ยังไม่จบ ฝรั่งเศสเตรียมรับมือประท้วงอีก ลั่นใครจะก่อความวุ่นวายโดนแน่
หลังผ่านสถานการณ์ความวุ่นวายในฝรั่งเศสมาหลายวัน ล่าสุด สองคืนที่ผ่านมา ท้องถนนในฝรั่งเศสกลับมาสงบสุขอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ทางการยังคงประกาศเคอร์ฟิวในบางพื้นที่ของเมืองใหญ่หลายแห่ง รวมถึงพื้นที่ขนาดเล็กบางส่วนในกรุงปารีส
แต่วันนี้ (22 ตุลาคม 2569) สถานการณ์อาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังกลุ่มสหภาพนักเรียนและกลุ่มต่าง ๆ ภายในขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง (Yellow Vest) เรียกร้องให้มีการประท้วงอีกครั้งในวันนี้และวันเสาร์ นำโดยขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง ซึ่งเคยจัดการชุมนุมต่อต้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงปี 2018 และ 2019
ตำรวจปารีสประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า จะสั่งห้ามการชุมนุมที่วางแผนจัดขึ้นในเมืองหลวงวันนี้ โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและการปกป้องทรัพย์สิน
เซบาสเตียง เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ซึ่งเข้าพบผู้แทนสหภาพแรงงานเมื่อวันพุธ กล่าวว่า ทางการเตรียมปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยครั้งใหญ่ในวันเสาร์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำรอยจากกลุ่มผู้ก่อจลาจลขนาดเล็ก ซึ่งเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้เผยให้เห็นข้อบกพร่องของมาตรการรักษาความปลอดภัย
ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงระบุว่า รัฐบาลกำลังใช้มาตรการทางกฎหมายทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
“ผู้ที่ตั้งใจจะก่อความวุ่นวายในใจกลางเมืองในวันเสาร์ที่จะถึงนี้จะถูกสกัดกั้น ส่วนในวันพรุ่งนี้ เราจะรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการเหล่านี้อย่างละเอียด ทั้งในด้านการเตรียมความพร้อม การรวบรวมข่าวกรอง และการรักษาความปลอดภัย ไม่ใช่เฉพาะวันเสาร์เท่านั้น แต่รวมถึงในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าด้วย”
รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาที่ทำประชาชนโกรธแค้น
ขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังพยายามรับมือกับข้อเรียกร้องของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิง พลังงาน และอาหาร ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และล่าสุด มาครงขประกาศจัดหาน้ำมันดีเซลเพิ่มเติม เพื่อหวังจะช่วยบรรเทาความไม่พอใจของผู้ประท้วง
มาครงกล่าวว่า การจัดหาน้ำมันดีเซลเพิ่มเติมจะช่วยคลาย “ความกังวลบางส่วน” ของประชาชนได้
“ผมยังรับฟังความกังวลของนักเรียนมัธยมและนักศึกษามหาวิทยาลัยด้วย ความกังวลเหล่านี้มีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่น ๆ แต่ไม่ว่าอย่างไร ผมคิดว่าสถานการณ์กำลังเดินไปในทิศทางที่ดีขึ้น” เขากล่าวเสริม
ทั้งนี้ มาครงกล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวที่ประเทศกาตาร์ ในช่วงสิ้นสุดการเดินทางเยือนประเทศผู้จัดหาพลังงานรายสำคัญในกลุ่มประเทศอาหรับบริเวณอ่าวเปอร์เซีย โดยเขาสามารถเจรจาจัดหาน้ำมันดีเซลเพิ่มเติมจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เดือนละ 100,000 เมตริกตัน และอยู่ระหว่างรอการยืนยันปริมาณเพิ่มเติมอีก 100,000 ตันจากบาห์เรน
ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุว่า มาครงเดินทางไปยังตะวันออกกลางเพื่อหาแนวทางแก้ไขวิกฤตพลังงานและราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนสร้างหลักประกันด้านอุปทานน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดีเซล และเชื้อเพลิงอากาศยาน
ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุว่า ฝรั่งเศสอาจจัดหาน้ำมันดีเซลเพิ่มเติมได้เกือบ 295,000 ตันต่อเดือน โดยรวมถึงการจัดส่งจากซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลต่อเดือนของฝรั่งเศสมากกว่า 10%
ต่อมา มาครงเดินทางไปยังซาอุดีอาระเบียเพื่อพบกับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน โดยมีเป้าหมายเพื่อเดินหน้าความพยายามในการสร้างหลักประกันและกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติให้หลากหลายยิ่งขึ้น
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กลุ่มประเทศประชาธิปไตยอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ตกลงปล่อยน้ำมันและผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงจำนวน 100 ล้านบาร์เรลออกจากคลังสำรอง โดยเริ่มจากการปล่อยน้ำมันดีเซลในปริมาณมาก หลังราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
“ผมขอย้ำว่า ฝรั่งเศสเป็นผู้ริเริ่มการประชุม G7 ซึ่งนำไปสู่ข้อตกลงปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ และเมื่อแต่ละประเทศดำเนินการตามข้อตกลงในระดับชาติแล้ว จะช่วยให้ราคาปรับลดลงตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป” มาครงกล่าว