โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ลานีญา’ กลับมาแล้ว เตรียมเจอฝนตกหนัก แต่ไม่ช่วยให้อากาศเย็นลง ร้อนอยู่ดี

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ย 2568 เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2568 เวลา 08.51 น.

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) แห่งสหประชาชาติคาดการณ์ว่า “ปรากฏการณ์ลานีญา” ที่ทำให้อากาศเย็นลงอาจกลับมาอีกครั้งระหว่างเดือนก.ย.- พ.ย. แต่ถึงแม้ "ลานีญา" จะกลับมา อุณหภูมิโลกจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ดี

โลกของเราเข้าสู่ช่วง “ปรากฏการณ์ลานีญา” ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี 2025 แต่ผ่านมาไม่กี่เดือน สำนักงานบริหารบรรยากาศ และมหาสมุทรแห่งชาติสหรัฐ (NOAA) ก็ประกาศว่า “ลานีญา” หายไปแล้วอย่างรวดเร็วภายในเวลา 3 เดือน ทำให้ตอนนี้เข้าสู่ “สภาวะความเป็นกลาง” (ENSO-Neutral) และจะเป็นเช่นนี้ไปอีกหลายเดือน

ล่าสุด เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนก.ย.- พ.ย.2025 มีโอกาสประมาณ 55% ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางจะเย็นลง ถึงระดับลานีญา แต่พอไปถึงช่วงระหว่างเดือนต.ค.- ธ.ค. โอกาสที่จะเกิดปรากฏการณ์ลานีญาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นประมาณ 60%

แต่ WMO ยืนยัน ว่ามีโอกาสน้อยมากที่เอลนีโญจะเกิดขึ้นลากยาวตั้งแต่ช่วง ก.ย. ไปจนถึงสิ้นปี

“การพยากรณ์ตามฤดูกาลสำหรับเอลนีโญและลานีญา รวมถึงผลกระทบที่เกี่ยวข้องต่อสภาพอากาศของเรา เป็นเครื่องมือวิเคราะห์สภาพภูมิอากาศที่สำคัญ การพยากรณ์เหล่านี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจได้หลายล้านดอลลาร์ สำหรับภาคส่วนสำคัญ ๆ เช่น เกษตรกรรม พลังงาน สุขภาพ และการขนส่ง และช่วยชีวิตผู้คนหลายพันคนเมื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการเตรียมความพร้อม และการดำเนินการรับมือ” เซเลสเต เซาโล เลขาธิการ WMO กล่าว

ลานีญา” เป็นปรากฏการณ์ทางภูมิอากาศที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้อุณหภูมิพื้นผิวในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลาง และตะวันออกบริเวณเส้นศูนย์สูตรเย็นลง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของลม ความกดอากาศ และปริมาณน้ำฝน

ในหลายพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเขตร้อน ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่รอบเส้นศูนย์สูตร ลานีญาก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศหลายรูปแบบ ทั้งภาวะแห้งแล้ง ขณะที่อีกฝั่งเกิดฝนตกหนัก โดยการประเมินของ WMO คาดว่าปริมาณน้ำฝนจะใกล้เคียงกับที่มักพบในช่วงปรากฏการณ์ลานีญาระดับปานกลาง

ช่วงปี 2020-2023 เกิดปรากฏการณ์ยาวนานกว่าปรกติ และเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 21 ที่เกิดปรากฏการณ์ลานีญาที่กินเวลาติดต่อกัน 3 ครั้ง (และเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ปี 1950) ส่งผลให้ภัยแล้ง และน้ำท่วมรุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ต่อให้ลานีญาจะทำให้อากาศเย็นลง แต่ก็ไม่ได้ช่วยบรรเทาความร้อนในช่วงปีที่ผ่านมา ได้อุณหภูมิยังคงอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หรือเกือบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าเอลนีโญจะจางหายไปตั้งแต่ปี 2024 แล้วก็ตาม

10 ปีที่ผ่านมาถือเป็น 10 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา โดยปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุด โดยมีอุณหภูมิผิวดิน และผิวน้ำทะเลที่สูงเป็นพิเศษ และความร้อนจากมหาสมุทร WMO ระบุว่าอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยทั่วโลกสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี ค.ศ. 1850-1900 ถึง 1.55 องศาเซลเซียส

WMO ย้ำว่าปรากฏการณ์ทางสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ลานีญา และเอลนีโญ เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ซึ่งทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำฝน และอุณหภูมิตามฤดูกาล

รายงานล่าสุดของ WMO ระบุว่า คาดว่าอุณหภูมิระหว่างเดือนก.ย.- พ.ย. จะสูงกว่าปรกติในพื้นที่ส่วนใหญ่ทั้งในซีกโลกเหนือ และซีกโลกใต้

สำหรับปรากฏการณ์ทางสภาพภูมิอากาศที่สำคัญอื่นๆ ที่มีอิทธิพลต่ออุณหภูมิโลก ได้แก่ ความผันผวนแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic oscillation: NAO) ความผันผวนอาร์กติก (Arctic oscillation: AO) และปรากฏการณ์ไดโพลของมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Dipole: IOD) ล้วนส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิพื้นผิว และปริมาณน้ำฝน

ที่มา: CNA, Reuters, The Guardain, UN

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...