หุ้นรับเหมาฯ น่าลงทุน? เทียบฟอร์ม CK-STECON
ทันหุ้น – บล.เคจีไอ อัปเดตธุรกิจกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง งานในมือเพียงพอที่จะผลักดันกำไรในอนาคต โดยการลงนามโครงการภาครัฐใหม่ๆ มีโอกาสจะถูกเลื่อนไปช่วง YTD ทาง CH Karnchang (CK.BK/CK TB)* ยังไม่ได้ลงนามในสัญญางานใหม่ใดๆ ทำให้ backlog ณ สิ้น Q2/68 ลดลงเหลือ 1.92 แสนลบ. และคาดว่าจะลดลงเหลือ 1.70 แสนลบ. ณ สิ้นปี 2568 หากไม่มีการเซ็นสัญญาใหม่เข้ามา
ตอนแรก CK ตั้งเป้าจะได้งานภาครัฐหลายโครงการ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง 2 โครงการมูลค่ารวม 1.50 หมื่นลบ., โครงการทางพิเศษ M5 มูลค่า 2.50 หมื่นลบ. และทางด่วนยกระดับมูลค่า 3.50 หมื่นลบ. ซึ่งคาดว่าจะเปิดประมูลในปีนี้ แต่ด้วยการจัดตั้งรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องใช้เวลา ดังนั้น การประมูลโครงการใหม่ๆ ของภาครัฐจึงไม่น่าจะเริ่มได้ในระยะใกล้นี้
ส่วน STECON Group (STECON.BK/STECON TB) ได้ลงนามในสัญญางานใหม่ ๆ ไปแล้วมูลค่ารวม 2.60 หมื่นลบ. (52% ของเป้าทั้งปีที่ 5.00 หมื่นลบ.) ใน 1H68 ส่วนใหญ่มาจากโครงการภาคเอกชนและทางด่วน M7 นอกจากนั้น STECON ยังคงมีโอกาสได้งานจากภาคเอกชนอีกหลายโครงการ เช่น พลังงานหมุนเวียน, ดาต้าเซ็นเตอร์, อาคารพาณิชย์ เป็นต้น ซึ่งน่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ และอาจดันให้มูลค่าสัญญางานใหม่สูงถึง 5.00 หมื่นลบ.ได้ แต่หากไม่รวมโครงการศูนย์การบินอู่ตะเภาของ UTA (บริษัทร่วมทุน) มูลค่า 2.70 หมื่นลบ. แล้ว backlog ของ STECON อาจลดลงเหลือราวหนึ่งแสนลบ. จากปัจจุบันที่ 1.27 แสนลบ. ซึ่งก็เพียงพอเพื่อรองรับรายได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า
กำไรของ CK ปีนี้น่าจะทำจุดสูงสุดใหม่
ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไร Q3/68F อาจเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ผลักดันจาก: i) เงินปันผลรับสูงราว 232 ลบ. จาก TTW Plc (TTW.BK/TTW TB) ii) กำไรจากการขายเงินลงทุนในโครงการเขื่อนหลวงพระบาง มูลค่าราว 700-800 ลบ. (ก่อนภาษี) และ iii) ส่วนแบ่งกำไรจาก Bangkok Expressway and Metro (BEM.BK/BEM TB)* และ CK Power (CKP.BK/CKP TB)* แข็งแกร่งเพราะเป็นช่วง high season ของธุรกิจ
โดยกำไรไตรมาส 3/68F ของ CKP น่าจะดีเป็นประวัติกาลจากฤดูฝนซึ่งมาเร็วกว่าปกติ อีกทั้งยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนบนเงินกู้ USD และดอกเบี้ที่ยจ่ายมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรปกติและกำไรสุทธิปี 2568F จะโตก้าวกระโดด 64% และ 22% YoY ตามลำดับ โดยที่ กำไร 1H68 คิดเป็น 65% ของประมาณการกำไรหลักทั้งปีที่ 1.77 พันลบ. แล้ว ส่วนรายได้และกำไรปกติปีหน้าอาจยังโตอีกราว 10% และ 16% YoY ตามลำดับ จาก backlog จะทำรายได้ต่อเนื่องไปอีก 5-6 ปีข้างหน้า
ปัจจัยบวก STECON ส่วนใหญ่รับรู้ไปแล้ว 1H68
กำไร 1H68 ของ STECON น่าประทับใจนอกจากธุรกิจหลักแล้ว ยังมาจากเงินปันผลรับของ Gulf Development (GULF.BK/GULF TB)* ที่ 222 ลบ., ค่าเคลมประกันโครงการป้องกันน้ำท่วมหนองบอน 400 ลบ. และไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่ดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู/สีเหลืองที่เคยขาดทุนกว่าหนึ่งร้อยลบ.ต่อไตรมาส มองไปใน 2H68F ฝ่ายวิจัยคาดกำไรจะมาจากธุรกิจหลักเป็นหลักและกำไรก็น่าจะลดลงมาก HoH ด้วย เพราะ STECON อยู่ในช่วงการพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ อย่าง ดาต้าเซ็นเตอร์, พลังงานสะอาด, การบริหารจัดการน้ำ, ธุรกิจโลจิสติกส์ ฯลฯ ซึ่งน่าจะมีค่าใช้จ่ายพิเศษบางส่วนในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ดังนั้น ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรสุทธิปี 2568F ที่ 1.20 พันลบ. (ทำได้แล้ว 71% ใน 1H68) ขณะที่ คาดกำไรหลักที่ 846 ลบ. และจะโต 15% YoY ที่ 975 ลบ.ในปีหน้า
อย่างไรก็ตาม การได้รัฐบาลใหม่ด้วยความรวดเร็วเป็นปัจจัยบวกต่อภาพในระยะสั้น แม้โครงการรัฐอาจมีแววเลื่อนไปปีหน้า แต่กำไรรวมน่าจะดีต่อเนื่องจาก backlog แข็งแกร่ง ดังนั้น ฝ่ายวิจัยปรับ PE ที่ใช้ในการคำนวณเป้าราคาขึ้นระดับนึง ซึ้งเป้าราคาใหม่ของ CK อยู่ที่ 20.50 บาท บน PE ที่ 18 เท่า (-1SD) เพิ่มจากเดิมที่ 15 เท่า (-1.5SD) บน EPS (จากธุรกิจหลัก) เฉลี่ยปี 2568F-2569F ฝ่ายวิจัยยังแนะนำ ซื้อ CK ในขณะแนะนำ ถือ STECON ที่เป้าราคาใหม่อยู่ที่ 8 บาท โดยธุรกิจหลักอยู่ที่ 6 บาท บน 11 เท่า PE (-1.5SD) และ 2.00 บาท จากการลงทุนใน Gulf Dev (GULF.BK/GULF TB)* ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักลงทุน “เท่ากับตลาดฯ” มองว่าหุ้นนกลุ่มรับเหมาฯ อาจเผชิญความผันผวนในระยะสั้นจากข่าวรายวัน
Risks : อัตราการขยายตัวของ GDP, ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ , การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่าง ๆ การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และการปรับเพิ่มค่าแรงงานขั้นต่ำ