เปิดปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” รวบ 24 ราย จับจีนหนีหมายแดง ทุนเทาเงินหมุน 580 ล้าน
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ร่วมกับกรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.), ปปง. และ ป.ป.ท. สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” (Operation Northern Shadow) ทลายเครือข่ายทุจริตสวมสิทธิทะเบียนราษฎรและเอกสารประจำตัวไทย ในพื้นที่ อ.เวียงแก่น และ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ขยายผลลุยค้นกรุงเทพมหานคร
เบื้องต้น ศาลอนุมัติหมายจับ 15 หมาย หมายค้น 7 หมาย รวบผู้ต้องหาได้แล้ว 24 ราย (ไทย 2, จีน 3, เมียนมา 19) พร้อมเจาะลึก 4 เคสสำคัญ ได้แก่:
1.นายอี้หลง แซ่จาง (“อาหลง” จีนเทา): สวมสิทธิทำบัตรประชาชนไทย (เลข 5) ใน อ.เวียงแก่น พบเงินหมุนเวียนในบัญชีรวมภรรยากว่า 581 ล้านบาท อายัดบ้าน ที่ดิน และรถหรู มูลค่ากว่า 312 ล้านบาท
2.นายหลวง ยี่หลง (ชาวเมียนมา): สวมสิทธิทำ "บัตรหัว 0" โดยแฝงตัวบวชพระใน อ.แม่สาย เชื่อมโยงเคสขนเงินสด 23 ล้านบาทออกนอกประเทศ และขยายผลจับกุมพระ-เณรต่างด้าวหนีเข้าเมืองอีก 20 ราย
3.นาย LI ZHIJUN (“จิน ไทยลื้อ”): บุคคลตามหมายแดงอินเตอร์โพล (INTERPOL) คดีรับฝากเงินผิดกฎหมายในจีน มูลค่าความเสียหายกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท พบมีชื่อถือ "บัตรหัว 0" ใน อ.แม่สาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างรับโทษในไทยและเตรียมกระบวนการเนรเทศ
4.นายฐกร เซ่งกัวร์ (GUO YU): ผู้ต้องหาตามหมายจับจีน คดีรับฝากเงินผิดกฎหมาย สวมสิทธิสัญชาติทำบัตรประชาชน (เลข 8) และถือครองอสังหาริมทรัพย์-รถยนต์ในไทย
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า ปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” เป็นการขยายผลต่อเนื่องจากหลายคดีทุจริตทะเบียนราษฎรที่ตำรวจและกรมการปกครองดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ทั้ง 4 คดี สะท้อนรูปแบบการทุจริตทางทะเบียนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบ ตั้งแต่การเพิ่มชื่อในทะเบียน การทำบัตรหัว 0 หรือบัตรประชาชนไทย การใช้ผู้รับรองหรือนายหน้า ไปจนถึงการใช้สถานะที่ได้มาเพื่อถือครองทรัพย์สิน ทำธุรกิจ เดินทาง หรือหลบซ่อนจากคดีในต่างประเทศ เพื่อปิดช่องไม่ให้คนต่างด้าวใช้ระบบทะเบียนไทยเป็นเครื่องมือในการสวมสิทธิของอาชญากรรมข้ามชาติ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้นโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการร่วมกับกรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลตรวจสอบขบวนการสวมสิทธิทางทะเบียนอย่างต่อเนื่องพร้อมดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องไม่ละเว้นตามพยานหลักฐาน เพื่อปกป้องความถูกต้องของระบบทะเบียน ความมั่นคงของประเทศ และผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน