โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชา ประท้วงไทย บังคับใช้กฎหมายในประเทศต่อชาวกัมพูชา

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 ก.ย 2568 เวลา 01.35 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2568 เวลา 01.35 น. • The Bangkok Insight

กระทรวงต่างประเทศกัมพูชา แถลงการณ์ประท้วงไทย บังคับใช้กฎหมายในประเทศต่อชาวกัมพูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ ราชอาณาจักรกัมพูชา ออกคำแถลง ประท้วงและคัดค้านอย่างรุนแรงต่อความตั้งใจของไทยที่จะบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศต่อชาวกัมพูชา ระบุว่า

ประท้วงไทย

กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อแสดงการประท้วงและคัดค้านอย่างรุนแรงของรัฐบาลกัมพูชา ต่อความตั้งใจของไทยที่จะบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศกับชาวกัมพูชา ในหมู่บ้านชุคเจย์และเปรย์จาน ตำบลโอเบยชน อำเภอโอชรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย

  • เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2025 โฆษกกองทัพภาคที่ 1 ของกองทัพบกไทยได้ออกคำเตือนสาธารณะเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายไทยต่อชาวกัมพูชา ซึ่งรวมถึงการกำหนดโทษถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตหรือโทษประหารชีวิต สำหรับการกระทำที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น “การกระทำที่ละเมิดต่ออธิปไตยของไทย”

เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2025 ซึ่งกองกำลังความมั่นคงไทยได้ใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางต่อชาวบ้านกัมพูชาในหมู่บ้านเปรย์จาน โดยไทยเพิ่งใช้กำลังในความพยายามที่จะยืนยันอธิปไตยเหนือดินแดนพิพาท

  • การอ้างสิทธิ์ของไทยในการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศในดินแดนพิพาท เป็นการหลีกเลี่ยงพันธกรณีตามกฎบัตรสหประชาชาติ มาตรา 2(3) และ 2(4) ซึ่งกำหนดให้ต้องแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี และห้ามมิให้ใช้กำลังกับบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐอื่น

การบังคับโทษรุนแรง รวมถึงโทษประหาร ต่อชาวกัมพูชาที่ประท้วงอย่างสงบ ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานตามกฎหมายระหว่างประเทศ การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดเสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคมตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และกติพันธกรณีระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งไทยเป็นภาคีด้วย

นอกจากนี้ยังละเมิดกฎบัตรอาเซียน และสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องละเว้นจากการกระทำยั่วยุและแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติ

ประท้วงไทย
  • ความตั้งใจของไทยที่จะบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศต่อชาวกัมพูชาที่ออกมาประท้วงอย่างสงบ เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงการใช้กำลังเพื่อยืนยันอธิปไตยเหนือพื้นที่ที่ยังไม่ได้ปักปันเขตแดน ซึ่งถือเป็นการละเมิดพันธกรณีตามบันทึกความเข้าใจปี 2000 (MoU 2000) ระหว่างกัมพูชาและไทยในเรื่องการสำรวจและปักปันเขตแดนทางบก

การกระทำดังกล่าวยังเป็นการแทรกแซงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่มีหน้าที่สำรวจและปักปันเขตแดนตามที่ระบุไว้ในมาตรา 2 ของ MoU 2000

  • กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยยุติกิจกรรมทั้งหมดที่บ่อนทำลายความพยายามในการลดความตึงเครียด ตามที่ได้ตกลงร่วมกันไว้ในข้อตกลงหยุดยิงวันที่ 28 กรกฎาคม 2025 และบันทึกการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) วันที่ 7 สิงหาคม และ 10 กันยายน 2025

รัฐบาลกัมพูชาขอยืนยันความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องที่จะหาทางออกอย่างสันติต่อข้อพิพาทเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด โดยอาศัยวิธีการที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ยืนยันจุดยืนว่าพรมแดนต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงโดยการใช้กำลัง

กัมพูชายังสงวนสิทธิ์ทั้งหมดตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ยอมรับการอ้างสิทธิ์ของไทยในการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศว่ามีผลทางกฎหมายใด ๆ หรือมีอิทธิพลต่อกระบวนการสำรวจและปักปันเขตร่วม

ประท้วงไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...