โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดความลับ "หมอบรัดเลย์" หมอในตำนานยุครัชกาลที่ 3 ครั้งหนึ่งเคยหูหนวกขนาดหนัก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 06.27 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2568 เวลา 06.25 น.
ภาพ

แดเนียล บีช แบรดลีย์ หรือ “หมอบรัดเลย์” หมอในตำนานยุครัชกาลที่ 3 ครั้งหนึ่งเคยหูหนวกขนาดหนัก

แดเนียล บีช แบรดลีย์ (Daniel Beach Bradley) หรือที่คนไทยเรียกขานกันว่า “หมอบรัดเลย์” เป็นมิชชันนารีชาวอเมริกัน ที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในสยาม เมื่อ พ.ศ. 2378 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) แม้จะกลับไปสหรัฐอเมริกาอยู่ช่วงหนึ่ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2390-2393 แต่ก็กลับมาสยามอีกครั้ง และใช้ชีวิตผ่านแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) จนถึงต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)

นอกจากจะทำหน้าที่เผยแผ่คำสอนทางศาสนา เขายังมีบทบาทสำคัญด้านการแพทย์ในสยาม ด้วยการก่อตั้ง “โอสถศาลา” รักษาชาวบ้านที่มาหาด้วยอาการเจ็บป่วยที่หลากหลาย ทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์ทำการผ่าตัดใหญ่ครั้งแรกในสยาม เมื่อ พ.ศ. 2380

ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ การเป็น “พระสหาย” ของรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งพระองค์ทรงอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ ซึ่ง “วชิรญาณภิกขุ” ทรงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหมอบรัดเลย์หลายเรื่อง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พระองค์ทรงทราบถึงความเป็นไปและวิทยาการต่างๆ ในโลกตะวันตก

แต่ก่อนที่หมอบรัดเลย์จะข้ามโลกมาผจญภัยในดินแดนตะวันออก ครั้งหนึ่งเขาเคยสุขภาพย่ำแย่ ประสบปัญหาออกเสียงไม่ชัด และยังหูหนวกขนาดหนักอีกด้วย

เรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อหมอบรัดเลย์อายุ 15 หรือ 16 ปี ตอนนั้นเขาถูกโรงเรียนเข้มงวดว่ากล่าว เนื่องจากมีปัญหาออกเสียงไม่ชัด

ผลคือทำให้หมอบรัดเลย์ไม่มั่นใจในการพูดของตนเอง จนกระทั่งกลายเป็นพูดไม่ออก ซึ่งบงครั้งยังเป็นอยู่แม้ว่าเขาจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วก็ตาม

“ข้าพเจ้ากลัวเสียจนบางทีไม่อาจเปล่งเสียงคำบางคำออกมาได้และแทบไม่กล้าอ่านหนังสือที่โรงเรียนหรือต่อหน้าบิดา ดังนั้นข้าพเจ้าจึงพยายามระวังหลีกเลี่ยงไม่ให้พบสถานการณ์ที่จะทำให้ตนเองต้องอับอายขายหน้า คือการถูกได้ยินว่าพูดตะกุกตะกักไม่เป็นภาษา

ที่จริงความผิดปรกติเรื่องนี้ของข้าพเจ้าแทบไม่มีใครสังเกตเห็น แต่สำหรับข้าพเจ้ามันร้ายแรงจนบ่อยครั้งข้าพเจ้านึกอธิษฐานขอแลกเปลี่ยนที่กับขอทานที่ย่ำแย่ที่สุด โดยขอแค่ความสามารถในการพูดของเขาเป็นสิ่งตอบแทนก็พอ”

หมอบรัดเลย์รักงานด้านอักษรศาสตร์อย่างมาก แต่เมื่อมีอาการเช่นนี้ ทำให้เขาคิดว่ามันคงเป็นไปได้ยากตราบใดที่ลิ้นยังทำหน้าที่ตามปกติไม่ได้ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่หมดหวังที่จะหาทางแก้ไข

แต่เมื่ออายุได้ 21 ปี หมอบรัดเลย์ก็ต้องประสบปัญหาสุขภาพอีกครั้ง คราวนี้เกิดมีอาการหูหนวกขนาดหนัก ถึงขั้นคิดว่าความหวังต่างๆ ในชีวิตต้องสูญสิ้นลงเสียแล้ว

“ประสบการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากพี่สาวของข้าพเจ้าเสียชีวิตไม่นานนัก และเป็นสิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องใคร่ครวญเกี่ยวกับศรัทธาทางศาสนาของตนเองอย่างหนักหน่วง

อาการหูหนวกของข้าพเจ้าเป็นอยู่เพียงอาทิตย์เดียวก็หาย แต่ในระหว่างนั้นข้าพเจ้าเฝ้าวิงวอนขอร้องพระผู้เป็นเจ้าให้ทรงเมตตาและดลบันดาลให้ได้ยินตามเดิม ข้าพเจ้าบนบาน อุทิศตนให้แก่พระผู้เป็นเจ้าหากพระองค์ทรงอำนวยให้ตามที่ขอ ในไม่กี่วันข้าพเจ้าก็หายสนิท”

ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้น หมอบรัดเลย์ทำงานเป็นเสมียนในร้านแห่งหนึ่ง แต่ก็ต้องเลิกทำเพราะอุปสรรคด้านการพูดยังไม่หาย ในที่สุดเขาตัดสินใจเดินทางไปนิวยอร์ก เพื่อเข้าเรียนแก้ไขการพูดติดอ่าง จนค่อยๆ เอาชนะอุปสรรคนี้ได้เกือบหมด

ชีวิตช่วงต่อมาของหมอบรัดเลย์คือการเข้าเรียนแพทย์ เมื่อได้ปริญญาแล้วก็สมัครไปที่คณะบอร์ดอเมริกันเพื่อการเผยแผ่ศาสนาในต่างประเทศ เพื่อขอรับการแต่งตั้งให้ไปเป็นแพทย์มิชชันนารีในเอเชีย

ในวันครบรอบวันเกิดปีที่ 31 แดเนียล บีช แบรดลีย์ เดินทางถึงบางกอก และกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่โลดแล่นในหน้าประวัติศาสตร์ ที่ยังคงได้รับการพูดถึงมาจนทุกวันนี้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

วิลเลียม แอล. บรัดเลย์ รวบรวม. ศรีเทพ กุสุมา ณ อยุธยา และศรีลักษณ์ สง่าเมือง แปล. สยามแต่ปางก่อน 35 ปีในบางกอกของหมอบรัดเลย์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : มติชน, 2567.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดความลับ “หมอบรัดเลย์” หมอในตำนานยุครัชกาลที่ 3 ครั้งหนึ่งเคยหูหนวกขนาดหนัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...