โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีเดย์! เปิดตลาดเครือข่ายยาง กยท.ส.นาทวี เชื่อมตลาดชายแดนใต้ ลดต้นทุนขนส่ง

สยามรัฐ

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 13.04 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 13.04 น.

ดีเดย์! เปิดตลาดเครือข่ายยาง กยท.ส.นาทวี เชื่อมโยงช่องทางตลาดยางพื้นที่ชายแดนใต้ ลดต้นทุนขนส่ง

วันที่ 14 ส.ค.68 ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นประธานในพิธีเปิดดำเนินการ “ตลาดเครือข่ายยางพารา กยท.ส.นาทวี” สร้างโอกาสให้ชาวสวนยางเข้าถึงการซื้อขายยางในราคายุติธรรม - ลดต้นทุนขนส่ง มุ่งเชื่อมโยงช่องทางตลาดยางในพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมพัฒนาระบบมาตรฐานการจัดการผลผลิตตามมาตรฐานสากล โดยมีคณะกรรมการ กยท. ผู้บริหาร กยท. และพนักงานในสังกัด ตลอดจนเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมสัมมานารับฟังความรู้การดำเนินงานของตลาดเครือข่ายภายในงาน ณ พื้นที่การยางแห่งประเทศไทย สาขานาทวี จ.สงขลา

ดร.เพิก เผยว่า กยท. มีพันธกิจบริหารจัดการยางพาราไทยทั้งระบบ ภายใต้วิสัยทัศน์ “บริหารยางพาราเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยมุ่งการเพิ่มรายได้และทางเลือกให้เกษตรกร ลดผลกระทบจากความผันผวนของราคายางพารา และเพื่อตอบสนองความต้องการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดตั้งสำนักงานตลาดกลางยางพาราและตลาดเครือข่ายของ กยท. ให้กระจายในพื้นที่ทั่วประเทศ จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เกิดการเพิ่มจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงการค้าขึ้น สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ กยท. เร่งเดินหน้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้ครอบคุลมในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ได้แก่ อ.นาทวี อ.เทพา อ.จะนะ และ อ.สะบ้าย้อย จำนวนกว่า 100,000 ราย ซึ่งมีพื้นที่ปลูกยางรวมกว่า 700,000 ไร่ โดยที่ผ่านมายังขาดความสะดวกในการเข้าถึงการซื้อขายผลผลิตผ่านตลาดกลางยางพารา ต้องแบกรับต้นทุนการขนส่งที่สูง ดังนั้น การเปิดตลาดเครือข่ายยางพารา กยท. สาขานาทวี แห่งนี้ จะช่วยให้เกิดการเข้าถึงระบบตลาดได้สะดวกขึ้น กยท. สามารถเข้ามาบริหารจัดการวัตถุดิบในพื้นที่ได้ เพื่อผลักดันระบบมาตรฐานการจัดการผลผลิตยางในพื้นที่ให้มีเอกภาพ ทัดเทียมตลาดภายนอก ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งรองรับมาตรฐาน EUDR และสร้างเสถียรภาพราคายางให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน โดยราคายางแผ่นรมควัน ชั้น 3 ที่ซื้อขายผ่านตลาดกลางฯ จ. สงขลา และตลาดเครือข่ายฯ ในวันนี้ ปิดตลาดที่ 63.15 บาท/กิโลกรัม

“กยท. มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตและเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางการเปิดตลาดเครือข่ายฯ แห่งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดอุปสรรคและเพิ่มโอกาสเชื่อมช่องทางการตลาดให้แก่ชาวสวนยางในพื้นที่ ตลาดเครือข่ายแห่งนี้จะเป็นมากกว่าสถานที่ซื้อขายยาง แต่จะเป็นศูนย์กลางและกลไกสำคัญในการผลักดันให้ชาวสาวนยางสามารถจำหน่ายผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และยังเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” ดร.เพิก กล่าว

นอกจากนี้ เพื่อการตอกย้ำถึงความสำคัญของตลาดเครือข่ายยางพารา ภายในงานนี้ กยท. ยังมีการสัมมนาแก่เกษตรกรและผู้ร่วมงาน เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจถึงการดำเนินงานของตลาดเครือข่ายยางพารา ตลอดจนผลประโยชน์เกษตรกรชาวสวนยางจะได้รับ ทั้งนี้ คณะผู้บริหาร กยท. ได้มอบโฉนดต้นยางพารา” ให้แก่ชาวสวนยางในพื้นที่ รวม 60 ราย เพื่อเป็นสินทรัพย์ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากต้นยางพารา ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...