โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ขวาจัดต่อต้านจีน" เจาะแนวคิดของว่าที่นายกฯ หญิงคนแรกของญี่ปุ่น

The Better

อัพเดต 05 ต.ค. 2568 เวลา 06.35 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2568 เวลา 05.50 น. • THE BETTER

ซานาเอะ ทาคาอิจิ (高市 早苗 เกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2504) เป็นนักการเมืองชาวญี่ปุ่น ที่เพิ่งได้รับเลือกให้เตำแหน่งประธานพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party หรือ LDP) ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ เธอเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายตำแหน่งภายใต้นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และล่าสุด เพราะการเป็นหัวหน้าพรรค LDP จึงทำให้เธอกำลังจะกลายเป็นนายกรัญมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

ประวัติย่อ
หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโกเบ ทาคาอิจิได้เป็นนักเขียน ผู้ช่วยฝ่ายนิติบัญญัติ และนักจัดรายการวิทยุก่อนที่จะเข้าสู่วงการเมือง เธอได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอิสระในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2536 และเข้าร่วมพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ในปี พ.ศ. 2539 ทาคาอิจิเป็นศิษย์ของอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะ เธอดำรงตำแหน่งต่างๆ ในช่วงที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและการสื่อสาร เธอเคยลงสมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรค LDP ในปี พ.ศ. 2564 แต่สุดท้ายก็ตกรอบก่อนการเลือกตั้งรอบสอง โดยได้อันดับที่สาม

ในช่วงที่ฟูมิโอะ คิชิดะ เป็นนายกรัฐมนตรี เธอดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงทางเศรษฐกิจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ถึง 2567 ทาคาอิจิลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเป็นครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2567 โดยได้อันดับหนึ่งในรอบแรก แต่พ่ายแพ้อย่างหวุดหวิดให้กับชิเงรุ อิชิบะในการเลือกตั้งรอบสอง เธอลงสมัครอีกครั้งในปี 2568 และได้อันดับหนึ่งในการลงคะแนนเสียงทั้งสองรอบ กลายเป็นหัวหน้าพรรคและเอาชนะชินจิโร โคอิซูมิ หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีโดยสภาไดเอท เธอจะเป็นทั้งผู้หญิงคนแรกและชาวจังหวัดนาราคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้

แนวคิดขวา
ทาคาอิจิเป็น "ผู้ยึดมั่นในแนวคิดอนุรักษ์นิยมอย่างเหนียวแน่น" และ "ผู้ยึดมั่นในแนวคิดอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง" รวมถึงการต่อต้านการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน และการสนับสนุนให้คู่สมรสใช้นามสกุลเดียวกันหลังแต่งงาน เธอกล่าวว่าแผนความเท่าเทียมทางเพศของรัฐบาลในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 อาจ "ทำลายโครงสร้างทางสังคมที่อิงตามหน่วยครอบครัว" และในการสำรวจสำมะโนประชากรปี พ.ศ. 2563 ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและการสื่อสาร เธอกล่าวว่า "การแต่งงานในประเทศของเราจำกัดอยู่เฉพาะคู่รักต่างเพศเท่านั้น และจำเป็นต้องมีการแยกแยะ" และประกาศนโยบายไม่นับรวมครัวเรือนที่มีคู่รักเพศเดียวกัน

เธอยังเป็นสมาชิกของนิปปอน ไคกิ องค์กรชาตินิยมสุดโต่งของญี่ปุ่น และได้โต้แย้งว่าอาชญากรรมสงครามของญี่ปุ่นนั้นได้รับการนำเนอเกินจริง และอ้างว่าจักรวรรดิอาณานิคมญี่ปุ่นได้ต่อสู้ "สงครามป้องกันตนเอง" ก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ในเรื่องนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นมีจุดยืนอย่างเป็นทางการที่จะยึดถือตามแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรี (แถลงการณ์มุรายามะ) เกี่ยวกับการกระทำของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งระบุว่า “เราขออภัยต่อการรุกรานของจักรวรรดิญี่ปุ่นต่อประเทศในเอเชีย” ทาคาอิจิคัดค้านเรื่องนี้ โดยระบุว่า “แถลงการณ์มุรายามะควรได้รับการแก้ไข”

นอกจากนี้ ทาคาอิจิยังดำรงตำแหน่งรองประธานการประชุมรัฐสภาของสมาคมผู้นำทางจิตวิญญาณชินโต หรือ ชินโต เซอิจิ เรนเมอิ ซึ่งสนับสนุนการฟื้นฟูพิธีกรรมทางศาสนาชินโตและการศึกษาทางศีลธรรม โดยแนวคิดแบบนี้ยงสะท้อนค่านิยมทางศาสนาและศีลธรรมในสมัยก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

