ปปง.ยึดทรัพย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์เพิ่ม 11 รายการ มูลค่ากว่า 350 ล้าน โยงพัวพัน ‘ลี ยงพัด’
ปปง.ยึดทรัพย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์เพิ่ม 11 รายการ มูลค่ากว่า 350 ล้าน โยงพัวพัน ‘ลี ยงพัด’
วันที่ 31 ต.ค. 2568 นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และในฐานะโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ระบุว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เสนอคณะรัฐมนตรีกำหนดให้เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ และได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีขึ้น โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการด้านการปราบปราม และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานอนุกรรมการด้านการป้องกัน
นายวิทยา ระบุอีกว่า สืบเนื่องจากการสืบสวนขยายผลและบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับขบวนการสแกมเมอร์ที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งผู้กระทำความผิดมีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน (แก๊ง Call Center) นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ในฐานะกรรมการ และอนุกรรมการในคณะกรรมการดังกล่าว ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 สั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) ในรายคดีกลุ่มบุคคลที่ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน รายนายทวีศักดิ์ กับพวก ประเภทห้องชุด ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวน 11 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 350 ล้านบาท (คำสั่ง ย.270/2568)
ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการสืบสวนขยายผลตามนโยบายของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี โดยพบข้อมูลการหลอกลวงผู้เสียหายมีความเชื่อมโยงกันหลายคดี มีข้อมูลเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับบุคคลสัญชาติจีนที่ถือหนังสือเดินทางกัมพูชา และพบเงินในบัญชีเงินฝากจำนวนมาก รวมถึงมีธุรกรรมทางการเงินเชื่อมโยงกับนายพัด สุภาภา หรือ ลี ยงพัด กับพวก และครอบครัว ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการไทยได้ถอนสัญชาติไปแล้ว
ทั้งนี้ รายคดีดังกล่าว ได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินมาแล้ว จำนวน 4 ครั้ง รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ดำเนินการแล้วประมาณ 300 ล้านบาท ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ซึ่งศาลแพ่งได้มีคำสั่งให้นำทรัพย์สินทั้งหมดไปคืน หรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหาย จำนวน 559 ราย ปัจจุบันสำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างดำเนินการคืนทรัพย์สินให้กับผู้เสียหาย ในการนี้ สำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อกล่าวโทษนายทวีศักดิ์ กับพวก ในความผิดอาญาฐานฟอกเงิน พร้อมทั้งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย เพื่อนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามที่ได้มีคำสั่งยึดและอายัดข้างต้น ไปคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหายต่อไป