เปิดความลับ "หมอบรัดเลย์" หมอในตำนานยุครัชกาลที่ 3 ครั้งหนึ่งเคยหูหนวกขนาดหนัก
แดเนียล บีช แบรดลีย์ หรือ “หมอบรัดเลย์” หมอในตำนานยุครัชกาลที่ 3 ครั้งหนึ่งเคยหูหนวกขนาดหนัก
แดเนียล บีช แบรดลีย์ (Daniel Beach Bradley) หรือที่คนไทยเรียกขานกันว่า “หมอบรัดเลย์” เป็นมิชชันนารีชาวอเมริกัน ที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในสยาม เมื่อ พ.ศ. 2378 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) แม้จะกลับไปสหรัฐอเมริกาอยู่ช่วงหนึ่ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2390-2393 แต่ก็กลับมาสยามอีกครั้ง และใช้ชีวิตผ่านแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) จนถึงต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
นอกจากจะทำหน้าที่เผยแผ่คำสอนทางศาสนา เขายังมีบทบาทสำคัญด้านการแพทย์ในสยาม ด้วยการก่อตั้ง “โอสถศาลา” รักษาชาวบ้านที่มาหาด้วยอาการเจ็บป่วยที่หลากหลาย ทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์ทำการผ่าตัดใหญ่ครั้งแรกในสยาม เมื่อ พ.ศ. 2380
ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ การเป็น “พระสหาย” ของรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งพระองค์ทรงอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ ซึ่ง “วชิรญาณภิกขุ” ทรงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหมอบรัดเลย์หลายเรื่อง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พระองค์ทรงทราบถึงความเป็นไปและวิทยาการต่างๆ ในโลกตะวันตก
แต่ก่อนที่หมอบรัดเลย์จะข้ามโลกมาผจญภัยในดินแดนตะวันออก ครั้งหนึ่งเขาเคยสุขภาพย่ำแย่ ประสบปัญหาออกเสียงไม่ชัด และยังหูหนวกขนาดหนักอีกด้วย
เรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อหมอบรัดเลย์อายุ 15 หรือ 16 ปี ตอนนั้นเขาถูกโรงเรียนเข้มงวดว่ากล่าว เนื่องจากมีปัญหาออกเสียงไม่ชัด
ผลคือทำให้หมอบรัดเลย์ไม่มั่นใจในการพูดของตนเอง จนกระทั่งกลายเป็นพูดไม่ออก ซึ่งบงครั้งยังเป็นอยู่แม้ว่าเขาจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วก็ตาม
“ข้าพเจ้ากลัวเสียจนบางทีไม่อาจเปล่งเสียงคำบางคำออกมาได้และแทบไม่กล้าอ่านหนังสือที่โรงเรียนหรือต่อหน้าบิดา ดังนั้นข้าพเจ้าจึงพยายามระวังหลีกเลี่ยงไม่ให้พบสถานการณ์ที่จะทำให้ตนเองต้องอับอายขายหน้า คือการถูกได้ยินว่าพูดตะกุกตะกักไม่เป็นภาษา
ที่จริงความผิดปรกติเรื่องนี้ของข้าพเจ้าแทบไม่มีใครสังเกตเห็น แต่สำหรับข้าพเจ้ามันร้ายแรงจนบ่อยครั้งข้าพเจ้านึกอธิษฐานขอแลกเปลี่ยนที่กับขอทานที่ย่ำแย่ที่สุด โดยขอแค่ความสามารถในการพูดของเขาเป็นสิ่งตอบแทนก็พอ”
หมอบรัดเลย์รักงานด้านอักษรศาสตร์อย่างมาก แต่เมื่อมีอาการเช่นนี้ ทำให้เขาคิดว่ามันคงเป็นไปได้ยากตราบใดที่ลิ้นยังทำหน้าที่ตามปกติไม่ได้ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่หมดหวังที่จะหาทางแก้ไข
แต่เมื่ออายุได้ 21 ปี หมอบรัดเลย์ก็ต้องประสบปัญหาสุขภาพอีกครั้ง คราวนี้เกิดมีอาการหูหนวกขนาดหนัก ถึงขั้นคิดว่าความหวังต่างๆ ในชีวิตต้องสูญสิ้นลงเสียแล้ว
“ประสบการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากพี่สาวของข้าพเจ้าเสียชีวิตไม่นานนัก และเป็นสิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องใคร่ครวญเกี่ยวกับศรัทธาทางศาสนาของตนเองอย่างหนักหน่วง
อาการหูหนวกของข้าพเจ้าเป็นอยู่เพียงอาทิตย์เดียวก็หาย แต่ในระหว่างนั้นข้าพเจ้าเฝ้าวิงวอนขอร้องพระผู้เป็นเจ้าให้ทรงเมตตาและดลบันดาลให้ได้ยินตามเดิม ข้าพเจ้าบนบาน อุทิศตนให้แก่พระผู้เป็นเจ้าหากพระองค์ทรงอำนวยให้ตามที่ขอ ในไม่กี่วันข้าพเจ้าก็หายสนิท”
ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้น หมอบรัดเลย์ทำงานเป็นเสมียนในร้านแห่งหนึ่ง แต่ก็ต้องเลิกทำเพราะอุปสรรคด้านการพูดยังไม่หาย ในที่สุดเขาตัดสินใจเดินทางไปนิวยอร์ก เพื่อเข้าเรียนแก้ไขการพูดติดอ่าง จนค่อยๆ เอาชนะอุปสรรคนี้ได้เกือบหมด
ชีวิตช่วงต่อมาของหมอบรัดเลย์คือการเข้าเรียนแพทย์ เมื่อได้ปริญญาแล้วก็สมัครไปที่คณะบอร์ดอเมริกันเพื่อการเผยแผ่ศาสนาในต่างประเทศ เพื่อขอรับการแต่งตั้งให้ไปเป็นแพทย์มิชชันนารีในเอเชีย
ในวันครบรอบวันเกิดปีที่ 31 แดเนียล บีช แบรดลีย์ เดินทางถึงบางกอก และกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่โลดแล่นในหน้าประวัติศาสตร์ ที่ยังคงได้รับการพูดถึงมาจนทุกวันนี้
อ่านเพิ่มเติม :
- สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ทรงถามหมอบรัดเลย์ หากอเมริกาน่าอยู่ “ถ้างั้นท่านมาที่นี่ทำไมกันล่ะ”
- 13 มกราคม 2380 หมอบรัดเลย์ “ผ่าตัดใหญ่” เป็นครั้งแรกในไทย
- “หมอบรัดเลย์” ชี้ สยามควรออกกฎหมายห้ามการมีเมียมาก
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
วิลเลียม แอล. บรัดเลย์ รวบรวม. ศรีเทพ กุสุมา ณ อยุธยา และศรีลักษณ์ สง่าเมือง แปล. สยามแต่ปางก่อน 35 ปีในบางกอกของหมอบรัดเลย์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : มติชน, 2567.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 กันยายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดความลับ “หมอบรัดเลย์” หมอในตำนานยุครัชกาลที่ 3 ครั้งหนึ่งเคยหูหนวกขนาดหนัก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com