JMART ลุยสินเชื่อมือถือเต็มสูบ-สุกี้ตี๋น้อย เปิดไลน์ธุรกิจใหม่
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 18 ส.ค. 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2568 เวลา 07.06 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น-JMART มุ่งปล่อยสินเชื่อมือถือสร้างผลกำไรให้กับกลุ่ม โดยเจมาร์ท โมบาย เริ่มทำ Sandbox สินเชื่อมือถือสำหรับสินค้าในกลุ่ม iPhone ผ่านการทำการตลาดของ SINGER และ SGC ปล่อยสินเชื่อ ขณะที่ JMT ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เดินหน้าซื้อหนี้เข้าพอร์ตเพิ่มต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าลด ECL หนุนผลงานโต ส่วนสุกี้ตี๋น้อย เล็งเปิดตัวธุรกิจใหม่เดือนสิงหาคมนี้
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า แนวโน้มการดำเนินงานของกลุ่ม JMART ในครึ่งปีหลังนี้และจากนี้ไป จะมุ่งเน้นใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ภายใต้เจมาร์ท โมบาย (Jaymart Mobile) โดยจะเริ่มทำ Sandbox สินเชื่อมือถือสำหรับสินค้าในกลุ่ม iPhone ในไตรมาส 3/2568 เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มเจมาร์ท รวมถึงควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ได้อย่างมีมาตรฐาน เหมือนกับ KB J Capital และ SG Capital ซึ่งทาง เจมาร์ท โมบาย และ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (SINGER) จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ในการทำการตลาดและนำลูกค้ามาให้กับกลุ่ม เพื่อปล่อยสินเชื่อ
“ผมเชื่อว่าจากนี้ไปทุกธุรกิจ ถ้าหาก Scale ได้ ก็มีโอกาสชนะ ฉะนั้นธุรกิจมือถือ ทางกลุ่มเจมาร์ท เราสามารถ Scale ได้ เพราะที่ผ่านมา KB J Capital ก็ทำมาเกือบ 3 ปี และ SGC ก็ทำมากว่า 1 ปี ในส่วนของข้อมูลที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นเจมาร์ทโมบาย, บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) (JMT), KBJ และ SGC เราก็มีข้อมูลมากเพียงพอในการประกอบพิจารณาควบคุม NPL ของธุรกิจ โดยเชื่อว่าธุรกิจมือถือจากนี้ไปจะสามารถทำกำไรอย่างแข็งแรง และจะเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่สร้างกำไรให้กับกลุ่ม” นายอดิศักดิ์ กล่าว
สำหรับตัวขับเคลื่อนถัดไป คือ ธุรกิจของ JMT ซึ่งยังมีความแข็งแกร่ง สะท้อนจากมีมูลหนี้มากกว่า 5 แสนล้านบาท และทำกำไรได้หลัก 1 พันล้านบาท โดยเชื่อว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2568 จะเป็นไตรมาสที่ต่ำที่สุดแล้ว คาดว่าในไตรมาส 3 และ 4 ก็จะฟื้นตัวขึ้นตามลำดับ
พร้อมกันนี้ สุกี้ตี๋น้อย เชื่อว่ายังเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจอาหาร ในรูปแบบการขยายสาขา ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 87 สาขา ทำให้ยังมีโอกาสในการขยายธุรกิจได้อีกมาก รวมไปถึงธุรกิจใหม่ ที่อยู่ในแผนของการลงทุนเพิ่มเติม คาดว่าจะเปิดตัวได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนร้าน TEENOI BBQ ก็มีแผนขยายสาขาต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีอยู่ 4 สาขา
ทั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับหุ้นกู้ โดยบริษัทมีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในเดือนตุลาคมนี้ จำนวนรวม 2,387 ล้านบาท ซึ่งได้เตรียมเงินรองรับใช้คืนหนี้หุ้นกู้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว รวมถึงหุ้นกู้ เดือนพฤษภาคม 2569 อีกจำนวน 2,176 ล้านบาท ก็มีเงินรองรับเอาไว้แล้วเช่นกัน โดยแหล่งเงินที่จะนำไปใช้คืน จะมาจากกระแสเงินสดในมือ และเงินจากการลงทุน เป็นต้น
นอกจากนี้ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนในเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างทำในเรื่องของ Thailand’s Digital First Coffee เพื่อสร้างประสบการณ์ของลูกค้าในร้านกาแฟ RAWMAT Coffee สาขาแรกที่ One Bangkok ผ่าน RAWMAT APP หรือการสั่งเครื่องดื่มผ่านแอปพลิเคชัน โดยไม่ต้องรอคิว, การจ่ายเงินผ่านแอปฯ ซึ่งร้านกาแฟจะไม่มีพนักงานมารับออดอร์ โดยจะคล้ายกับ โมเดล "Grab and Go" และในปี 2568 บริษัทมีแผนขยายสาขาดังกล่าวอีก 5 สาขา
*Jaymart Mobile
นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายยอดขาย 6,409 ล้านบาท และกำไรที่ 125 ล้านบาท โดยจะมุ่งเน้นใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่ Affordable Campaign กระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้าให้มากขึ้น, Financial Destination นำสินค้าแบรนด์ใหม่เข้ามาให้บริการสินเชื่อเพิ่มเติม เช่น iPhone และ Nothing (น็อตติง), Channel Expansion จับมือจับพาสเนอร์หลัก อย่าง Central plaza, Lotus’s, Big C, Robinson ในการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และ Mobile Care Protection
* SINGER
นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER กล่าวว่า บริษัทฯ ยังมองการเติบโตของยอดขายในครึ่งปีหลังนี้ที่ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลักๆ มาจากธุรกิจมือถือที่คาดเติบโตขึ้น ส่วนของ Admin Expense Reduction คาดลดลงราว 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยังมองการขยายร้านค้าปลีกอีก 19 สาขา จากเดิม 11 สาขา รวมเป็น 30 ร้านค้าปลีกในปีนี้ และเพิ่มจุดขายมือถือ ไปอีก 600 Mobile Dealers รวมถึง SG Finance+ Online ที่เข้ามาช่วยยอดขายของเทเลเซลล์
*SGC
นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC กล่าวว่า ครึ่งปีหลังนี้ บริษัทฯ ยังคงเน้นการปล่อยสินเชื่อมือถือที่ล็อกได้ ภายใต้ SGFinance+ โดยคงเป้าหมายสินเชื่อปล่อยใหม่ทั้งปีไว้ที่ 8,000 ล้านบาท ซึ่ง 6 เดือนแรกปล่อยไปแล้ว 47% หรือคิดเป็นราว 3,728 ล้านบาท มองว่าระบบ SGFinance+ จะสามารถช่วยให้ลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินได้ โดยบริษัทมีระบบการยืนยันตัวตนที่มีมาตรฐาน ไม่ก่อให้เกิดหนี้เสีย และจำกัดให้มีการซื้อโทรศัพท์มือถือแบบผ่อนหนึ่งคนต่อหนึ่งสัญญาเท่านั้น รวมถึงมีระบบที่ดูแลลูกค้าที่มีอยู่กว่า 8 แสนคน ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด
สำหรับในครึ่งปีหลังนี้บริษัท จะมีแบรนด์น้องใหม่ข้ามาเพิ่ม นั่นคือ Nothing Phone ส่วน iPhone ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาโอกาสและความเสี่ยง รวมถึงการขยายการเปิดหน้าร้านเพิ่มเป็น 7,000 ร้านค้า จาก 6,000 ร้านค้า หลักๆ จะไปตามดีลเลอร์ของแบรนด์ต่างๆ ทั่วประเทศ ตลอดจนช่องทางของร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่มีแผนเปิดราว 3,000 สาขา ในปีนี้
อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังคงควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย และการใช้ AI ในฟังก์ชั่นที่หลากหลาย ทั้งการติดตามลูกค้า Lock Phone รวมถึงการทรานฟอร์มต่อเนื่อง ในการผลักดัน Core Lending ใหม่ เพื่อซัพพอร์ตการขยายตัวของหน้าบ้าน รองรับโปรดักส์ใหม่ๆ
บริษัทฯ เตรียมออกหุ้นกู้ชุดใหม่ในเดือนตุลาคมนี้ ในวงเงิน 500-1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจปล่อยสินเชื่อมือถือแบบล็อกได้
*JMT
นายปิยะ พงษ์อัชฌา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT กล่าวว่า ธุรกิจ JMT ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และในช่วงที่เหลือของปีนี้ก็ไม่ได้มีความกังวลใดๆ โดยปีนี้ยังเดินหน้าบริษัทซื้อหนี้เข้ามาบริหารที่ 2,000 ล้านบาท สนับสนุนให้ครึ่งปีแรกมีพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะมีพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพอยู่ที่ 40,000-50,000 ล้านบาท หนุนรายได้ให้กับบริษัท
ด้านยอดกระแสเงินสดจากการจัดเก็บหนี้ (Cash Collection) ครึ่งปีแรกโต 2% เทียบกับ YoY แต่หากเทียบกับ QoQ จะติดลบ 2% ซึ่งไม่ได้มีนัยที่แตกต่างกันมาก ขณะที่การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้นจริง เป็นตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ในครึ่งปีหลังนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าลด ECL ลงราว 20% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 หรือในไตรมาส 3/2568 จะพยายามลด ECL ลง 50 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจากการลด ECL หรือค่าจ่ายดังกล่าว จะหนุนให้ JMT มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 15-20% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568
บริษัทฯ มีแผนใช้คืนหนี้หุ้นกู้ ในเดือนตุลาคมนี้ วงเงิน 3,375 ล้านบาท และในเดือนมิถุนายน 2569 ในวงเงิน 1,147 ล้านบาท โดยได้เตรียมเงินรองรับไว้ทั้งหมดแล้ว
รายงานโดย : พชรธร ภูมิคำ รองบรรณาธิการข่าว Hoonvision