โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตโลกร้อน คือเรื่องเร่งด่วน คุกคามสุขภาพหลายพันล้านคน ไม่เริ่มแก้วันนี้เสี่ยงรับมือไม่ทัน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เมื่อวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนไม่ได้เป็นเพียงแค่วิกฤตสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นภัยคุกคามด้านสุขภาพของมนุษยชาติที่ส่งผลกระทบกับผู้คนทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ได้เรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติและองค์การอนามัยโลก ประกาศให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลกอย่างเป็นทางการ เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกำลังทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วเกิดกว่าที่นานาประเทศจะรับมือได้ทัน

รายงานจาก Lancet Countdown ซึ่งเป็นโครงการวิจัยและความร่วมมือระดับนานาชาติที่ติดตามและประเมินผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อสุขภาพของมนุษย์ ได้เตือนว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนกำลังคุกคามสุขภาพมนุษย์รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลก หรือ WHO และองค์การสหประชาชาติประกาศให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศลาภาวะโลกร้อนเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลกอย่างเป็นทางการ เนื่องจากการประกาศสถานะดังกล่าวจะช่วยเปลี่ยนแนวทางในการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศจากเดิมที่นานาประเทศยึดคำมั่นสัญญาด้วยความสมัครใจและดำเนินงานอย่างล่าช้า จนขาดการกระตือรือร้นในการจัดการแก้ปัญหาวิกฤตโลกร้อนร่วมกัน และจะนำไปสู่การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินที่มีข้อกำหนดอย่างชัดเจนและประสานความร่วมมือกันในระดับนานาชาติมากขึ้น

โดยผู้จัดทำรายงานมองว่า มาตรการที่เสนอไว้ ทั้งการยกระดับระบบเฝ้าระวังด้านสุขภาพและการเตือนภัยล่างหน้า การระดมทรัพยากรเพื่อรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และยังมีการจัดตั้งกลไกความรับผิดชอบที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย รวมถึงนำมาตรการด้านสาธารณสุขเชิงป้องกันมาใช้เพื่อจำกัดและลดผลกระทบก่อนที่จะเกิดความเสียหายรุนแรงขึ้น

ตามรายงานระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันรุนแรงและน่าเป็นห่วงคือจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นและสัดส่วนของผู้สูงอายุที่มากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีข้อจำกัดในการปรับตัวและเข้าถึงระบบสาธารณสุข ขณะที่ภัยจากความร้อนทั่วโลกรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา โลกเผชิญกับวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรงทุบสถิติที่เคยบันทึกไว้อย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนและอากาศร้อนจัดในแต่ละปีเพิ่มขึ้นกว่า 36% เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาก่อนหน้า

โดยเฉพาะปี 2023 มีรายงานผู้เสียชีวิตทั่วโลกโดยมีสาเหตุเชื่อมโยงกับความร้อนมากถึง 710,000 คน นับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และกว่า 70% ของตัวเลขทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

ภาวะโลกร้อนยังส่งผลให้สภาพแวดล้อมในหลายพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเอื้อต่อการแพร่กระจายของโรคที่มีแมลงเป็นพาหะมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคไข้เลือดออกและโรคจากเชื้อไวรัสซิกา ที่มีรายงานการแพร่ระบาดในพื้นที่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

นอกจากนี้สภาพอากาศสุดขั้วและไฟป่ายังเพิ่มอัตราความเสี่ยงต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมไปถึงประชาชนในพื้นที่ที่มีระบบสาธารณสุขหรือทรัพยากรในการรับมือกับภัยพิบัติอย่างจำกัด

แม้ว่าหลายประเทศจะพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ต้นเหตุอย่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงอยู่ในระดับสูงทำลายสถิติอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้โอกาสในการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นลดน้อยลงไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างเสนอให้นานาประเทศหยุดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและกำหนดเป้าหมายเพื่อยุติการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานถ่านหินทั้งหมดภายในปี 2035 และปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานสะอาดเพื่อปกป้องสุขภาพและลดผลกระทบร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับโลกและประชากรโลกทั้งในปัจจุบันและคนรุ่นต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...