โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

DRT ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 รายได้รวม 1,223.81 ล้านบาท ชี้พื้นฐานแกร่งแม้เศรษฐกิจชะลอตัว

Wealthy Thai

อัพเดต 17 ส.ค. 2568 เวลา 22.15 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 05.17 น.

“บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร หรือ DRT” เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 ทำรายได้รวม 1,223.81ล้านบาท และกำไรสุทธิ 96.56 ล้านบาท ชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจนและราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น วางกลยุทธ์ครึ่งปีหลังรุกเพิ่มยอดขายจากการส่งออกในอาเซียนที่เป็นตลาดหลัก เตรียมเสนอบอร์ดพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ตอกย้ำจุดเด่นผลตอบแทนจากเงินปันผล
นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์และบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์ บอร์ดตกแต่งผนัง อิฐมวลเบา บริการติดตั้ง
โครงหลังคาสำเร็จรูปและกระเบื้องหลังคา พื้น บันได และผนังพร้อมบริการติดตั้ง 'SPC Solutions' แบบครบวงจร ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 (เมษายน-มิถุนายน) บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นขยายตลาดส่งออกและทำการตลาดเชิงรุกภายในประเทศ เพื่อขยายตลาดใหม่และขยายฐานลูกค้าสู่จังหวัดเมืองรอง อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างยังคงชะลอตัว อัตราหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ตลอดจนราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น จึงทำให้บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,223.81 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 96.56 ล้านบาท ชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนภาพรวมผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2568 (มกราคม -มิถุนายน) บริษัทฯ ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ที่เป็นนวัตกรรมพร้อมบริการในรูปแบบโซลูชัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารและที่อยู่อาศัย ส่งผลให้สามารถรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยอยู่ที่ 80% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,585.20 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 202.68 ล้านบาท ชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากกำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัวและต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างและตกแต่งภายในประเทศครึ่งปีหลัง มีความท้าทายจากปัจจัยต่างๆ เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคที่คาดว่ายังคงชะลอตัวหรือฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงความไม่สงบแนวชายแดน บริษัทฯ จึงวางแผนเชิงรุกมุ่งเพิ่มยอดขายจากการส่งออกสินค้าในภูมิภาคอาเซียนที่เป็นตลาดหลักอย่างต่อเนื่อง อาทิ ฟิลิปปินส์, เมียนมา, เวียดนาม, สปป.ลาว ฯลฯ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเศรษฐกิจกำลังเติบโต โดยมีแผนนำเสนอสินค้ากลุ่มอิฐมวลเบาและแผ่นพื้น SPC เพื่อเพิ่มยอดขาย
ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งรักษาจุดเด่นในการเป็นหุ้นปันผลที่ให้ผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น ประกอบกับฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและอัตราหนี้สินต่อทุน ณ สิ้นไตรมาส 2/2568 ที่อยู่ในระดับต่ำ 0.77 เท่า จึงเตรียมเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณาการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแก่ผู้ถือหุ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...