โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“จิ้มก้องครั้งสุดท้าย” คำแนะนำจาก “เบาริ่ง” ทำไทยเลิกระบบการค้าบรรณาการ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 09.35 น.
พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ปรากฏนามศิลปิน, สีฝุ่น สมัยรัชกาลที่ 4 ประดิษฐานในพระที่นั่งอัมพรสถาน กรุงเทพฯ ภาพตกแต่งฉากหลังเพิ่มเติม (ภาพต้นฉบับจากหนังสือจิตรกรรมและประติมากรรมแบบตะวันตกในราชสำนัก เล่มที่ 1)

ตามคณะทูตสยามไปจิ้มก้องครั้งสุดท้ายที่กรุงปักกิ่ง ระหว่าง พ.ศ. 2394-2397 ทูตไทยไปเห็นอะไร หรือต้องเจออะไรบ้าง ? จนเป็นเหตุให้เมื่อกลับมาถวายรายงานรัชกาลที่ 4 แล้ว สยามถึงกับยกเลิกการส่งทูตบรรณาการไปเมืองจีนอย่างถาวร

ก่อนสยามจะยกเลิกการ “จิ้มก้อง” การค้าสำเภาระหว่างสยามกับจีนเริ่มเสื่อมลงมาตั้งแต่ทศวรรษ 2380 แล้ว ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 เนื่องจากจักรพรรดิจีนทรงประกาศให้สยามเลื่อนระยะเวลาในการส่งคณะทูตไปจีน จากเดิมทุก 3 ปี เป็นทุก 4 ปี

แต่สยามยังส่งทูตไปถี่กว่ากำหนดอยู่ดี คือส่งไปปี 2383, 2384 และ 2386 ซึ่งจีนก็ให้การต้อนรับคณะทูตเหล่านั้นตามปกติ ด้วยเห็นว่าประกาศเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังไม่ไปถึงพระเจ้าแผ่นดินสยาม แต่หลัง พ.ศ. 2386 กว่าสยามจะส่งทูตไปอีกก็ พ.ศ. 2391 ซึ่งเป็นคณะสุดท้ายในสมัยรัชกาลที่ 3

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่จีนพ่ายแพ้สงครามฝิ่นต่ออังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2385 การค้าระบบบรรณาการที่กวางตุ้งเริ่มสูญเสียสถานภาพพิเศษไปพร้อม ๆ กับความเชื่อมั่นของราชสำนักกรุงเทพฯ เป็นเหตุให้สยามเริ่มเปลี่ยนรูปแบบจากการค้าสำเภาในระบบบรรณาการ มาสู่การค้าเสรีโดยใช้เรือแบบตะวันตก ซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่อังกฤษตั้งสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการค้าของตนในภูมิภาคนี้เมื่อ พ.ศ. 2362 แล้ว

ทูตไทยไป “จิ้มก้องครั้งสุดท้าย”

พ.ศ. 2394 เมื่อรัชกาลที่ 3 เสด็จสวรรคต ปีเดียวกันนั้นรัชกาลที่ 4 ยังทรงปฏิบัติตามพระราชประเพณีที่ยึดถือต่อ ๆ กันมา คือส่งพระราชสาส์นไปยังจักรพรรดิจีนเพื่อไว้อาลัยจักรพรรดิเตากวง รวมถึงแจ้งข่าวการสวรรคตของรัชกาลที่ 3 และการขึ้นครองราชย์ของพระองค์

แต่การส่งคณะทูตไปในปี 2394 ไม่ได้ราบรื่นดังหวัง เพราะทูตสยามต้องรออยู่เฉย ๆ ที่กวางตุ้งถึง 3 เดือน จนทางการจีนขอให้กลับกรุงเทพฯ ไปก่อน เพราะราชสำนักที่กรุงปักกิ่งไม่พร้อมต้อนรับ เนื่องจากเป็นสถานการณ์ช่วงไว้ทุกข์ ทูตสยามก็ปฏิบัติตามนั้น รัชกาลที่ 4 จึงทรงแต่งตั้งคณะทูตใหม่ไปจีนอีกครั้งในปีต่อมา