เธอสนับสนุนการแก้ไขมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น ให้ญี่ปุ่นกลับมามีกองทัพของตนเองได้อีกครั้ง และทาคาอิจิยังสนับสนุนการลงโทษสื่อที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลญี่ปุ่นและจำคุกผู้ที่ทำลายธงชาติญี่ปุ่น เธอกล่าวว่า "ธงชาติทุกผืนควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันและด้วยความเคารพ" และได้ร่างกฎหมายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเพื่อกำหนดความผิดฐานทำลายธงชาติญี่ปุ่นใหม่ ซึ่งจะมีโทษเช่นเดียวกับการทำลายธงชาติต่างประเทศ ซึ่งมีโทษฐานทำลายตราแผ่นดินต่างประเทศ ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 เธอได้ร่วมกับสมาคมเอกภาพอนุรักษ์นิยม ยื่นคำร้องเรียกร้องให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาต่อฮิโรฟูมิ ชิโมมูระ ประธานสภาวิจัยนโยบาย

เรื่องการสืบทอดราชสมบัติ ทาคาอิจิคัดค้านการสถาปนาจักรพรรดิหญิง โดยโต้แย้งในปี พ.ศ. 2564 ว่าเชื้อพระวงศ์ชายของราชวงศ์เดิมควรได้รับการคืนสู่ราชวงศ์หรือรับเป็นบุตรบุญธรรม (เชื้อพระวงศ์จำนวนมากถูกปลดจากสถานะเขชื้อพระวงศ์หลังญี่ปุ่นแพ้สงคราม ทำให้ขาดแคลนเชื้อพระวงศ์ชาย)โดยระบุว่า "ประเพณีสืบทอดราชวงศ์จักรพรรดิที่สืบทอดกันมายาวนาน 2,000 ปี คือที่มาของจักรพรรดิ"

ในปี พ.ศ. 2549 เธอโต้แย้งว่า "ข้าพเจ้าไม่ได้คัดค้านจักรพรรดิหญิง แต่หากเราอนุญาตให้มีจักรพรรดิหญิง ในอนาคตบรรพบุรุษโดยตรงของจักรพรรดิทั้งหญิงและชายอาจกลายเป็นพลเรือนได้" และ "โครโมโซม Y1 ของจักรพรรดิองค์แรก ซึ่งได้รับการสืบทอดมาอย่างถูกต้อง จะสูญหายไป"

อ้างฮิตเลอร์
แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2554 ทาคาอิจิ กับ ยามาดะ คาซุนาริ หัวหน้าพรรคแรงงานสังคมนิยมญี่ปุ่นแห่งชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มพลเมืองญี่ปุ่นที่มีความเชื่อมโยงกับนาซีเยอรมนี ได้ถ่ายภาพร่วมกันหน้าธงชาติญี่ปุ่น ตามรายงานของสื่อต่างประเทศหลายสำนัก รวมถึง AFP และ The Guardian ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2557 เกี่ยวกับปัญหานี้ ทาคาอิจิกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 ของเดือนเดียวกันว่า "พูดตรงๆ เลยนะ มันเป็นการกระทำของพระเจ้า" และอ้างว่า "ถ้าฉันรู้เกี่ยวกับความเกี่ยวข้องหรืออุดมการณ์ของเขา ฉันคงไม่ได้พบเขา" แต่หนังสือพิมพ์โตเกียวชิมบุนแสดงความเห็นว่า "ในยุโรป เรื่องนี้ (เป็นความผิด) สมควรลาออกทันที"

ช่วงเวลาเดียวกันในเดือนกันยายน พ.ศ. 2557 มีรายงานว่าทาคาอิจิได้เขียนคำแนะนำสำหรับหนังสือ "ยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของฮิตเลอร์" ในปี พ.ศ. 2537 หนังสือเล่มนี้ยกย่องความสามารถของฮิตเลอร์ในการ "รวบรวมความคิดเห็นสาธารณะและยึดอำนาจได้ภายในระยะเวลาอันสั้น" และอภิปรายถึงกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จของเขา เช่น "การกำจัดศัตรูด้วยมาตรการฉุกเฉิน"

หนังสือเล่มนี้อ้างอิงจากอัตชีวประวัติของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซี เรื่อง "Mein Kampf" และยกย่องกลยุทธ์ทางการเมืองของเขา โดยเสนอแนวทางที่นักการเมืองญี่ปุ่นควรปฏิบัติตามเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง ผู้เขียนคือโยชิโอะ โคกาเอะ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของพรรค LDP สาขาโตเกียว ทาคาอิจิเข้าร่วม LDP ในปีเดียวหลังจากที่เธอได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ผู้เขียนคือโยชิโอะ โคกาเอะกล่าวว่ากลยุทธ์ของฮิตเลอร์มีหลายแง่มุมที่นักการเมืองญี่ปุ่นยุคใหม่ (ในขณะนั้น) สามารถเรียนรู้ได้ และได้แนะนำกลยุทธ์ต่างๆ เช่น "การโฆษณาชวนเชื่อสู่มวลชนเป็นพื้นฐาน" "การใช้กลยุทธ์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง" "การปิดปากผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่อาจโน้มน้าวใจได้" และ "การทำลายหลักฐานอย่างละเอียดก่อนที่ตำรวจจะเริ่มการสืบสวน"

