจากหน่วยงานอื่น หรือการปิดบังข้อมูล ทำให้ผลการประเมินไม่สะท้อนความจริง
การที่ สตง. ได้อันดับ 1 ในกลุ่มองค์กรอิสระนั้นไม่น่าแปลกใจ เนื่องจากองค์กรอิสระที่เข้าแข่งมีจำนวนน้อยเพียง 5 หน่วยงาน และมีการจัดอันดับกันเป็นประเภท ที่สำคัญ สตง. เคยวิจารณ์โครงการ ประเมิน ITA ของ ป.ป.ช. เมื่อช่วงต้นปี 2568 ว่าเครื่องมือบางส่วนยังไม่ชัดเจน ไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานโปร่งใสจริง และยังวิจารณ์นโยบาย No Gift Policy ของ ป.ป.ช. ที่แม้จะแสดงหราหน้าเว็บไซต์ แต่กลับมีผู้บริหารถูกจับกุมฐานเรียกรับผลประโยชน์
"ไอซ์ รักชนก" ย้ำด้วยว่า "อ่านจบแล้วขำกว่าเดิมปะ ประเทศเราเสียเงินและเสียเวลาไปกับการทำอะไรแบบนี้แหละ ทุกสิ่งอย่างเป็นความตั้งใจอันดีหมด แต่พอทำแบบไทยๆ มาตรฐานแบบไทยๆ ก็เป็นอย่างที่ท่านเห็น ไม่ต้องสืบเพราะทุกหน่วยงานประเมินผ่านหมด ได้คะแนน 80-90 ขึ้นกันหมด แต่หันดูสภาพความเป็นจริงดิ คอร์รัปชันประเทศนี้ลดลงไหม? ประเมินแล้วได้อะไร?"..
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