การเดินทางครั้งนี้เปลี่ยนท่าทีของสยามต่อระบบบรรณาการที่กระทำมาอย่างยาวนาน โดยมีตัวแปรสำคัญคือ เหตุการณ์ต้อนรับคณะทูตฝรั่งเศสของราชสำนักจีน สถานการณ์ไท่ผิงเทียนกว๋อ หรือ “กบฏไท่ผิง” และการพูดคุยกับ “จอห์น เบาริ่ง” (John Bowring) ที่ฮ่องกง

เรื่องนี้ เอริกะ มะซูดะเล่าไว้ในบทความ “นัยของ ‘จิ้มก้อง’ ส่งทูตบรรณาการไปยังจีนในสมัยต้นรัตนโกสินทร์”ของนิตยสารศิลปวัฒนธรรมฉบับเดือนกันยายน พ.ศ. 2546 ว่า ความวุ่นวายทางการเมืองจีนในช่วงทศวรรษ 2380-2390 มีส่วนอย่างมากในการทำให้สยามเริ่มตระหนักถึงความล้าสมัยของการทูตระบบบรรณาการ

จากคำให้การของทูตคณะ พ.ศ. 2395 สยามให้ความสำคัญกับพิธีการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางไปจิ้มก้องอย่างมาก มีอธิบายถึงการรับรองทางการทูตที่กรุงปักกิ่งและกวางตุ้งอย่างละเอียด รวมถึงของพระราชทานจากจักรพรรดิที่ปักกิ่ง กวางตุ้ง หรือเมืองอื่น ๆ ตามเส้นทาง

เหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญคือ เมื่อราชสำนักปักกิ่งเชิญคณะทูตสยามร่วมพิธีการต้อนรับคณะทูตฝรั่งเศส ทำให้สยามตระหนักถึงสถานะอันต่ำต้อยของตน เมื่อเปรียบเทียบกับมหาอำนาจตะวันตกที่เข้ามาติดต่อกับจีน

ตอนแรก ทูตสยามปฏิเสธคำเชิญโดยอ้างว่าเคยเห็นคณะทูตฝรั่งเศสที่สยามแล้ว และอยากกลับกรุงเทพฯ โดยเร็ว แต่ทางปักกิ่งไม่อนุญาตให้เดินทางกลับไปกวางตุ้ง ด้วยเหตุผลว่า “เมืองเล็กน้อยอย่างสยามควรจะต้องรอให้สิ้นธุระเมืองใหญ่ก่อน”

คณะทูตสยามจึงต้องคอยคณะทูตฝรั่งเศสอยู่ร่วมเดือนอย่างไม่เต็มใจ พร้อมทูตเมืองอื่น ๆ อีก 5 เมือง โดยได้เข้าเฝ้าในพระที่นั่งศรีกงก๊ก มีแต่คณะทูตฝรั่งเศสเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในพระที่นั่งไถกิมฮูหยี โดยเจ้าพนักงานให้เหตุผลว่า

“พาพวกท่านทั้ง 6 เมืองนี้เข้าไปดูในพระมหาปราสาทไม่ได้ด้วยท่านเป็นราชทูตเมืองเล็กน้อย จะเข้าเฝ้าในพระมหาปราสาทไม่ได้ ต้องเฝ้าที่หน้าพลับพลาเหมือนเมื่อมาเฝ้าแต่ก่อน ๆ …เฝ้าได้แต่ทูตประเทศใหญ่ คืออังกฤษกับฝรั่งเศสเป็นต้น…เมื่อเฝ้าก็เฝ้าตามธรรมเนียมเหมือนประเทศราชของกรุงปักกิ่ง”