ในเวลานั้น ทาคาอิจิให้การสนับสนุนหนังสือเล่มนี้ โดยเขียนว่า "ทันทีที่ดิฉันได้รับการยอมรับให้เป็นผู้สมัคร ดิฉันถูกใส่ร้าย ถูกใส่ร้าย และถูกข่มขู่ ครอบครัวของดิฉันและดิฉันต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมาก ดังที่ผู้เขียนแนะนำ เส้นทางสู่ชัยชนะคือ 'ความมุ่งมั่นอันแรงกล้า' เยาวชนผู้มีความรักและความฝันต่อประเทศชาติและบ้านเกิดในหัวใจ จงร่วมรับความท้าทายนี้!"

แต่ในการตอบสนองต่อรายงานที่ตีแผ่ตัวเธอในเรื่องนี้ในปี พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นเวลา 20 ปีหลังจากการตีพิมพ์ สำนักงานของทาคาอิจิได้ตอบกลับว่า "เราไม่มีบันทึกเกี่ยวกับคำแนะนำดังกล่าวและไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ ตัวทาคาอิจิเองก็ไม่รู้จักผู้เขียน"

ต่อต้านจีน
ในด้านนโยบายต่างประเทศ ทาคาอิจิเป็นพวกต่อต้านจีนอย่างหนัก เธอวิพากษ์วิจารณ์แนวทางปฏิบัติทางเศรษฐกิจของจีน เช่น ข้ออ้างเรื่องจีนขโมยทรัพย์สินทางปัญญา และสนับสนุนให้ญี่ปุ่นลดการพึ่งพาจีนทางเศรษฐกิจ เธอได้เสนอให้สหรัฐฯ ติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางในญี่ปุ่น (ซึ่งจะยิ่งทำให้จีนไม่พอใจ) และนำทุ่นทะเลที่จีนติดตั้งไว้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทหมู่เกาะเซ็นกากุออกไป

ขณะที่เธอต่อต้านจีน เธอก็สนับสนุนไต้หวันอย่างออกนอกหน้า โดยในเดือนเมษายน พ.ศ. 2568 เธอได้เดินทางเยือนไต้หวันและพบกับประธานาธิบดี ไล่ชิงเต๋อ เธอได้กล่าวซ้ำคำกล่าวของชินโซ อาเบะ ที่ว่า "ภาวะฉุกเฉินของไต้หวันคือภาวะฉุกเฉินของญี่ปุ่น" ในระหว่างการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค LDP ปี พ.ศ. 2564 ซึ่งเธอได้อันดับที่สาม นโยบายจีนของเธอถือเป็นนโยบายที่เข้มงวดที่สุดในบรรดาผู้สมัครทั้งสี่คน

เนื่องจากมีท่าทีสนับสนุนการแก้ต่างให้การรุกรานจีนและเกาหลีของจักรวรรดิญี่ปุ่น ทาคาอิอิจิ จึงมีท่าทีเหยียดหยามจีนและเกาหลีใต้จนกระทั่งถูกตำหนิอย่างหนัก นอกจากนี้ ในเดือนเมษายนและสิงหาคม พ.ศ. 2567 เธอได้ไปยังศาลเจ้ายาสุกุนิโดยทั้งสองครั้งได้ลงนามในฐานะรัฐมนตรี และเธอได้ไปยังศาลเจ้าแห่งนี้เป็นประจำด้วย ซึ่งนี่คือศาลเจ้าที่จีนและเกาหลีถือเป็นสัญลักษณ์ แห่งสงคราม เพราะเป็นอนุสรณ์สถานของผู้เสียชีวิตกว่า 2.4 ล้านคนในกองทัพญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงอาชญากรสงครามระดับ A จากสงครามโลกครั้งที่สองด้วย การไปเยือนศาลเจ้าแห่งนี้ของนักการเมืองญี่ปุ่นมักทำให้จีนและเกาหลีตอบโต้อย่างรุนแรงเสมอ แต่เธอบอกว่าเธอจะยังคงไปเยี่ยมศาลเจ้าแห่งนี้หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo *- ซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) พรรครัฐบาลญี่ปุ่น เข้าร่วมการแถลงข่าวหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีของพรรค LDP ที่กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2568 ซานาเอะ ทาคาอิจิ พรรคอนุรักษ์นิยม ได้กล่าวยกย่อง "ยุคใหม่" เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม หลังจากชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรครัฐบาลญี่ปุ่น ทำให้เธอก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ (Photo by Yuichi YAMAZAKI / POOL / AFP)*

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...