โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กางแผนด่วน เคลียร์ขยะน้ำท่วมกรุง 3 ระยะ สกัดเชื้อโรค ลุย Big Cleaning หลังน้ำลด

Thai PBS

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ปรับแผนตามระดับน้ำ ก่อนเกิด ระหว่างเกิด และหลังน้ำท่วม พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ในพื้นที่ประสบภัย คัดแยกขยะเบื้องต้น ตั้งจุดรวบรวมขยะชิ้นใหญ่ นัดหมายประชานทิ้งตามจุดที่กำหนด ก่อนจะปิดจุดพักขยะชั่วคราว เร่งนำรถเก็บขนขยะออกปฏิบัติงาน พร้อมปรับปรุงพื้นที่ให้คืนสู่สภาพเดิม

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2569 พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมติดตาม“แผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลในภาวะอุทกภัย พ.ศ. 2569” โดยมี พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร, วรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้แทนสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

เน้นย้ำความสำคัญของการบริหารจัดการขยะตกค้างและสิ่งปฏิกูลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและการแพร่ระบาดของโรคติดต่อที่มากับน้ำ โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติงานบูรณาการ 3 ระยะ ให้ทุกสำนักงานเขตยึดเป็นมาตรฐานเดียวกัน ดังนี้

1. ระยะก่อนเกิดภัย (การเตรียมความพร้อม)

  • ตรวจเช็กอุปกรณ์และกำลังพล จัดเตรียมชุดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเร่งด่วน พร้อมตรวจสอบเครื่องจักร ยานพาหนะ อุปกรณ์จัดเก็บ ขยะ และเรือท้องแบนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานทันที

  • เฝ้าระวังจุดเสี่ยง สำรวจจุดเสี่ยงขยะอุดตันทางน้ำไหลและกำหนดจุดรวบรวมขยะชั่วคราวในพื้นที่ปลอดภัย

2. ระยะขณะเกิดภัย (การปฏิบัติการรับมือ)

  • กำหนดรอบการจัดเก็บชัดเจน กำหนดรอบเข้าเก็บขนขยะทุก 2-3 วัน หรือเข้าดำเนินการทันทีเมื่อถังขยะเต็ม

  • ปรับแผนยานพาหนะตามระดับน้ำ

  • น้ำท่วมขังระดับต่ำ ใช้รถอัดขยะ (ขนาด 2 ตัน และ 5 ตัน) หากเข้าไม่ได้ ให้ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ ตั้งจุดจอดรถน้ำต่ำ และใช้ถังขยะ 660 ลิตร ชักลากขยะออกมายังจุดจอดรถ

  • น้ำท่วมขังระดับปานกลาง ใช้รถกระบะบรรทุกเทท้าย ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ระดับน้ำไม่สูงเกินท่อไอเสีย

  • น้ำท่วมขังระดับสูง ใช้เรือท้องแบนติดตั้งถังขยะ 660 ลิตร เข้าจัดเก็บถุงขยะจากประชาชน เพื่อนำมาขนถ่าย ณ จุดที่รถเก็บขยะเข้าถึง

  • มาตรการจับคู่ช่วยเหลือ (Pairing System) บูรณาการระดมทรัพยากรระหว่างสำนักงานเขตที่ประสบภัยวิกฤตกับสำนักงานเขตที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า รวมถึงสำนักสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนบุคลากร อุปกรณ์ และรถเก็บขนขยะเข้าช่วยเหลือพื้นที่วิกฤต

  • ดูแลความปลอดภัยพนักงาน กำชับให้พนักงานเก็บขนขยะสวมใส่ชุดกันน้ำและถุงมือยาง เพื่อป้องกันโรคที่มากับน้ำ เช่น โรคน้ำกัดเท้า และโรคฉี่หนู

3. ระยะหลังเกิดภัย/ฟื้นฟู (Restoration & Big Cleaning)

  • ตั้งจุดรวบรวมขยะชิ้นใหญ่ กำหนดจุดพักขยะชิ้นใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำรุด และขยะฉุกเฉินให้ประชาชนนำมาทิ้งตามนัดหมาย

  • ระดมทำความสะอาดใหญ่ (Big Cleaning) ผนึกกำลังสำนักงานเขตจับคู่ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมกันเก็บกวาดดินโคลน ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ บำบัดน้ำเสีย และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

  • ปิดจุดพักขยะชั่วคราว เร่งนำรถเก็บขนขยะออกปฏิบัติงานและปรับปรุงพื้นที่ให้คืนสู่สภาพเดิม

สำนักสิ่งแวดล้อม ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยร่วมมือปฏิบัติตัว ดังนี้

  • คัดแยกขยะเบื้องต้น โดยเฉพาะขยะติดเชื้อ สิ่งปฏิกูล หรือเศษอาหาร ให้บรรจุใส่ถุงผูกปากให้มิดชิด ป้องกันการรั่วไหลลงกระแสน้ำ

  • ขยะแห้ง นำไปวางไว้บนที่สูงเพื่อรอการจัดเก็บ

  • ขยะชิ้นใหญ่ รวบรวมนำไปทิ้ง ณ จุดรับทิ้งขยะชิ้นใหญ่ตามที่สำนักงานเขตกำหนด

หากพบปัญหาขยะตกค้าง หรือต้องการความช่วยเหลือด้านการจัดเก็บสิ่งปฏิกูล สามารถแจ้งได้ที่ ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตในพื้นที่ แอปพลิเคชัน Traffy Fondue สายด่วน กทม. 1555 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

มอง 4 คลื่นวิกฤตสุขภาพช่วงน้ำท่วม หมอเตือน! ภัยสุขภาพไม่ได้จบลงแค่น้ำลด

47 นาทีที่แล้ว

โซเชียลสะท้อน ‘น้ำท่วม’ คนไม่เชื่อใจรัฐ

57 นาทีที่แล้ว

คลิปรถเก๋งขับลุยน้ำท่วม สูงเกือบมิดหลังคา ที่แท้สร้างจาก AI

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตรวจสอบแล้ว: เจ้าของเพจ “ที’ ลมฟ้าอากาศ” ไม่ใช่ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...