โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทัพบกเปิดหลักฐานทหารกัมพูชาวางทุ่นระเบิดในเขตไทย จี้นานาชาติตรวจสอบ

The Better

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 02.04 น. • THE BETTER
เพจทหารเผยคลิปทหารกัมพูชาวางทุ่น PMN-2 ในพื้นที่ลาดตระเวนของไทย กองทัพบกย้ำเหตุทหารไทยบาดเจ็บหลายครั้งมาจากทุ่นระเบิดใหม่ พร้อมเรียกร้องให้สังคมโลกจับตา ขณะรัฐบาลไทยเตือนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมให้อพยพ 

เพจเฟซบุ๊ก กองทัพบก ทันกระแส เผยแพร่คลิปวิดีโอพร้อมข้อความว่า “ถ้าคิดว่ามันใช่ อย่าปล่อยผ่าน ช่วยแชร์ ช่วยโพสต์ให้โลกรู้” โดยในคลิปปรากฏภาพชายในเครื่องแต่งกายทหารกัมพูชา สวมกางเกงลายพราง เสื้อยืดสีเขียว และรองเท้าแตะ กำลังวางทุ่นระเบิดคล้ายชนิด PMN-2 และใช้ดินกลบในพื้นที่ลาดตระเวนของทหารไทย ซึ่งคาดว่ามีเพื่อนร่วมชาติเป็นผู้บันทึกภาพไว้ คลิปดังกล่าวลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2568

นอกจากนี้ เพจ SMART Soldiers Strong ARMY ยังโพสต์ภาพและข้อความระบุว่า มีการตรวจพบโดรนกัมพูชาจำนวน 20 ลำ บินจากเขาพนมประสิทธิโส เข้าสู่พื้นที่สัตตะโสม ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างชัดเจน

โฆษก ทบ.โต้กัมพูชาบิดเบือนข้อเท็จจริง
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า แถลงการณ์ของนายเพน โบนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ที่ปฏิเสธการวางทุ่นระเบิดใหม่นั้น เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเคยได้รับการเก็บกู้และเคลียร์โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (T-MAC) ระหว่างปี 2563–2565 โดยไม่พบทุ่น PMN-2 มาก่อน แต่ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม ถึง 12 สิงหาคม 2568 กลับตรวจพบทุ่น PMN-2 ใหม่และพร้อมใช้งานถึง 41 ลูกในเขตไทย ทั้งในจุดที่ทหารได้รับบาดเจ็บและตามแนวชายแดน

โฆษกกองทัพบกย้ำว่า นี่คือความพยายามคุกคามไทยอย่างต่อเนื่อง ขัดต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและอนุสัญญาออตตาวา พร้อมเผยภาพหลักฐานทหารกัมพูชาถือพวงทุ่น PMN-2 จำนวนมากหน้า “ปราสาทตาควาย”

ไทยยันปฏิบัติในเขตตน กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
กองทัพบกยืนยันว่าหน่วยไทยไม่มีการเพิ่มกำลังและปฏิบัติอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย ขณะที่กัมพูชากลับลักลอบวางทุ่นในเขตไทย ทำให้เกิดเหตุทหารไทยบาดเจ็บสาหัสหลายครั้ง พร้อมระบุว่าหากกัมพูชาจริงใจแก้ปัญหาควรตอบรับข้อเสนอความร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ไทยเสนอในเวที GBC

พลตรี วินธัย ยังตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำของกัมพูชาอาจกระทบภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในสายตานานาชาติ โดยเฉพาะประเทศภาคีอนุสัญญาออตตาวาที่สนับสนุนงบประมาณการเก็บกู้ทุ่นให้กัมพูชาปีละมหาศาล แต่กลับถูกนำมาใช้เป็นอาวุธคุกคามไทย

กต. ประณาม "กัมพูชา" ใช้ทุ่นระเบิดโจมตีทหารไทย

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ขอประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส และทุพพลภาพจากการเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล 2 ครั้ง ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา จ.ศรีสะเกษ และสุรินทร์ เหตุเกิดเพียงไม่กี่วันหลังจากไทย–กัมพูชาตกลงหยุดยิงเมื่อ 7 ส.ค. 2568 ซึ่งกำหนดชัดว่าห้ามใช้อาวุธทุกชนิด รวมถึงทุ่นระเบิด โดยไทยชี้ว่าเป็นการละเมิดอธิปไตย กฎหมายมนุษยธรรมสากล และพันธกรณีตามอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งกัมพูชาเป็นภาคีเช่นกัน

ทั้งนี้ กต. ไทย เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือประท้วงไปยังรัฐบาลกัมพูชาหลายครั้ง และได้ร้องเรียนต่อประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา พร้อมแจ้งเลขาธิการสหประชาชาติ รวมทั้งเตรียมใช้กลไกพหุภาคีและอาเซียนกดดันให้กัมพูชาร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิดและยุติการยั่วยุทางทหาร นอกจากนี้ ไทยจะเชิญคณะทูตและองค์กรระหว่างประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบ 16 ส.ค. และอาจขอให้สหรัฐฯ ทบทวนการให้ความช่วยเหลือแก่กัมพูชา

กระทรวงการต่างประเทศ ยังตำหนิรัฐบาลกัมพูชาว่า บิดเบือนข้อมูล ปิดกั้นสื่อ และจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน พร้อมย้ำว่า ประชาชนกัมพูชาไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการใช้อำนาจของรัฐบาล ไทยยืนยันยึดแนวทางสันติวิธี เรียกร้องกัมพูชาหยุดยั่วยุ และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงซ้ำรอยในอนาคต

รัฐบาลย้ำสถานการณ์ชายแดนปกติ – ห้ามหลงเชื่อข่าวปลอม
ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการ ศบ.ทก. ระบุว่า กองทัพยังคงวางกำลังป้องกันตลอดแนวชายแดน 11 จุดใน 7 จังหวัด พร้อมรั้วลวดหนามและพร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำ ขณะที่หน่วยเก็บกู้ยังคงตรวจพบกับระเบิดในเขตไทยต่อเนื่อง รัฐบาลจะนำเรื่องนี้เสนอคณะกรรมการอนุสัญญาออตตาวาเพื่อดำเนินการต่อกัมพูชา

พร้อมกันนี้ รัฐบาลเรียกร้องให้กัมพูชายอมรับข้อเสนอหยุดยิง 2 ข้อ คือ ร่วมแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์–การค้ามนุษย์และยาเสพติด และร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิด

โฆษกรัฐบาลยืนยันว่าไม่มีคำสั่งให้อพยพประชาชนจากพื้นที่ชายแดน ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม และขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการ หากพบวัตถุต้องสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...