โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบหนุ่มเกาหลีใช้เครื่องจำลองสถานี FBS ตระเวนขับรถส่ง SMS หลอกลวงทั่วกรุง

เดลินิวส์

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 15.36 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 08.28 น. • เดลินิวส์
ตร.ไซเบอร์ รวบหนุ่มเกาหลีใช้เครื่องจำลองสถานีฐาน (FBS) ตระเวนขับรถส่ง SMS ปลอมหลอกลวงประชาชนทั่วกรุงเทพฯ สารภาพทำตามคำสั่งชาวจีน พร้อมเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อความที่ขอข้อมูลส่วนตัว

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พล.ต.ต.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ ผบก.อก.บช.สอท. พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รอง ผบก.สอท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลจับกุมชาวเกาหลีใต้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ก่อเหตุขับรถตระเวนส่ง SMS ปลอม ด้วยเครื่องจำลองสถานีฐาน False Base Station (FBS) กลางกรุงเทพฯ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ และทีมวิศวกรจากบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (AIS) ได้ร่วมกันสืบสวนหาเบาะแสคนร้ายที่ตระเวนส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม กระทั่งพบว่ามีรถยนต์ต้องสงสัยขับผ่านแยกเอกมัย เข้าถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มุ่งหน้าถนนอโศก-ดินแดง แยกประชาสงเคราะห์ และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งตรวจพบสัญญาณคลื่นความถี่ที่ผิดปกติเคลื่อนที่ไปพร้อมรถยนต์คันดังกล่าว จึงสะกดรอยตามก่อนแสดงตัวเข้าสกัดจับที่บริเวณริมถนนอโศก-ดินแดง

พ.ต.อ.ปรีดา เปิดเผยว่า จากการตรวจค้นพบผู้ขับขี่ คือ Mr.Dohyong Kim อายุ 35 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ภายในรถมีอุปกรณ์เป็นเครื่องจำลองสถานีฐาน (FBS) กำลังทำงานอยู่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เครื่องวิทยุโทรคมนาคมที่ดัดแปลงการส่งสัญญาณในคลื่นความถี่ต่างๆ เพื่อส่งเข้าโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในรัศมีและมีการเชื่อมต่อกับเครื่องจ่ายไฟเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์กระจายสัญญาณ 1 กล่อง และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของ Mr.Dohyong Kim พบข้อความการสนทนาระหว่างผู้ต้องหากับผู้ว่าจ้างชาวจีนผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ซึ่งเบื้องต้นเจ้าตัวยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างให้ตระเวนขับรถส่ง SMS ในพื้นที่กรุงเทพฯ บริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่านตามเส้นทางที่กำหนดให้ และต้องรายงานผู้ว่างจ้างทุก 30 นาที โดยตนเคยทำมาแล้ว 3 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 17-19 ส.ค. 68 ได้ค่าจ้างวันละ 100,000 วอน หรือ 2,339 บาท แต่ครั้งแรกที่ทำได้รับเงินเป็นรายสัปดาห์ 550 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 17,869 บาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะมีการสืบสวนว่าผู้ว่าจ้างชาวจีนรายดังกล่าว เป็นรายเดียวกันกับกรณีที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้หรือไม่ และขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สำหรับการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว ถือว่ามีการกระทำที่เป็นขบวนการ ซึ่งจะมีความผิดฐานอั้งยี่ซ่องโจร และยังอาจเข้าข่ายความผิดอีกหลายข้อหา โดยหากตรวจสอบพบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง หากพบว่ามีการร่วมกันกับคนร้ายที่อยู่ในต่างประเทศก็จะมีความผิดฐาน มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งนี้ เครื่อง FBS ไม่มีจำหน่ายในไทย ดังนั้น หากผู้ใดนำเข้า หรือครอบครองก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ด้วย โดยภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ ตำรวจไซเบอร์สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ตระเวนส่ง SMS ปลอมได้แล้ว 3 ราย สาเหตุหนึ่งเกิดจากช่วงนี้คนไทยข้ามไปกัมพูชาลำบากมากขึ้น แก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงหาคนไทยไปทำงานในขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และพาบัญชีม้าข้ามไปสแกนหน้าได้ยาก ทำให้ต้องกลับมาใช้วิธีจ้างคนตระเวนส่งลิงก์ดูดเงินเหมือนเดิม จึงอยากฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง พร้อมย้ำว่าธนาคารหรือศูนย์การค้าจะไม่มีการส่งลิงก์ใดๆ เพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคล หากพบข้อความต้องสงสัยสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนศูนย์ AOC 1441 หรือสายด่วน 191

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับเครื่อง FBS จะสามารถเปลี่ยนชื่อผู้ส่ง (Sender Name) ให้เหมือนข้อความจริงได้ โดยจะมีการตัดสัญญาณเครือข่ายมือถือจริงของเหยื่อก่อนส่งข้อความปลอมให้ โดยจะสังเกตได้จากสัญญาณโทรศัพท์ที่จะลดคุณภาพลงอย่างรวดเร็วจาก 5G ลงมาเหลือ 3G หรือต่ำกว่าภายในระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้น เมื่อได้รับข้อความต้องสังเกตว่าเป็นข้อความจากเครือข่ายผู้ให้บริการมือถืออื่นที่ไม่ได้ใช้บริการ (เช่น ใช้ AIS แต่มี DTAC ส่งมา) หรือมีการแนบลิงก์มาด้วยหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...