โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"เผ่าภูมิ" ให้ความเชื่อมั่นเวที Thailand Focus ชี้ ศก.ไทยครึ่งปีแรกโตแกร่งหนุนทั้งปีทะลุ 2.2% จ่อกระตุ้นเพิ่ม

Manager Online

เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 06.13 น. • MGR Online

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กล่าวในงาน Thailand Focus 2025 : Beyond the Challenges หัวข้อ "Policy & Markets: Building Confidence in Thailands Investment Climate" โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 68 อาจจะโตมากกว่า 2.2% จากแรงส่งครึ่งปีแรกที่เติบโตดี ซึ่งกระทรวงการคลังได้ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีเป็นเติบโตที่ 2.2% ในปีนี้ และอาจจะโตมากกว่านี้ได้

ขณะที่เศรษฐกิจโลกปีนี้เติบโตในระดับปานกลาง ท่ามกลางผลกระทบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาโลกร้อน การเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกระแสพลังงานงานสะอาด

ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและทรัพยากรกลายเป็นตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ เรากำลังเตรียมความพร้อมผ่านการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การบริหารจัดการน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น เพื่อให้การเติบโตสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 68 มีความแข็งแกร่งขึ้น โดยได้แรงหนุนจากห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการเข้าถึงตลาดที่หลากหลาย และประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ที่ดีขึ้นผ่านประตูการค้าและระเบียงเศรษฐกิจที่สำคัญ

ขณะที่การท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มตลาดระดับพรีเมียม เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์ กีฬา และ MICE กำลังขยายตัว และสนับสนุนการจ้างงานในภาคบริการทั่วทุกภูมิภาค

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปรับตัวไปกับกระแสโลก เศรษฐกิจในประเทศมีความเข้มแข็งและสามารถเผชิญกับความท้าทายได้ โดยเศรษฐกิจในครี่งปีแรกเติบโตได้ดี 3% ความท้าทายคือ การรักษาโมเมนตัมของการเติบโตในช่วงครึ่งแรกให้ยั่งยืน

"ตัวเลขการส่งออกดีมาโดยตลอด แน่นอนจะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังนิดหน่อย แต่ GDP ครึ่งปีแรกเราดีมาก เฉลี่ยที่ 3% ครึ่งปีหลังต่ำกว่า 3% แน่นอน แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ GDP ปี 68 จะมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปัจจุบันที่ 2.2%

การปรับประมาณการ GDP เพิ่มขึ้นนั้นมาจากแรงส่งที่แข็งแกร่งเกินจากในช่วงครึ่งปีแรก โดยเฉพาะภาคการส่งออก ในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ รวมทั้งการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวจากภาวะปกติ โดยมีค่าใช้จ่ายต่อหัวที่สูงขึ้น ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวระดับพรีเมียม เช่น สุขภาพ การแพทย์ กีฬา และ MICE กำลังขยายตัวและหนุนให้เกิดการจ้างงานในภาคบริการทั่วทั้งภูมิภาค"นายเผ่าภูมิ กล่าว

ด้านการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ไทยถูกเก็บภาษีนำเข้า 19% ซึ่งถือเป็นดีลที่ดีกว่าหากเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคก สินค้าไทยจำนวนมากมีโอกาสที่จะถูกเก็บภาษีในอัตราต่ำมากกว่า เพราะมีสัดส่วนการผลิตในประเทศมากกว่าหลายประเทศคู่แข่ง นายเผ่าภูมิอ้างถึง ระบบภาษีตอบโต้ของสหรัฐที่จะเก็บภาษีสินค้าที่ถูกสวมสิทธิสูงกว่าภาษีสำหรับสินค้าที่ผลิตในประเทศคู่ค้า

ประกอบกับตัวเลขขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอที่สูงเป็นประวัติการณ์ในครี่งปีแรก การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าส่งเสริมผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อดึงดูดเม็กเงินลงทุนใหม่ ๆ รวมถึงการผลักดัน พ.ร.บ. ศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) ซึ่งกำลังเข้าสู่การประชุมของสภาฯ วาระ 1 ในอีกประมาณ 1-2 สัปดาห์ต่อจากนี้

นอกจากนี้รัฐบาลยังทำนโยบายปฏิรูปภาคตลาดทุนและตลาดการเงิน โดยการปฏิรูปตลาดทุนมีการพัฒนาใน 4 เสาหลัก ได้แก่ อุปสงค์ (Demand) อุปทาน (Supply) กฎเกณฑ์และการกำกับ และเทคโนโลยี ด้านการสร้างอุปสงค์ เราส่งเสริมการลงทุนระยะยาวผ่านกองทุนรวม โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อจูงใจ เช่น RMF และกองทุน Thai ESG โดยเฉพาะล่าสุด ThaiESGX เป็นกองทุนลดหย่อนภาษีเพื่อความยั่งยืนรูปแบบพิเศษที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินใหม่ไหลเข้าตลาดทุนไทย

ด้านอุปทาน ได้มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ รวมทั้ง LiveX ที่เป็นช่องทางในการระดมทุนให้ SME และ Start Up ขณะที่ด้านกฎเกณฑ์ อยู่ระหว่างการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เพื่อส่งเสริมการใช้กระบวนการดิจิทัลในการออกและทำธุรกรรมหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับด้านเทคโนโลยี ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ร่วมมือกับ NASDAQ เพื่อยกระดับระบบซื้อขายและการกำกับดูแลให้เป็นมาตรฐานสากล พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการซื้อขายที่ผิดปกติ

สำหรับแผนการในอนาคตด้านเทคโนโลยี ล่าสุดได้เปิดตัว Tourist DigiPay ระบบชำระเงินใหม่ที่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลมาเป็นเงินบาทเพื่อใช้จ่ายในไทยได้และเข้าถึงธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงการออก G-Token นำเสนอโทเคนเพื่อการลงทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เพื่อขยายโอกาสการลงทุนในโครงการต่างๆของภาคเอกชน และลดต้นทุน

นายเผ่าภูมิให้สัมภาษณ์หลังว่า หากสถานการณ์จำเป็น รัฐบาลก็อาจจะมีมาตรการการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกหลังจากที่ออกแพคเก็จการคลังมูลค่า 1.5 แสนล้านบาทไปแล้ว ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีช่องที่จะลดดอกเบี้ยได้อีก ซึ่งขึ้นอยู่กับคณะกรรมการนโยบายการเงินจะพิจารณา

ในประเด็นด้านหนี้สาธารณะ นายเผ่าภูมิยืนยันว่าไม่มีความกังวล โดยชี้ว่าตัวเลขหนี้สาธารณะต่อ GDP ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 64% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบหลายเดือน สะท้อนให้เห็นว่าหนี้เติบโตช้ากว่า GDP ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ส่วนด้านนโยบายการเงินก็ยังคงมีพื้นที่เพียงพอที่จะสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้อีกหากมีความจำเป็น

ขณะที่ประเด็นการเมืองในประเทศ นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า รัฐบาลมีความเชื่อมั่นว่าจะอยู่ครบวาระ และดำเนินนโยบายต่าง ๆ ให้สำเร็จได้ ไม่มีประเด็นอะไรที่จะกระทบเรื่องของความเชื่อมั่น ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระทรวงต่าง ๆ ก็เดินหน้าผลักดันนโยบายต่าง ๆ ต่อเนื่อง

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...