ทูตสยามจึงตระหนักว่า สยามได้รับความสำคัญน้อยกว่าฝรั่งเศส ดังว่า “ราชทูตฝั่งสยามได้เห็นจีนรับรองราชทูตฝรั่งเศสยิ่งกว่าทูตไทยเป็นหลายสิบเท่า”

นอกจากนี้ โดยปกติเมื่อคณะทูตออกจากกรุงเทพฯ จะเดินทางไปถึงกวางตุ้งในเดือนมิถุนายน พักอยู่ที่นั่น 4-5 เดือนแล้วจึงเดินทางต่อไปถึงกรุงปักกิ่งในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนที่ทูตต่างชาติมาร่วมพิธีขึ้นปีใหม่ จากนั้น 1-2 เดือน ทูตจะเดินทางกลับมาที่กวางตุ้งโดยใช้เวลาประมาณ 3 เดือน อยู่ที่กวางตุ้งครึ่งเดือน แล้วจึงกลับถึงกรุงเทพฯ ในเดือนธันวาคม

ปรากฏว่าการเดินทางขากลับจากปักกิ่งมาถึงกวางตุ้งของคณะทูตสยามเมื่อปี 2395 ต้องใช้เวลาถึง 10 เดือน เนื่องจากถูกกบฏไท่ผิงปล้นสะดมและสังหารล่ามจีนตายที่จังหวัดเหอหนาน

เมื่อออกจากกวางตุ้งเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ คณะทูตได้แวะพักที่ฮ่องกง 5 วัน เพราะได้รับคำเชิญจาก จอห์น เบาริ่ง ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการอยู่ที่นั่น การพบกันครั้งนี้มาจากการที่เบาริ่งอยากทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเหอหนาน พร้อมทั้งให้คำแนะนำทูตสยามว่า

“ให้กราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัวกรุงสยามว่า กรุงสยามทุกวันนี้เป็นบ้านเมืองใหญ่กว่าแต่ก่อน มีอำนาจเสมออังกฤษ ฝรั่งเศส และอเมริกันแล้ว ไม่ควรจะไปก้องจีน ครั้งนี้ไทยได้ทีมีเหตุไม่ควรจะไปอีกเลย”

เป็นอันว่าคณะทูตสยามชุดที่ไปจิ้มก้องครั้งสุดท้าย ออกจากกรุงเทพฯ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2395 ที่สุดก็กลับมาถึงมาตุภูมิในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2397 วันรุ่งขึ้น คณะทูตเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) แล้วกราบบังคมทูลตามที่ไปราชการมา ปีต่อมาสยามก็ทำสนธิสัญญาเบาริ่งกับอังกฤษ เปิดฉากการค้าเสรีของสยามอย่างเป็นทางการ

น่าเสียดายที่ไม่มีหลักฐานบอกว่าบุคคลที่พบกับจอห์น เบาริ่ง ที่ฮ่องกงคือใคร ? และเรื่องนี้ถูกหยิบยกมาพูดอีกหรือไม่ในการเจรจาสนธิสัญญาเบาริ่งในเดือนเมษายน พ.ศ. 2398 แต่เชื่อได้ว่าคำแนะนำของเบาริ่งคงถึงพระกรรณรัชกาลที่ 4 แน่ ๆ …

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. “จิ้มก้อง” การค้าพาณิชย์ “ไทย-จีน” สร้างรายได้มหาศาลในช่วงต้นรัตนโกสินทร์. ศิลปวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม พ.ศ. 2544.

เอริกะ มะซูดะ. นัยของ “จิ้มก้อง” ส่งทูตบรรณาการไปยังจีนในสมัยต้นรัตนโกสินทร์. ศิลปวัฒนธรรม ฉบับกันยายน พ.ศ. 2546.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 สิงหาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “จิ้มก้องครั้งสุดท้าย” คำแนะนำจาก “เบาริ่ง” ทำไทยเลิกระบบการค้าบรรณาการ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...